แกะรอยย่านประวัติศาสตร์มิโตะ (Mito): สัมผัสจิตวิญญาณซามูไรตระกูลโทคุกาวะ และเสน่ห์เมืองเก่าแห่งอิบารากิ
ข้อมูลการเดินทางlocation_onย่านประวัติศาสตร์มิโตะ (Mito Minami Historic Street)

แกะรอยย่านประวัติศาสตร์มิโตะ (Mito): สัมผัสจิตวิญญาณซามูไรตระกูลโทคุกาวะ และเสน่ห์เมืองเก่าแห่งอิบารากิ

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านผืนน้ำระยิบระยับของทะเลสาบเซนบะ (Senba Lake) เมืองมิโตะ (Mito) ในจังหวัดอิบารากิไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นเมืองผ่าน หากแต่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่เก็บซ่อนร่องรอยแห่งอดีตกาลอันทรงเกียรติของตระกูล ‘มิโตะ โทคุกาวะ’ หนึ่งในสามตระกูลสาขาผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดแห่งรัฐบาลโชกุนเอโดะ ที่นี่คือดินแดนที่เสียงสะท้อนจากคมดาบซามูไรและเสียงพลิกหน้ากระดาษปรัชญาโบราณยังคงก้องกังวานอยู่ในทุกมุมถนน

การเดินทางสู่ย่านประวัติศาสตร์มิโตะจึงไม่ใช่เพียงการเที่ยวชมสถาปัตยกรรมไม้เก่าแก่ แต่เป็นการก้าวข้ามกาลเวลาเข้าสู่โลกแห่ง ‘มิโตะกาคุ’ (Mitogaku) สำนักคิดทางปรัชญาและการศึกษาที่หล่อหลอมจิตวิญญาณแห่งความจงรักภักดีและจิตสำนึกสาธารณะอันเข้มข้น ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประวัติศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของประเทศญี่ปุ่น นักเดินทางผู้แสวงหาความลึกซึ้งจะได้พบกับความสง่างามที่สงบเงียบ ความประณีตของงานฝีมือดั้งเดิม และสุนทรียภาพอันทรงคุณค่าที่รอดพ้นจากการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

โคโดคัง: ศาลเจ้าแห่งปัญญาและจิตวิญญาณซามูไร

ใจกลางย่านประวัติศาสตร์ของมิโตะคือที่ตั้งของ ‘โคโดคัง’ (Kodokan) สถาบันการศึกษาชั้นนำของแคว้นมิโตะซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1841 โดยไดเมียวโทคุกาวะ นาริอากิ โคโดคังไม่ได้เป็นเพียงโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ทั่วไป หากแต่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งปรัชญาที่ซามูไรและชนชั้นปกครองในยุคนั้นมารวมตัวกันเพื่อศึกษาทั้งคัมภีร์ขงจื๊อ ประวัติศาสตร์ ดาราศาสตร์ และวิชาการทหาร อาคารไม้โบราณสีเข้มที่ทอดยยาวขนานไปกับสวนอุทยานสะท้อนถึงความเคร่งครัด สง่างาม และความเคารพต่อองค์ความรู้ ภายในบริเวณยังเป็นที่ประดิษฐานของต้นบ๊วยนับพันต้น ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาความอดทนและการเบ่งบานท่ามกลางความหนาวเหน็บอันเป็นเอกลักษณ์ของแคว้นนี้

ร่องรอยอำนาจ: ซากปราสาทมิโตะและมรดกตระกูลโทคุกาวะ

แม้ตัวปราสาทหลักดั้งเดิมจะเผชิญกับภัยสงครามและการเวลา แต่ ‘ซากปราสาทมิโตะ’ (Mito Castle Ruins) ก็ยังคงไว้ซึ่งความน่าเกรงขามผ่านกำแพงหินอันมั่นคงและคูเมืองธรรมชาติ การบูรณะประตูโอมง (O-Mon Gate) และอาคารนิโนะมารุ โกเทน (Ninomaru Goten) ในเวลาต่อมาด้วยเทคนิคดั้งเดิมและไม้ซุงคุณภาพสูง ทำให้เราได้เห็นภาพความรุ่งโรจน์ของตระกูลโทคุกาวะแห่งมิโตะอย่างชัดเจน บรรยากาศรอบบริเวณปราสาทเงียบสงบ เหมาะแก่การเดินทอดน่องยามบ่าย สัมผัสร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้ในสถาปัตยกรรมและการจัดวางผังเมืองแบบเอโดะที่ยังคงหลงเหลือเค้าโครงเดิม

สุนทรียภาพแห่งรสชาติ: จากถั่วนัตโตตำนานสู่เนื้อฮิตาชิชั้นเลิศ

การเดินทางในมิโตะจะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลยหากขาดการสำรวจมิติทางวัฒนธรรมอาหาร มิโตะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่ง ‘นัตโต’ (Natto) ถั่วหมักพื้นบ้านที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับร้อยปี โดยมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับการค้นพบโดยบังเอิญในกองฟางของซามูไร ปัจจุบัน นัตโตมิโตะได้รับการยกระดับสู่ความประณีต ทั้งรูปแบบดั้งเดิมและเมนูสร้างสรรค์ในร้านอาหารท้องถิ่น ขณะเดียวกัน ผู้ชื่นชอบความเลิศรสระดับไฮเอนด์ยังจะได้ลิ้มลอง ‘เนื้อวัวฮิตาชิ’ (Hitachi Wagyu) เนื้อโคเนื้อชั้นดีที่มีไขมันแทรกละเอียดดุจลายหินอ่อน ละลายในปากทันทีเมื่อสัมผัสความร้อน ถือเป็นประสบการณ์Gastronomy ที่ผสานภูมิปัญญาเกษตรกรรมอันประณีตของอิบารากiเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทางจากโตเกียวสามารถทำได้อย่างสะดวกสบายโดยสารรถไฟ JR Joban Line ขบวน Limited Express (Hitachi หรือ Tokiwa) จากสถานี Ueno ใช้เวลาเพียงประมาณ 65-75 นาที ก็ถึงสถานี Mito สำหรับการท่องเที่ยวภายในเมือง สามารถใช้บริการรถประจำทางท้องถิ่นหรือการเดินเท้าเพื่อเข้าถึงย่านประวัติศาสตร์ได้อย่างทั่วถึง ควรแต่งกายด้วยชุดสุภาพและสวมรองเท้าที่ถอดเข้าออกง่ายเนื่องจากสถานที่ประวัติศาสตร์หลายแห่งเช่นโคโดคังต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าชม ควรเตรียมเงินสดติดตัวไว้บ้างสำหรับร้านค้าดั้งเดิมบางแห่งที่ยังไม่รองรับระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

ย่านประวัติศาสตร์มิโตะตั้งอยู่ที่ไหน และเดินทางจากโตเกียวอย่างไร?expand_more
ย่านประวัติศาสตร์มิโตะตั้งอยู่ในจังหวัดอิบารากิ สามารถเดินทางจากโตเกียวได้อย่างง่ายดายด้วยรถไฟ JR Limited Express (สาย Hitachi หรือ Tokiwa) จากสถานี Ueno หรือ Tokyo ลงที่สถานี Mito ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีเท่านั้น
สถานที่ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนมิโตะคือที่ใด?expand_more
ไฮไลท์สำคัญประกอบด้วย 'โรงเรียนโคโดคัง' (Kodokan) โรงเรียนซามูไรโบราณที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น, 'ซากปราสาทมิโตะ' (Mito Castle Ruins) ที่มีการบูรณะประตูประวัติศาสตร์ และ 'สวน Kairakuen' ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก 1 ใน 3 สวนที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น
ช่วงเวลาใดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในมิโตะ?expand_more
ช่วงเวลาที่แนะนำคือฤดูใบไม้ผลิ (เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม) ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลดอกบ๊วยบานสะพรั่งที่โคโดคังและไคราคุเอน หรือช่วงฤดูใบไม้ร่วง (เดือนพฤศจิกายน) ที่ใบไม้เปลี่ยนสีช่วยขับเน้นความงามของสถาปัตยกรรมโบราณให้โดดเด่นยิ่งขึ้น