เมื่อสายหมอกจางหายเหนือเมืองแห่งไอเดือดอย่างเบ็ปปุ สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือมวลขุนเขาอันสงบนิ่งและทรงพลัง ‘ภูเขาซึรุมิ’ (Mount Tsurumi) หรือซึรุมิดาเกะ (Tsurumidake) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยอดเขาสูง 1,375 เมตรที่ตั้งตระหง่านทางตะวันตกของเมืองโออิตะ หากแต่เปรียบเสมือนป้อมปราการทางธรรมชาติที่คอยโอบอุ้มความลับแห่งผืนป่าและสายน้ำพุร้อนอันเลื่องชื่อของเกาะคิวชู การเดินทางสู่ยอดเขาแห่งนี้ไม่ได้เรียกร้องการปีนป่ายอันยากลำบาก ทว่าเปิดต้อนรับผู้มาเยือนด้วยสัมผัสแห่งความหรูหราเหนือระดับผ่านกระเช้าลอยฟ้า ที่ค่อยๆ พาเราลอยตัวเหนתยอดไม้ทะยานสู่เบื้องบน เพื่อเปิดมุมมองกว้างไกลแบบพาโนรามา 360 องศาที่เชื่อมAอ่าวเบ็ปปุ เทือกเขายุฟุ และผืนฟ้ากว้างใหญ่เข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าอัศจรรย์
ในฐานะจุดบรรจบระหว่างความดิบ ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ และความประณีตในการเดินทาง ภูเขาซึรุมิแปลงโฉมตัวเองไปตามกาลเวลาอย่างงดงาม ราวกับผืนผ้าใบของจิตรกรเอกที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ไม่ว่าจะเป็นพรมดอกไม้ป่าในยملคิมหันต์ สีสันเพลิงอัคคีในวสันตฤดู หรือแม้แต่เกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนที่ปกคลุมกิ่งไม้ในเหมันตกาล ทุกวินาทีบนยอดเขาแห่งนี้คือการสนทนากับความเงียบงันอันทรงคุณค่า ที่ซึ่งนักเดินทางระดับพรีเมียมจะได้ค้นพบความหมายที่แท้จริงของการพักผ่อนและความงามอันไร้กาลเวลา
ลอยตัวเหนือผืนป่า: สถาปัตยกรรมแห่งการเดินทางด้วย Beppu Ropeway
การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาซึรุมิเริ่มต้นขึ้นที่สถานีเชิงเขาด้วยกระเช้าลอยฟ้า (Beppu Ropeway) ที่มีความจุรองรับผู้โดยสารได้ถึง 101 คน ตัวกระเช้าออกแบบกระจกใสรอบด้านเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้ซึมซับทัศนียภาพที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ขณะที่กระเช้าเคลื่อนตัวไต่ระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ เสียงรอบตัวจะถูกแทนที่ด้วยเสียงลมพานผ่านยอดสนและทิวทัศน์ที่แผ่ขยายกว้างออกไปเบื้องล่าง เส้นทางนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ หากแต่เป็นประสบการณ์สุนทรียภาพที่ช่วยยกระดับจิตใจให้หลุดพ้นจากความวุ่นวายของโลกเบื้องล่าง เมื่อเดินทางมาถึงสถานีปลายทางบนยอดเขา (Tsurumidake Sancho Station) ผู้มาเยือนจะได้พบกับลานกว้างที่เชื่อมต่อกับเส้นทางเดินเท้าสั้นๆ นำไปสู่จุดชมวิวหลายจุด ซึ่งแต่ละจุดจะมอบมุมมองที่แตกต่างกันออกไป ทั้งฝั่งเมืองออนเซ็นเบ็ปปุที่มองเห็นควันไปพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน และฝั่งทิวเขายุฟุุดาเกะที่ทอดตัวยาวเหยียดสุดสายตา
4 ฤดูกาลแห่งความวิจิตร: จากพรมดอกไม้สู่เหมันต์น้ำแข็ง
ความน่าหลงใหลประการสำคัญของภูเขาซึรุมิคือความเปลี่ยนแปลงอันฉับพลันและงดงามของธรรมชาติในแต่ละฤดู ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ภูเขาทั้งลูกจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยดอกซากุระป่าและดอกอะซาเลียที่เบ่งบานไล่ระดับตามความสูง ต่อเนื่องมาถึงฤดูร้อนที่ผืนป่าเขียวขจีแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาและอากาศบริสุทธิ์เย็นสบาย หลีกหนีความร้อนระอุจากเบื้องล่างได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ภูเขาซึรุมิจะเปลี่ยนเป็นสีทองแดง แดงเพลิง และส้มอมเหลือง ตัดกับท้องฟ้าสีครามเข้มอย่างลงตัว และเมื่อฤดูหนาวมาเยือน ยอดเขาแห่งนี้จะกลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์สีขาวโพลน เกิดปรากฏการณ์ ‘จูฮโย’ (Juhyo) หรือแม่คะนิ้งและเกล็ดน้ำแข็งที่เกาะตัวตามกิ่งไม้จนกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งธรรมชาติที่หาชมได้ยากในภูมิภาคคิวชูตอนใต้
ร่องรอยแห่งศรัทธาและธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์
นอกเหนือจากทัศนียภาพทางกายภาพ ภูเขาซึรุมิยังเป็นสถานที่ที่มีความผูกพันกับจิตวิญญาณและความเชื่อท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน บริเวณรอบยอดเขามีศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์และรูปปั้นหินโบราณ เช่น พระพุทธรูปจิโซ (Jizo) ที่คอยปกป้องคุ้มครองผู้เดินทาง เส้นทางเดินเท้าเล็กๆ นำพาเราไปสัมผัสกับความเงียบสงบที่ถูกโอบล้อมด้วยไอหมอกและแรงศรัทธา เสียงสั่นกระดิ่งลมเบาๆ และควันธูปที่ลอยละล่องท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขา ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการเยียวยาจิตใจ สะท้อนถึงความกลมกลืนระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามวิถีความเชื่อแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
