เมื่อสายหมอกบางเบายามเช้าลอยคลอเคลียเหนือทิวเขาฮาเซะในเมืองซากุไร จังหวัดนารา เสียงระฆังโบราณกังวานก้องสะท้อนผ่านหุบเขาปลุกให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ตื่นขึ้น ที่นี่คือ ‘วัดฮาเซเดะระ’ (Hase-dera Temple) ศูนย์กลางจิตวิญญาณอันทรงคุณค่าที่ซ่อนตัวอยู่ห่างจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เปรียบดั่งห้องสมุดมีชีวิตทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาสายชินงอน บุซัน ซึ่งสืบทอดความศรัทธากล่าวขานมายาวนานกว่า 1,300 ปี
การก้าวเท้าเข้าสู่เขตวัดฮาเซเดะระไม่ใช่เพียงการเยี่ยมชมโบราณสถานทั่วไป หากแต่เป็นการเดินทางข้ามเวลาผ่านผืนผ้าใบแห่งธรรมชาติและศิลปะชั้นครู ตั้งแต่ทางเดินบันไดหลังคาโค้งทอดยาวเลื้อยขึ้นตามไหล่เขา ไปจนถึงองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมไม้แกะสลักขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านสะกดทุกสายตา บทความฉบับนี้จะพาท่านเจาะลึกทุกมิติความงาม ทั้งเชิงสถาปัตยกรรม ตำนานความศรัทธา และจังหวะเวลาแห่งธรรมชาติที่เปลี่ยนผ่านให้วัดแห่งนี้สมสมญานาม ‘วัดแห่งดอกไม้’ อย่างแท้จริง
มรดกแห่งศรัทธา: ตำนานองค์พระกวนอิมไม้แกะสลัก 10 เมตร และนิกายชินงอน
ประวัติศาสตร์ของวัดฮาเซเดะระเริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่ 8 ตามตำนานพงศาวดารระบุว่า พระภิกษุโตกุโดะ (Tokudo Shonin) ได้รับบัญชาให้นำรูปแกะสลักพระโพธิสัตว์กวนอิมสององค์ที่สร้างจากไม้บูรณปรกศักดิ์สิทธิ์องค์เดียวกัน โดยองค์หนึ่งประดิษฐาน ณ เมืองฮาเซะแห่งนี้ และอีกองค์ถูกปล่อยลอยลงทะเลเพื่อไปโปรดผู้คน จนกระทั่งมาขึ้นฝั่งที่เมืองคามาคุร่า (กลายเป็นที่มาของวัดฮาเซเดะระแห่งคามาคุร่าในเวลาต่อมา)
ภายในพระอุโบสถหลัก (Hondo) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ประดิษฐานองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม 11 หน้า (Juichimen Kannon) สูงตระหง่านถึง 10.18 เมตร ทรงฉลองพระองค์และเครื่องประดับทองคำอร่าม พระพักตร์เปี่ยมด้วยความเมตตาอันล้ำลึก องค์พระสร้างขึ้นจากการใช้ท่อนไม้หอมโบราณชิ้นเดียวแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง สะท้อนถึงฝีมือช่างหลวงโบราณที่ผสานความศรัทธาสوงสุดเข้ากับวิศวกรรมศิลป์ได้อย่างไร้ที่ติ ในช่วงเวลาพิเศษของปี ทางวัดจะเปิดโอกาสให้ผู้แสวงบุญได้เข้าร่วมพิธี ‘โทคุเบ็ตสึ ไฮคัน’ (Tokubetsu Haikan) ซึ่งอนุญาตให้เดินเข้าไปใกล้ชิดเพื่อสัมผัสพระบาทขององค์พระ พร้อมทำพิธีสวดมนต์อธิษฐานอย่างใกล้ชิด เป็นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่หาไม่ได้จากที่อื่น
สถาปัตยกรรมเหนือกาลเวลา: โนโบะริโร 399 ขั้น และระเบียงไม้แขวนหุบผา Kakezukuri
โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของวัดฮาเซเดะระมีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ทางวิศวกรรมโบราณ เริ่มต้นตั้งแต่ทางเข้าหลักที่ท่านต้องเดินผ่าน ‘โนโบะริโร’ (Noborirou) บันไดทางเดินไม้มีหลังคาคลุมยาว 399 ขั้น แบ่งออกเป็นช่วงๆ ละสเต็ปอย่างประณีต ตัวทางเดินประดับด้วยโคมไฟสำริดโบราณ และได้รับการตกแต่งด้วยพรรณไม้ตามฤดูกาล สองข้างทางเปิดโล่งรับลมธรรมชาติ ช่วยให้การก้าวเดินขึ้นสู่เนินเขาสูงไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่กลับเต็มไปด้วยความเพลิดเพลินจากบรรยากาศอันร่มรื่น
เมื่อขึ้นมาถึงจุดสูงสุด จะพบกับวิหารหลักที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิค ‘คาเคซึคุริ’ (Kakezukuri) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นโบราณโดยการสร้างเสาไม้ค้ำยันขนาดยักษ์ยื่นออกไปบนหน้าผาสูงชัน คล้ายคลึงกับวิหารวะสึมิสึเดะระในเกียวโต ระเบียงไม้นี้ทำหน้าที่เป็นจุดชมวิวพาโนรามา 360 องศา ที่ทอดสายตามองเห็นทัศนียภาพอันเขียวชะอุ่มของหุบเขาฮาเซะและหมู่บ้านโดยรอบได้อย่างชัดเจน ทุกย่างก้าวบนพื้นไม้ลั่นเอี๊ยดออดยังคงก้องกังวานด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา
Hana no Tera: สมญานาม ‘วัดแห่งดอกไม้’ 4 ฤดูแห่งความงามสะพรั่ง
ฮาเซเดะระได้รับการขนานนามจากเหล่ากวีและนักเดินทางว่าเป็น ‘ฮานะ โนะ เทระ’ หรือวัดแห่งดอกไม้ เนื่องจากพื้นที่รอบบริเวณวัดได้รับการดูแลจัดสวนพฤกษศาสตร์อย่างประณีตตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายนถึงพฤษภาคม) พื้นที่ทั่วบริเวณจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของดอกโบตั๋น (Botan) กว่า 7,000 ต้น จาก 150 สายพันธุ์ ที่เบ่งบานชูช่ออวดโฉมกลีบซ้อนหนานุ่ม ตัดกับฉากหลังของอาคารไม้โบราณสีเข้มอย่างงดงาม
เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝน (มิถุนายนถึงกรกฎาคม) ดอกไฮเดรนเยีย (Ajisai) นับหมื่นดอกจะทยอยออกดอกบานสะพรั่งสองข้างทางเดินบันไดและเนินเขา กลายเป็นอุโมงค์ดอกไม้สีฟ้า ม่วง และขาวบริสุทธิ์ที่นักถ่ายภาพต่างยกให้เป็นหนึ่งในจุดชมไฮเดรนเยียที่สวยงามที่สุดในภูมิภาคคันไซ ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง (พฤศจิกายน) ผืนป่ารอบหุบเขาจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงและส้มทอง สร้างบรรยากาศความงามที่เงียบสงบและทรงพลังต่อความรู้สึก
