เมื่อเอ่ยถึงชื่อ ‘คุจุกุชิมะ’ (Kujukushima) หลายคนมักแปลตรงตัวตามตัวอักษรญี่ปุ่นได้ว่า ‘เก้าสิบเก้าเกาะ’ ทว่าผืนน้ำอันเวิ้งว้างแห่งทะเลซาเซโบะในจังหวัดนางาซากิกลับซ่อนความลับทางภูมิศาสตร์อันน่าทึ่งไว้เบื้องหลังตัวเลขนั้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว หมู่เกาะแห่งนี้ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์กว่า 208 เกาะ กระจัดกระจายตัวราวกับผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ธรรมชาติบรรจงแต่งแต้มลงบนผืนผ้าใบสีครามแห่งอุทยานแห่งชาติไซไก (Saikai National Park) นี่คือดินแดนที่ความเงียบสงบของหมู่เกาะสลับซับซ้อนบรรจบกับสุนทรียภาพของการเดินทางระดับลักชัวรี ที่ซึ่งนักเดินทางจะได้สัมผัสจังหวะเวลาอันช้าลง ท่ามกลางละอองลมทะเลและแสงสีทองที่สะท้อนผิวน้ำระยิบระยับ
การเดินทางมาเยือนหมู่เกาะคุจุกุชิมะ ญี่ปุ่น จึงไม่ใช่เพียงแค่การชื่นชมทัศนียภาพทั่วไป แต่เป็นการเปิดประสาทสัมผัสเพื่อรับรู้ถึงความประณีตบรรจงของระบบนิเวศทางทะเลที่มีความหนาแน่นของเกาะสูงที่สุดในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการแหวกว่ายผ่านเขาวงกตแห่งเกาะแก่งด้วยเรือยอชท์คาตามารันสมัยใหม่ การยืนมองภาพพาโนรามาอันกว้างไกลจากจุดชมวิวบนยอดเขา หรือการลิ้มรสความหวานฉ่ำของหอยนางรมสดจากฟาร์มท้องถิ่น ทุกองค์ประกอบล้วนร้อยเรียงเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ทรงคุณค่าและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์เหนือกาลเวลา
สุนทรียภาพแห่งการล่องเรือ: ท่องเขาวงกตสีครามบนเรือ 99TRITON และ Pearl Queen
หัวใจสำคัญของการสัมผัสความงามแห่งคุจุกุชิมะอย่างใกล้ชิด คือการล่องเรือออกไปสู่ผืนน้ำสีมรกตที่สงบนิ่งดั่งกระจกเงา เรือสำราญสีขาวสะอาดตาอย่าง ‘Pearl Queen’ และเรือคาตามารันดีไซน์โมเดิร์น ‘99TRITON’ พร้อมนำพานักเดินทางลัดเลาะผ่านซอกซอนระหว่างเกาะน้อยใหญ่ที่มีตั้งแต่เกาะขนาดใหญ่ที่มีป่าไม้หนาแน่นเขียวขจี ไปจนถึงโขดหินรูปร่างแปลกตาโผล่พ้นผิวน้ำ การออกแบบตัวเรือที่เปิดโล่งช่วยให้สายลมทะเลพัดผ่านได้อย่างอิสระ ขณะที่ช่วงเวลาใกล้พลบค่ำ เรือ 99TRITON จะทำหน้าที่เป็นเสมือนเวทยมนต์พาผู้โดยสารไปชมวินาทีที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า สาดแสงสีส้มอมชมพูอาบไล่ทิวเกาะเรียงรายเกิดเป็นเงาสลักซ้อนกันเป็นชั้นๆ สร้างความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน
สองมุมมองระดับมาสเตอร์พีซ: เท็นไคโฮ และอิชิดาเกะ ฉากทัศน์ที่โลกต้องจดจำ
หากการล่องเรือมอบสัมผัสในระดับผิวน้ำ การขึ้นสู่จุดชมวิวมุมสูงคือการเปิดมุมมองจักรวาลกว้างใหญ่ของคุจุกุชิมะ จุดชมวิวเท็นไคโฮ (Tenkaiho) ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ทอดตัวยาว เปิดมุมมองพาโนรามา 180 องศา เห็นหมู่เกาะนับร้อยลอยตัวสงบเรียงรายในอ่าวซาเซโบะ โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง บริเวณลานด้านหน้าจุดชมวิวจะถูกแต่งแต้มด้วยทุ่งดอกเรพซีดและคอสมอสสีสันสดใส ตัดกับฉากหลังสีฟ้าครามของท้องทะเลอย่างลงตัว
ในขณะเดียวกัน จุดชมวิวอิชิดาเกะ (Ishidake Observatory) ซึ่งอยู่สูงขึ้นไปอีกระดับ ได้รับการจารึกในความทรงจำระดับสากลว่าเป็นจุดชมวิวที่งดงามจนเคยใช้เป็นฉากเปิดเรื่องของภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง ‘The Last Samurai’ จากมุมนี้สายตาจะทอดไกลไปเห็นทั้งอ่าวซาเซโบะและหมู่เกาะคุจุกุชิมะเรียงรายสลับซับซ้อนสุดสายตา ราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณที่มีชีวิต
รสสัมผัสและชีวิตชีวาแห่งท้องทะเล: ไข่มุกแท้และหอยนางรมคุจุกุชิมะ
ความอุดมสมบูรณ์ของกระแสน้ำในอ่าวคุจุกุชิมะไม่เพียงแต่สร้างทัศนียภาพอันงดงาม แต่ยังเป็นแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงไข่มุกที่สำคัญของญี่ปุ่น ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคุจุกุชิมะสึกิระระ (Umikirara) นักเดินทางสามารถสัมผัสประสบการณ์พิเศษในการคัดเลือกหอยมุกและลงมือดึงไข่มุกแท้ด้วยตนเองเพื่อนำกลับมาเป็นเครื่องประดับชิ้นเดียวในโลก นอกจากนี้ ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ยังเอื้ออำนวยให้เกิดผลผลิตขึ้นชื่ออย่าง ‘หอยนางรมคุจุกุชิมะ’ ที่มีรสชาติหวานละมุน เนื้อแน่น และกลิ่นอายความเป็นทะเลอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่เชฟท้องถิ่นภูมิใจนำเสนอตามฤดูกาลอาหารระดับพรีเมียม
