เมื่อเบื้องล่างคือผืนแผ่นดินอันเงียบสงบของหุบเขาคิโซะ แต่เบื้องบนกลับเป็นอาณาจักรแห่งหินผาและผืนฟ้าที่ดูคล้ายเอื้อมมือคว้าถึง ความมหัศจรรย์ของโลกยุคน้ำแข็งเมื่อกว่า 20,000 ปีที่แล้วได้ทิ้งร่องรอยอันยิ่งใหญ่ไว้เบื้องหลัง ณ หุบเขารูปกระทะเซ็นโจจิกิ หรือ Senjojiki Cirque อัญมณีเม็ดงามบนยอดเขาโฮโกดะเกะ (Mount Hodaka) ในแนวเทือกเขาแอลป์ตอนกลางของญี่ปุ่น (Central Alps) ที่ซึ่งความเงียบงันของธรรมชาติขับกล่อมจิตใจนักเดินทางให้ล่องลอยไปกับมิติเวลาอันยาวนาน
การเดินทางสู่ดินแดนเบื้องบนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การย้ายพิกัดจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง หากแต่เป็นการก้าวข้ามผ่านเขตจำกัดของโลกสมัยใหม่ สู่พื้นที่ที่ธรรมชาติยังคงรักษาความบริสุทธิ์ไว้อย่างเหนียวแน่น ผ่านการนำพาของกระเช้าลอยฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพร้อมจะเปิดม่านต้อนรับผู้มาเยือนสู่ทัศนียภาพพาโนรามา 360 องศา ที่จะเปลี่ยนมุมมองต่อความงดงามของเจแปนอัลป์ไปอย่างสิ้นเชิง
ร่องรอยประวัติศาสตร์น้ำแข็ง: มรดก 20,000 ปีบนความสูง 2,612 เมตร
คำว่า ‘Senjojiki’ แปลตามตัวอักษรได้ว่า ‘เสื่อทาทามิหนึ่งพันผืน’ ซึ่งเป็นชื่อที่บรรยายถึงลักษณะภูมิประเทศของแอ่งหินขนาดมหึมาบนยอดเขา ที่มีความกว้างขวางราบเรียบราวกับมีการปูเสื่อทาทามิผืนยักษ์ไว้รองรับเบื้องหน้ายอดเขาสูงชัน แอ่งกระทะแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ หากแต่เป็นผลงานชิ้นเอกของแม่น้ำธารน้ำแข็งในยุคไพลสโตซีน (Pleistocene) ที่ค่อย ๆ กัดเซาะและโอบอุ้มแผ่นหินผาอันแข็งแกร่งจนกลเป็นอัฒจันทร์ธรรมชาติรูปโค้งครึ่งวงกลม เมื่อยืนอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของเซ็นโจจิกิ ผนังหินแกรนิตสีเทาดำที่ตั้งตระหง่านโอบล้อมรอบด้านจะสะท้อนถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่มนุษย์เราทำได้เพียงยืนมองด้วยความเคารพ
Komagatake Ropeway: สะพานเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับหลังคาแห่งเจแปนอัลป์
การเดินทางขึ้นสู่ Senjojiki Cirque ถือเป็นประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เริ่มต้นจากการนั่งรถบัสผ่านผืนป่าทึบของหุบเขาโคมะงาเนะ (Komagane) ขึ้นไปยังสถานี Shirabidaira ก่อนที่จะเปลี่ยนถ่ายสู่ Komagatake Ropeway กระเช้าลอยฟ้าที่นำพานักเดินทางลอยละลิ่วผ่านความสูงชัน ไต่ระดับจากสถานีล่างขึ้นสู่สถานี Senjojiki ซึ่งตั้งอยู่ ณ จุดสูงสุดในญี่ปุ่นที่ 2,612 เมตร ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ขณะที่กระเช้าเคลื่อนตัวผ่านผืนป่าสนและแนวหน้าผาหิน ทัศนียภาพเบื้องล่างจะค่อย ๆ เปิดกว้างออก เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ของหุบเขาอีนาและเทือกเขาแอลป์ใต้ที่ทอดยาวสุดสายตา
ซimphony แห่งสี่ฤดู: เมื่อผืนป่าและขุนเขาผลัดชุดแต่งกาย
ความน่าหลงใหลประการหนึ่งของ Senjojiki Cirque คือการที่ธรรมชาติที่นี่มีชีวิตชีวาและเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิงในแต่ละฤดู ช่วงฤดูร้อน (เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม) แอ่งหินแห่งนี้จะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสดใสของดอกไม้ป่าบนที่สูงนับร้อยชนิด เช่น ดอกโคมาคุซา (Kamakusa) หรือที่ขนานนามว่าเป็น ‘ราชินีแห่งดอกไม้ alpine’ ที่เบ่งบานท่ามกลางสายลมเย็น ต่อเนื่องมาถึงฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายนถึงตุลาคม) ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาไฮไลท์ที่ผืนป่าเบื้องล่างและแนวพุ่มไม้บนภูเขาจะพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีทอง สีแดง และสีส้มอร่าม ตัดกับยอดเขาสีเทาและท้องฟ้าสีครามเข้ม ก่อนที่ทุกสิ่งจะถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงบและขาวโพลนของหิมะหนาทึบในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ
