เมื่อสายหมอกยามเช้าคลอเคลียยอดเขาสูงตระหง่านรอยต่อระหว่างจังหวัดฟุกุโอกะและโออิตะ เสียงระฆังโลหะแว่วกังวานเคล้าคลอไปกับสายลมหนาว คือสัญญาณเตือนการก้าวเข้าสู่อีกมิติหนึ่งของธรรมชาติที่มิใช่เพียงแค่ความงดงามทางกายภาพ ทว่าคือ ‘ภูเขาฮิโกะ’ (Mount Hiko) ขุนเขาแห่งจิตวิญญาณอันเป็นแหล่งกำเนิดและศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมของลัทธิชูเก็นโด (Shugendo) ที่ยังคงความขลังและบริสุทธิ์มานับพันปี
ที่นี่ กาลเวลาเสมือนเดินช้าลง เปิดโอกาสให้นักเดินทางผู้แสวงหาความหมายเชิงลึกได้สำรวจร่องรอยอารยธรรมโบราณ ผ่านสถาปัตยกรรมไม้สีเข้มกลมกลืนกับผืนป่าดิบเขา และเรื่องราวความเพียรพยายามของเหล่า ‘ยามาบุชิ’ นักพรตผู้บำเพ็ญตบะท่ามกลางความเร้นลับของธรรมชาติ เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน ผืนป่ารอบกายจะถูกแต้มด้วยเฉดสีแดงส้มเพลิง ตัดกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้มาเยือนในแบบที่เส้นทางท่องเที่ยวทั่วไปไม่อาจเทียบเคียงได้
วิถีแห่งชูเก็นโดและร่องรอยอารยธรรมบนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์
ภูเขาฮิโกะ หรือที่ในอดีตเคยถูกเรียกว่า ‘ฮิโกะซัน’ มีสถานะเป็นศูนย์กลางการฝึกตนอันเข้มข้นของลัทธิชูเก็นโด ซึ่งเป็นการผสานความเชื่อระหว่างศาสนาพุทธนิกายชินโคน ลัทธิเต๋า และความเชื่อดั้งเดิมในการบูชาภูเขาของญี่ปุ่น (Shinto) เหล่ายามาบุชิ หรือนักพรตผู้ถือสันโดษ จะเดินทางเข้ามาฝึกจิตใจและร่างกายผ่านความยากลำบากท่ามกลางธรรมชาติอันดุดลของภูเขาแห่งนี้ ร่องรอยอารยธรรมเหล่านั้นยังคงปรากฏเด่นชัดผ่านเส้นทางเดินเท้าโบราณ ซากปรักหักพังของสำนักสงฆ์ และแท่นหินบูชาที่ปกคลุมด้วยมอสสีเขียวขจี สะท้อนถึงความศรัทธาอันแน่วแน่ที่มนุษย์มีต่อพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ
สถาปัตยกรรมไม้โบราณและความงดงามของศาลเจ้าฮิโกะซัน จิงกู
หัวใจสำคัญของการเดินทางมาเยือนภูเขาฮิโกะคือการได้สักการะ ‘ศาลเจ้าฮิโกะซัน จิงกู’ (Hikosan Jingu) ซึ่งตั้งอยู่บนไหล่เขา ท่ามกลางแมกไม้โบราณอายุกหลายร้อยปี คำว่า ‘จิงกู’ ถือเป็นสมณศักดิ์สูงสุดของศาลเจ้าในศาสนาชินโต และที่นี่คือศาลเจ้าแห่งเดียวในจังหวัดฟุกุโอกะที่ได้รับเกียรตินี้ อาคารหลักอย่าง ‘โฮเฮเด็น’ (Hoheiden) โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมไม้ประณีตบรรจง แสดงถึงงานช่างฝีมือโบราณที่ยังคงความสมบูรณ์ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังจะได้ยินเสียงระฆังดินเผา ‘Hikosan Gara Gara’ สัญลักษณ์ประจำท้องถิ่นที่มีเสียงกังวานเป็นเอกลักษณ์ เชื่อกันว่าช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและนำพาความสงบสุขมาสู่ผู้ถือครอง
ผืนป่าเปลี่ยนสีและเส้นทางชมธรรมชาติอันเงียบสงบ
เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึงในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ภูเขาฮิโกะจะเปลี่ยนโฉมเป็นผืนผ้าใบธรรมชาติอันวิจิตร ใบเมเปิลสีแดงฉานและต้นบีชสีเหลืองทองจะปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ ตัดกับท้องฟ้าสีครามและสถาปัตยกรรมไม้สีเข้มของศาลเจ้า สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทัศนียภาพอันกว้างไกล ภูเขามีบริการ ‘Slope Car’ ยานพาหนะท้องถิ่นที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านอุโมงค์ต้นไม้และหน้าผาสูงชัน เปิดมุมมองพาโนรามาของหุบเขาเบื้องล่างที่ถูกย้อมด้วยสีสันแห่งฤดูกาล โดยปราศจากความเร่งรีบ มอบบรรยากาศที่เงียบสงบและเอื้อต่อการซึมซับสุนทรียภาพอย่างแท้จริง
