เจาะลึก 7 บ่อน้ำร้อนนรกเบปปุ (Beppu Hells): มหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งโออิตะ พร้อมคู่มือเที่ยวฉบับพรีเมียม
ข้อมูลการเดินทางlocation_onนรกเบปปุ (Beppu Hells)

เจาะลึก 7 บ่อน้ำร้อนนรกเบปปุ (Beppu Hells): มหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งโออิตะ พร้อมคู่มือเที่ยวฉบับพรีเมียม

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อหมอกไอน้ำพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้าจากรอยแยกของเปลือกโลกในทุกมุมถนน เมืองเบปปุ (Beppu) มิได้เป็นเพียงแค่เมืองตากอากาศริมทะเลในจังหวัดโออิตะ หากแต่เป็นดินแดนที่ธรรมชาติได้แสดงพลังอันดิบเถبةและงดงามออกมาผ่านผืนน้ำเดือดพล่านและสีสันอันแปลกตา การเดินทางมาเยือน ‘นรกเบปปุ’ (Beppu Hells หรือ Jigoku Meguri) จึงไม่ใช่แค่การเดินทางมาชมวิวทิวทัศน์ทั่วไป แต่เป็นการก้าวเข้าสู่มิติเวลาที่ธรรมชาติและมนุษยชาติหลอมรวมเข้าด้วยกันมานานนับศตวรรษ

ท่ามกลางสายน้ำแร่ที่พวยพุ่งและอุณหภูมิที่ร้อนระอุเกินกว่าจะลงไปแช่ได้ เบปปุกลับซ่อนความรื่นรมย์และความประณีตในวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นโบราณเอาไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ จากบ่อน้ำสีฟ้าประกายโคบอลต์ไปจนถึงบ่อโคลนเดือดสีเทาเข้ม แต่ละแห่งต่างบอกเล่าเรื่องราวทางธรณีวิทยาที่แตกต่างกัน และเปิดประตูต้อนรับนักเดินทางผู้แสวงหาความสงบและความงดงามที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวแบบผิวเผิน

สิมโฟนีแห่งธรณีวิทยา: เปิดประตูสู่อาณาจักร 7 บ่อน้ำร้อนนรก

การเดินทางเยือน Jigoku Meguri หรือการแสวงบุญสู่นรกทั้งเจ็ดในย่านคันนาวะ (Kannawa) และชิโบะรุ (Shibaseki) เริ่มต้นด้วยความตื่นตาตื่นใจ บ่อแรกที่พลาดไม่ได้คือ ‘อูมิ จิโกกุ’ (Umi Jigoku) หรือนรกทะเล ที่สะกดสายตาด้วยน้ำสีโคบอลต์บลูใสราวกับมหาสมุทรเขตร้อน ทั้งที่อุณหภูมิสูงถึง 98 องศาเซลเซียส ตัดกับควันสีขาวที่พวยพุ่มหนาทึบ ขยับเข้ามาใกล้คือ ‘โอนิอิชิ โบซึ จิโกกุ’ (Oniishi Bozu Jigoku) ที่ซึ่งฟองโคลนเดือดปุดๆ ผุดขึ้นมาคล้ายกับศีรษะของพระภิกษุโกนหัว ก่อเกิดเสียงปุดๆ เบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศป่าไผ่รอบด้าน

ความมหัศจรรย์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ‘ชิโนะอิเกะ จิโกกุ’ (Chinoike Jigoku) หรือนรกบ่อเลือด เปล่งประกายด้วยน้ำแร่สีแดงฉานจากแร่ธาตุเหล็กและออกξειด์ ให้ความรู้สึกราวกับภาพวาดโบราณ ขณะที่ ‘ทัตสึมากิ จิโกกุ’ (Tatsumaki Jigoku) บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติแบบพุ่ง (Geyser) จะระเบิดพลังพ่นน้ำร้อนขึ้นสู่ท้องฟ้าทุกๆ 30-40 นาที สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนอย่างไม่รู้ลืม บ่ออื่นๆ อย่างคามะ จิโกกุ, ชิราอิเกะ จิโกกุ และ โอนิยามะ จิโกกุ ต่างก็มีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวที่สะท้อนความหลากหลายอันซับซ้อนของมหาภพใต้พื้นพิภพแห่งนี้

มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา: เมื่อความร้อนใต้พิภพคือลมหายใจของเมือง

เบปปุไม่ได้เป็นเพียงเมืองที่มีบ่อน้ำร้อนมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น แต่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตของภูมิปัญญาการจัดการพลังงานความร้อนใต้พิภพ ตั้งแต่ยุคโบราณที่ไอน้ำถูกนำมาใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและการรักษาโรค สู่การพัฒนาเป็นระบบสาธารณูปโภคด้านสุขภาพที่ส่งตรงถึงเรียวกังและโรงอาบน้ำสาธารณะ (Sento) ทั่วเมือง

ร่องรอยของประวัติศาสตร์ยังคงปรากฏผ่านสถาปัตยกรรมไม้โบราณและตรอกซอกซอยที่อบอวลไปด้วยไอหมอก การได้เดินทอดน่องในย่านคันนาวะในช่วงเวลาพลบค่ำ ขณะที่แสงไฟสีส้มจากอาคารไม้สะท้อนกับไอน้ำที่ลอยละล่องบนท้องถนน คือภาพสะท้อนของความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติที่หาได้ยากยิ่งในโลกยุคปัจจุบัน

สุนทรียภาพแห่งรสชาติ: ศิลปะการปรุงอาหารด้วยไอน้ำธรรมชาติ (Jigoku Mushi)

การสัมผัสเบปปุนอกจากจะใช้สายตาและผิวกายแล้ว การรับประทานอาหารยังเป็นอีกหนึ่งประสาทสัมผัสที่ไม่ควรพลาด ‘Jigoku Mushi’ หรือการนึ่งด้วยไอน้ำนรก เป็นภูมิปัญญาการทำอาหารที่มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยใช้อุปกรณ์การนึ่งแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า ‘Jigoku Gama’ ซึ่งอาศัยไอความร้อนจากน้ำแร่ธรรมชาติที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส

วัตถุดิบชั้นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวคุโรเกะวากิว อาหารทะเลสดใหม่จากอ่าวเบปปุ และผักตามฤดูกาลจากพื้นดินอุดมสมบูรณ์ของโออิตะ ถูกนำมาวางเรียงในตะกร้าไม้ไผ่และนึ่งด้วยไอน้ำแร่ธรรมชาติ ไอน้ำบริสุทธิ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความหวานตามธรรมชาติของวัตถุดิบไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่ยังมีแร่ธาตุอ่อนๆ ที่ซึมซาบเข้าไปเพิ่มรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทุกคำที่ลิ้มลองคือการซึมซับแก่นแท้ของธรรมชาติอย่างแท้จริง

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทางมาเยือนเบปปุสามารถทำได้สะดวกโดยบินมาลงที่สนามบินโออิตะ (Oita Airport) แล้วนั่งรถบัสต่อมายังตัวเมืองเบปปุ หรือเดินทางด้วยรถไฟชินคันเซ็นมาลงที่สถานี Kokura แล้วต่อรถไฟด่วน Limited Express Sonic เข้าสู่สถานี Beppu สำหรับการเที่ยวชม Jigoku Meguri แนะนำให้ซื้อบัตรเข้าชมแบบรวม (All-1-Admission Ticket) ซึ่งครอบคลุมทั้ง 7 บ่อ และควรวางแผนใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันเพื่อให้ซึมซับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่ การแต่งกายควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีและรองเท้าเดินที่สบาย เนื่องจากพื้นที่บางจุดมีความลาดชันและมีไอความร้อนสูงตลอดเวลา
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

นรกเบปปุ (Beppu Hells) ทั้ง 7 บ่อ สามารถลงแช่ออนเซ็นได้หรือไม่?expand_more
ไม่ได้ เนื่องจากบ่อน้ำร้อนนรกทั้ง 7 แห่งมีอุณหภูมิสูงมาก (ตั้งแต่ 78 ถึง 98 องศาเซลเซียส) และมีองค์ประกอบทางแร่ธาตุที่ไม่เหมาะกับการลงแช่โดยตรง แต่บ่อเหล่านี้จัดไว้เพื่อการชมความงามทางธรรมชาติ และมีบางจุดที่มีบ่อแช่เท้า (Ashiyu) ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวแทน
ควรใช้เวลาเที่ยวชมบ่อน้ำร้อนนรกเบปปุ (Jigoku Meguri) นานเท่าไหร่?expand_more
โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 4 ชั่วโมงในการเที่ยวชมครบทั้ง 7 บ่อ โดยบ่อส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในย่านคันนาวะ สามารถเดินถึงกันได้ภายใน 5-10 นาที ยกเว้น Chinoike Jigoku และ Tatsumaki Jigoku ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย ซึ่งต้องนั่งรถบัสประจำทางหรือรถยนต์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาที
ช่วงฤดูกาลใดที่เหมาะกับการเดินทางมาเที่ยวเบปปุและโออิตะมากที่สุด?expand_more
เบปปุสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมและมีความงดงามเป็นพิเศษคือฤดูใบไม้ร่วง (เดือนพฤศจิกายน) ที่ภูเขาไฟทسورุมิจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูหนาว (เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์) ซึ่งอากาศที่หนาวเย็นจะช่วยขับเน้นความอบอุ่นและไอน้ำของออนเซ็นให้โดดเด่นและน่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้น