เมื่อสายลมหนาวพัดพาละอองหิมะแรกมาสัมผัสผืนน้ำแห่งอ่าวฮาโกดาเตะ เมืองท่าประวัติศาสตร์แห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ประตูบานแรกที่เปิดรับโลกกว้างสู่เกาะฮอกไกโดนับตั้งแต่สนธิสัญญาคานากาว่าในปี ค.ศ. 1854 เท่านั้น หากแต่ยังเก็บงำความทรงจำอันวิจิตรของยุคสมัยที่วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน
การเดินทางมาเยือนฮาโกดาเตะจึงเป็นมากกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป แต่มันคือการก้าวเข้าสู่ห้วงเวลาอันเรืองรอง สถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกที่ตั้งตระหง่านเคียงคู่กลิ่นอายอารยธรรมดั้งเดิม ถนนลาดชันที่ทอดตัวลงสู่ท้องทะเลประกายระยิบระยับ และแสงไฟนับแสนดวงจากยอดเขาที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในทัศนียภาพยามค่ำคืนที่งดงามที่สุดในโลก องค์ประกอบเหล่านี้ร้อยเรียงกันเป็นบทกวีแห่งการเดินทางที่พร้อมขับกล่อมหัวใจนักแสวงหาความงามผู้รื่นรมย์ในรายละเอียดของชีวิต
ร่องรอยอารยธรรมบนเนินลาดชัน: ย่านโมโตมาจิ (Motomachi)
ทอดน่องไปตามแนวเนินเขาภูเขา Hakodate ที่ลาดชันลงสู่ท้องทะเล คือที่ตั้งของย่านโมโตมาจิ ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนยุคเฟื่องฟูของการค้าขายและการทูตในอดีต สถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนที่นี่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นอดีตสถานกงสุลใหญ่รัสเซีย โบสถ์คาทolic ฮาโกดาเตะ และอาคารทำการเขตเก่าท่าเรือฮาโกดาเตะ ซึ่งผสมผสานงานออกแบบสไตล์ยุโรปเข้ากับโครงสร้างไม้แบบญี่ปุ่นได้อย่างกลมกลืน การเดินทอดน่องผ่านถนนปูหินในยามบ่ายที่แสงแดดทอประกายสีทองกระทบผืนน้ำทะเลเบื้องล่าง มอบความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในหน้าประวัติศาสตร์อันโรแมนติกที่ถูกหยุดเวลาไว้
เรขาคณิตแห่งกาลเวลา: ป้อมดาวห้าแฉก โกเรียวกาคุ (Goryokaku)
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ป้อมปราการโกเรียวกาคุ ป้อมปืนสไตล์ตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่นที่มีผังเป็นรูปดาวห้าแฉกอันน่าทึ่ง สร้างขึ้นในช่วงปลายยุคเอโดะเพื่อป้องกันการรุกรานทางทะเล ปัจจุบันพื้นที่ภายในคูเมืองได้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่งดงามในทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นสีชมพูสะพรั่งของดอกซากุระนับพันต้นในฤดูใบไม้ผลิ สีเขียวขจีในฤดูร้อน หรือความขาวโพลนของหิมะบริสุทธิ์ที่ปกคลุมรูปทรงดาวในฤดูหนาว การขึ้นไปชมทัศนียภาพจากหอคอย Goryokaku Tower จะเผยให้เห็นความสมบูรณ์แบบทางเรขาคณิตที่มนุษย์และธรรมชาติร่วมกันสรรค์สร้างขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
สymphony แห่งรสชาติ: ศิลปะอาหารทะเลระดับกูร์เมต์แห่งฮาโกดาเตะ
ความอุดมสมบูรณ์ของกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นที่มาบรรจบกัน ณ ภูฏานแห่งท้องทะเลฮอกไกโด ทำให้ฮาโกดาเตะกลายเป็นสวรรค์ของนักชิมอย่างแท้จริง เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการเยือนตลาดเช้าฮาโกดาเตะ (Hakodate Morning Market) เพื่อสัมผัสชีวิตชีวาอันคึกคัก และลิ้มรส ‘Kaisen-don’ ข้าวหน้าอาหารทะเลที่โปะด้วยไข่หอยเม่น (Uni) สดหวานละมุนลิ้น กุ้งหวานโบตัน และปูทอดกรอบเนื้อแน่น ตกค่ำแวะเวียนไปย่านโกดังอิฐแดงคาเนโมริ (Kanemori Red Brick Warehouse) ที่ปรับเปลี่ยนโฉมเป็นร้านอาหารสไตล์ฟิวชั่นและร้านอาหารทะเลชั้นเลิศ ซึ่งเสิร์ฟไวน์ชั้นดีคู่กับอาหารทะเลท้องถิ่นท่ามกลางบรรยากาศริมอ่าวอันแสนอบอุ่น
