เมื่อเส้นขอบฟ้าของมหานครโตเกียวเริ่มเคลื่อนตัวถอยห่างผ่านกระจกใสบานใหญ่ ความคิดที่ว่าการเดินทางด้วยรถไฟเป็นเพียงวิถีแห่งการย้ายพิกัดจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งก็มือน้ำค้างยามเช้าที่ระเหยหายไป ญี่ปุ่นได้ยกระดับงานวิศวกรรมรางเหล็กให้กลายเป็นพื้นที่แห่งศิลปะและการพักผ่อนอันชั้นสูง ที่ซึ่งกาลเวลาดูราวกับจะเดินช้าลง เปิดโอกาสให้จิตวิญญาณได้ซึมซับทัศนียภาพอันวิจิตรตระการตาผ่านการบริการที่ประณีตบรรจงราวกับโรงแรมหรูลอยน้ำ
ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของการเดินทางแบบเดิมๆ พาหัวใจไปสัมผัสความเงียบสงบในห้องโดยสารส่วนตัวระดับเฟิสต์คลาส ลิ้มรสชาติอาหารตามฤดูกาลจากวัตถุดิบชั้นเลิศท้องถิ่น และปล่อยให้ทิวทัศน์หิมะโปรยปรายหรือชายฝั่งทะเลสีครามค่อยๆ ร้อยเรียงเรื่องราวการเดินทางอันน่าจดจำ บนเส้นทางรถไฟท่องเที่ยวและตู้โดยสารพรีเมียมที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อนักเดินทางผู้แสวงหาคุณค่าอันลึกซึ้งของการใช้ชีวิต
ความต่างของระดับชั้น: จาก Green Car สู่ความรื่นรมย์ขั้นสุดใน Gran Class ชินคันเซ็น
แม้ตู้โดยสาร Green Car ของชินคันเซ็นจะขึ้นชื่อเรื่องความกว้างขวางและความเงียบสงบอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่มองหาความสมบูรณ์แบบขั้นกว่า Gran Class บนเส้นทางสายโทโฮคุ ฮอกไกโด โฮคุริคุ และโจเอสึ เปรียบเสมือนการยกเอาเลานจ์ระดับหกดาวมาไว้บนความเร็วสูง ด้วยจำนวนที่นั่งจำกัดเพียง 18 ที่นั่งต่อคัน จัดวางในรูปแบบ 2+1 เบาะนั่งหุ้มหนังปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้าได้ลึกถึง 45 องศา พร้อมเบาะรองน่องที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์
บนขบวนรถที่ให้บริการเต็มรูปแบบ (With Beverage and Light Meal Service) ผู้โดยสารจะได้รับการต้อนรับจากพนักงานต้อนรับประจำตู้ (Gran Class Attendant) พร้อมชุดต้อนรับ อาหารว่างปรุงจากวัตถุดิบตามฤดูกาลทั้งแบบญี่ปุ่นและตะวันตก รวมถึงเครื่องดื่มหลากหลายชนิดไม่อั้น ทั้งไวน์ท้องถิ่น สาเก และชาพรีเมียม ความใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้เปลี่ยนการเดินทางข้ามจังหวัดให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง
Saphir Odoriko และ Joyful Trains: เมื่อรถไฟไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือจุดหมายปลายทาง
นอกเหนือจากเครือข่ายชินคันเซ็น ญี่ปุ่นยังมีขบวนรถไฟท่องเที่ยวเฉพาะกิจ หรือที่เรียกว่า ‘Joyful Trains’ และรถไฟด่วนพิเศษดีไซน์หรูอย่าง Saphir Odoriko ที่วิ่งเชื่อมโยงโตเกียวกับคาบสมุทรอิซุ ขบวนรถไฟสีน้ำเงินเข้มประกายมุกนี้ได้รับการออกแบบโดย Ken Okuyama แรงบันดาลใจจากเฉดสีของท้องฟ้าและท้องทะเลอิซุ ภายในประกอบด้วยตู้ Premium Green แบบที่นั่งเดี่ยว 1+1 และห้องโดยสารส่วนตัวสำหรับครอบครัว พร้อมหน้าต่างบานใหญ่และช่องกระจกบนเพดานให้มองเห็นทิวทัศน์ท้องฟ้าและแนวป่าเขาได้อย่างเต็มตา
ในขณะเดียวกัน บรรดารถไฟ Joyful Trains ในภูมิภาคอื่นๆ เช่น Resort Shirakami ที่ลัดเลาะผ่านผืนป่าชิราคามิสึจิ หรือขบวนรถไฟธีมศิลปะและวัฒนธรรม ต่างก็นำเสนอเอกลักษณ์ท้องถิ่นผ่านงานฝีมือดั้งเดิม ดนตรีพื้นบ้าน และการตกแต่งภายในด้วยไม้ธรรมชาติ ชวนให้ผู้โดยสารได้ดื่มด่ำกับเรื่องราวรอบตัวอย่างลึกซึ้งในทุกกิโลเมตรที่เคลื่อนผ่าน
ศิลปะแห่งการวางแผนและการเตรียมตัว: กุญแจสู่ประสบการณ์รถไฟลักชัวรีอย่างไร้ที่ติ
การจะได้มาซึ่งที่นั่งในตู้โดยสารพิเศษเหล่านี้ต้องอาศัยความเข้าใจในระบบการจองตั๋วของญี่ปุ่น เนื่องจากตั๋ว Gran Class และห้องส่วนตัวของ Saphir Odoriko มักมีจำนวนจำกัดและเป็นที่ต้องการสูงมาก นักเดินทางสามารถจองล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ทางการของ JR ได้ล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง โดยควรวางแผนล่วงหน้าทันทีที่เปิดให้จอง (โดยทั่วไปคือ 30 วันก่อนวันเดินทาง)
นอกจากนี้ การเตรียมตัวด้านมารยาทและการแต่งกายก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้คุณกลมกลืนไปกับบรรยากาศอันเงียบสงบและมีรสนิยม การแต่งกายด้วยชุดสุภาพเรียบร้อย (Smart Casual) การควบคุมระดับเสียง และการใช้อุปกรณ์สื่อสารด้วยความเกรงใจ จะช่วยรักษาบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ให้คงอยู่ร่วมกัน เป็นสุนทรียศาสตร์แห่งการเดินทางที่นักเดินทางผู้มีรสนิยมต่างให้ความสำคัญสูงสุด
