เมื่อสายหมอกยามเช้าเคลียคลอไปตามทิวเขาโอกุเอ็ตสึในจังหวัดฟุกุอิ ผืนน้ำสีมรกตเข้มของทะเลสาบคูซุริวทำหน้าที่ราวกับกระจกบานมหึมาสะท้อนเฉดสีเพลิง ส้ม และทองของผืนป่าที่ผลัดใบ ที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งพลังงานอันเงียบสงบ แต่คือประจักษ์พยานแห่งความทะเยอทะยานของมนุษย์ที่ผสานกลมกลืนไปกับธรรมชาติอย่างน่าทึ่ง
การเดินทางสู่อภิมหาโครงการเขื่อนคูซุริวพาเราลัดเลาะไปตามเส้นทางสายวัฒนธรรมและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ที่ซึ่งวิศวกรรมโครงสร้างอันแข็งแกร่งบรรจบกับสุนทรียภาพแห่งการเดินทางแบบ Scenic Drive ท่ามกลางหุบเขาลึกและสายลมหนาวที่พัดพาความสดชื่นมาเยือนผืนแผ่นดินเบื้องล่าง
สถาปัตยกรรมแห่งขุนเขา: ความยิ่งใหญ่ของเขื่อนหินทับถมคูซุริว
เขื่อนคูซุริว (Kuzuryu Dam) ตั้งตระหง่านท้าทายกาลเวลาในฐานะผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรมโยธา ลักษณะเด่นของเขื่อนแห่งนี้คือการเป็นเขื่อนหินทับถม (Rock-fill Dam) ซึ่งใช้หินธรรมชาติขนาดมหมาศมาเรียงถมอัดแน่นเพื่อต้านทานมวลน้ำมหาศาลจากแม่น้ำคูซุริว การก่อสร้างซึ่งแล้วเสร็จในช่วงทศวรรษ 1960 ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางกายภาพของภูมิภาคให้กลายเป็นทะเลสาบเหนือเขื่อนที่มีทัศนียภาพงดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีน เมื่อยืนอยู่บนสันเขื่อน สายลมที่พัดผ่านจะนำพาละอองน้ำเย็นเยียบและความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ถูกโอบอุ้มด้วยฝีืมือมนุษย์มาปะทะผิวหน้า
สะพานแห่งความฝัน: จุดบรรจบของวิศวกรรมและทัศนียภาพเหนือระดับ
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนคูซุริวคือ สะพานฮาโกะกาเสะ (Hakogase Bridge) หรือที่นักเดินทางขนานนามให้ว่า ‘สะพานแห่งความฝัน’ (Yume no Hashi) สะพานแห่งนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นสะพานโครงสร้างเหล็กกล้าที่ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมจำลองย่อส่วนจากสะพานเซโตะโอฮาชิ (Seto Ohashi Bridge) ทอดตัวยาวข้ามส่วนเว้าของทะเลสาบคูซุริว ตัดกับฉากหลังที่เป็นผืนป่าทึบและภูเขาสูงชัน เมื่อขับรถผ่านสะพานแห่งนี้ในช่วงเวลาที่แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมาสะท้อนผิวน้ำ จะเกิดมิติของแสงและเงาที่สะกดสายตานักเดินทางทุกคน จนกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพและบันทึกความทรงจำที่ทรงคุณค่าที่สุดของฟุกุอิ
ซimfonia สีเพลิง: ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและเทศกาลแห่งหุบเขาโอกุเอ็ตสึ
เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน เทือกเขาโอกุเอ็ตสึรอบๆ ทะเลสาบคูซุริวจะค่อยๆ แปลงโฉมจากสีเขียวชอุ่มกลายเป็นผืนผ้าใบแห่งสีสัน ไล่เรียงตั้งแต่สีเหลืองทอง สีส้มอบอุ่น ไปจนถึงสีแดงเข้มของใบเมเปิ้ลและต้นบีชป่า ช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายนจึงเป็นช่วงเวลาทองที่ธรรมชาติแสดงออกถึงความงามสูงสุด นอกจากความงามของทัศนียภาพแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีบรรยากาศของ ‘Kuzuryu Autumn Leaves Festival’ ที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น อาหารพื้นบ้านจากวัตถุดิบป่าเขา และความอบอุ่นของผู้คนในชุมชนห่างไกลที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยไมตรีจิต
