เจาะลึก 'หมู่เกาะคุจุกุชิมะ ญี่ปุ่น' มหัศจรรย์ 208 เกาะแห่งทะเลซาเซโบะ: ล่องเรือหรู ชมอาทิตย์อัสดง และสัมผัสวิถีธรรมชาติพรีเมียม
ข้อมูลการเดินทางlocation_onหมู่เกาะคุจุกุชิมะ (Kujukushima Islands)

เจาะลึก 'หมู่เกาะคุจุกุชิมะ ญี่ปุ่น' มหัศจรรย์ 208 เกาะแห่งทะเลซาเซโบะ: ล่องเรือหรู ชมอาทิตย์อัสดง และสัมผัสวิถีธรรมชาติพรีเมียม

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อเอ่ยถึงชื่อ ‘คุจุกุชิมะ’ (Kujukushima) หลายคนมักแปลตรงตัวตามตัวอักษรญี่ปุ่นได้ว่า ‘เก้าสิบเก้าเกาะ’ ทว่าผืนน้ำอันเวิ้งว้างแห่งทะเลซาเซโบะในจังหวัดนางาซากิกลับซ่อนความลับทางภูมิศาสตร์อันน่าทึ่งไว้เบื้องหลังตัวเลขนั้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว หมู่เกาะแห่งนี้ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์กว่า 208 เกาะ กระจัดกระจายตัวราวกับผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ธรรมชาติบรรจงแต่งแต้มลงบนผืนผ้าใบสีครามแห่งอุทยานแห่งชาติไซไก (Saikai National Park) นี่คือดินแดนที่ความเงียบสงบของหมู่เกาะสลับซับซ้อนบรรจบกับสุนทรียภาพของการเดินทางระดับลักชัวรี ที่ซึ่งนักเดินทางจะได้สัมผัสจังหวะเวลาอันช้าลง ท่ามกลางละอองลมทะเลและแสงสีทองที่สะท้อนผิวน้ำระยิบระยับ

การเดินทางมาเยือนหมู่เกาะคุจุกุชิมะ ญี่ปุ่น จึงไม่ใช่เพียงแค่การชื่นชมทัศนียภาพทั่วไป แต่เป็นการเปิดประสาทสัมผัสเพื่อรับรู้ถึงความประณีตบรรจงของระบบนิเวศทางทะเลที่มีความหนาแน่นของเกาะสูงที่สุดในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการแหวกว่ายผ่านเขาวงกตแห่งเกาะแก่งด้วยเรือยอชท์คาตามารันสมัยใหม่ การยืนมองภาพพาโนรามาอันกว้างไกลจากจุดชมวิวบนยอดเขา หรือการลิ้มรสความหวานฉ่ำของหอยนางรมสดจากฟาร์มท้องถิ่น ทุกองค์ประกอบล้วนร้อยเรียงเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ทรงคุณค่าและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์เหนือกาลเวลา

สุนทรียภาพแห่งการล่องเรือ: ท่องเขาวงกตสีครามบนเรือ 99TRITON และ Pearl Queen

หัวใจสำคัญของการสัมผัสความงามแห่งคุจุกุชิมะอย่างใกล้ชิด คือการล่องเรือออกไปสู่ผืนน้ำสีมรกตที่สงบนิ่งดั่งกระจกเงา เรือสำราญสีขาวสะอาดตาอย่าง ‘Pearl Queen’ และเรือคาตามารันดีไซน์โมเดิร์น ‘99TRITON’ พร้อมนำพานักเดินทางลัดเลาะผ่านซอกซอนระหว่างเกาะน้อยใหญ่ที่มีตั้งแต่เกาะขนาดใหญ่ที่มีป่าไม้หนาแน่นเขียวขจี ไปจนถึงโขดหินรูปร่างแปลกตาโผล่พ้นผิวน้ำ การออกแบบตัวเรือที่เปิดโล่งช่วยให้สายลมทะเลพัดผ่านได้อย่างอิสระ ขณะที่ช่วงเวลาใกล้พลบค่ำ เรือ 99TRITON จะทำหน้าที่เป็นเสมือนเวทยมนต์พาผู้โดยสารไปชมวินาทีที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า สาดแสงสีส้มอมชมพูอาบไล่ทิวเกาะเรียงรายเกิดเป็นเงาสลักซ้อนกันเป็นชั้นๆ สร้างความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน

สองมุมมองระดับมาสเตอร์พีซ: เท็นไคโฮ และอิชิดาเกะ ฉากทัศน์ที่โลกต้องจดจำ

หากการล่องเรือมอบสัมผัสในระดับผิวน้ำ การขึ้นสู่จุดชมวิวมุมสูงคือการเปิดมุมมองจักรวาลกว้างใหญ่ของคุจุกุชิมะ จุดชมวิวเท็นไคโฮ (Tenkaiho) ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ทอดตัวยาว เปิดมุมมองพาโนรามา 180 องศา เห็นหมู่เกาะนับร้อยลอยตัวสงบเรียงรายในอ่าวซาเซโบะ โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง บริเวณลานด้านหน้าจุดชมวิวจะถูกแต่งแต้มด้วยทุ่งดอกเรพซีดและคอสมอสสีสันสดใส ตัดกับฉากหลังสีฟ้าครามของท้องทะเลอย่างลงตัว

ในขณะเดียวกัน จุดชมวิวอิชิดาเกะ (Ishidake Observatory) ซึ่งอยู่สูงขึ้นไปอีกระดับ ได้รับการจารึกในความทรงจำระดับสากลว่าเป็นจุดชมวิวที่งดงามจนเคยใช้เป็นฉากเปิดเรื่องของภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง ‘The Last Samurai’ จากมุมนี้สายตาจะทอดไกลไปเห็นทั้งอ่าวซาเซโบะและหมู่เกาะคุจุกุชิมะเรียงรายสลับซับซ้อนสุดสายตา ราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณที่มีชีวิต

รสสัมผัสและชีวิตชีวาแห่งท้องทะเล: ไข่มุกแท้และหอยนางรมคุจุกุชิมะ

ความอุดมสมบูรณ์ของกระแสน้ำในอ่าวคุจุกุชิมะไม่เพียงแต่สร้างทัศนียภาพอันงดงาม แต่ยังเป็นแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงไข่มุกที่สำคัญของญี่ปุ่น ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคุจุกุชิมะสึกิระระ (Umikirara) นักเดินทางสามารถสัมผัสประสบการณ์พิเศษในการคัดเลือกหอยมุกและลงมือดึงไข่มุกแท้ด้วยตนเองเพื่อนำกลับมาเป็นเครื่องประดับชิ้นเดียวในโลก นอกจากนี้ ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ยังเอื้ออำนวยให้เกิดผลผลิตขึ้นชื่ออย่าง ‘หอยนางรมคุจุกุชิมะ’ ที่มีรสชาติหวานละมุน เนื้อแน่น และกลิ่นอายความเป็นทะเลอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่เชฟท้องถิ่นภูมิใจนำเสนอตามฤดูกาลอาหารระดับพรีเมียม

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทางสู่หมู่เกาะคุจุกุชิมะสามารถเริ่มต้นจากเมืองซาเซโบะ (Sasebo) ซึ่งเชื่อมต่อด้วยรถไฟ JR Express จากฟุกุโอกะ (Hakata Station) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง สำหรับการเที่ยวชมภายในอุทยาน แนะนำให้ใช้บริการรถประจำทางท้องถิ่นจากสถานี Sasebo หรือเช่ารถขับเพื่อความสะดวกในการเข้าถึงจุดชมวิวบนภูเขา ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยวคือฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน) ซึ่งสภาพอากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าเปิดโล่ง และมีทัศนวิสัยในการมองเห็นหมู่เกาะชัดเจนที่สุด การแต่งกายควรสวมรองเท้าที่เดินสบายเนื่องจากมีทางลาดชันเล็กน้อยบริเวณจุดชมวิว และควรตรวจสอบตารางเวลารอเรือล่องอ่าวล่วงหน้า
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

ทำไมหมู่เกาะคุจุกุชิมะจึงมีชื่อว่า 99 เกาะ ทั้งที่มีเกาะถึง 208 เกาะ?expand_more
คำว่า 'คุจุกุ' ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า 99 ซึ่งในสมัยโบราณใช้เป็นคำอุปมาอุปไมยเพื่อสื่อถึงจำนวนที่มากมายนับไม่ถ้วนและมีความหนาแน่นสูงของเกาะแก่งในบริเวณนั้น โดยจากการสำรวจทางภูมิศาสตร์อย่างเป็นทางการล่าสุดพบว่ามีเกาะที่ปรากฏเด่นชัดถึง 208 เกาะในเขตอุทยานแห่งชาติไซไก
ควรเลือกใช้บริการล่องเรือประเภทไหนระหว่าง Pearl Queen และ 99TRITON?expand_more
เรือ Pearl Queen เป็นเรือสำราญขนาดใหญ่คลาสสิก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและพื้นที่กว้างขวางในการชมวิวรอบทิศทาง ส่วนเรือคาตามารัน 99TRITON เป็นเรือดีไซน์ใหม่ที่เน้นความใกล้ชิดกับผิวน้ำ มีความเร็วและความคล่องตัวสูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจองรอบพิเศษในช่วงเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน
ช่วงเวลาใดของปีที่เหมาะกับการเดินทางมาเที่ยวคุจุกุชิมะมากที่สุด?expand_more
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) ซึ่งมีดอกไม้บานสะพรั่งรอบจุดชมวิวเท็นไคโฮ และฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน) ที่อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะกับการล่องเรือกลางแจ้งและการชมทัศนียภาพมุมสูง