ไขปริศนา 'ปราสาทคิโจ' ปราสาทปีศาจลึกลับแห่งโอคายามะ ต้นกำเนิดตำนานโมโมทาโร่ และวิวพาโนรามาสุด Unseen
ข้อมูลการเดินทางlocation_onซากปราสาทคิโจ (Kinojo Castle)

ไขปริศนา 'ปราสาทคิโจ' ปราสาทปีศาจลึกลับแห่งโอคายามะ ต้นกำเนิดตำนานโมโมทาโร่ และวิวพาโนรามาสุด Unseen

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

ท่ามกลางหมอกจางๆ บนยอดเขาสูง 400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในจังหวัดโอคายามะ ซากกำแพงหินโบราณของ ‘ปราสาทคิโจ’ (Kinojo Castle) ทอดตัวเงียบเชียบราวกับซ่อนความลับนับพันปีไว้เบื้องหลัง ที่นี่ไม่ใช่เพียงซากปรักหักพังทางประวัติศาสตร์ธรรมดา แต่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ลมหายใจแห่งตำนานและโบราณคดีหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างลึกลับ ปราสาทโบราณไร้บันทึกในพงศาวดารทางการแห่งนี้ กลับยืนหยัดอย่างท้าทายกาลเวลาในฐานะฉากหลังอันทรงพลังของตำนานพื้นบ้านที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันดีอย่าง ‘โมโมทาโร่’ พร้อมทั้งมอบทัศนียภาพอันเวิ้งว้างและงดงามสะกดใจแก่ผู้มาเยือนที่กล้าพอจะก้าวข้ามเส้นทางท่องเที่ยวทั่วไป

สถาปัตยกรรมแห่งความเงียบงัน: ปราสาทภูเขาโบราณยุคศตวรรษที่ 7

ซากปราสาทคิโจตั้งอยู่บนยอดเขาคิโกะในอุทยานแห่งชาติธรรมชาติโจกู โดดเด่นด้วยกำแพงดินและหินที่ทอดยาวเป็นวงรอบภูเขากว่า 2.8 กิโลเมตร สถาปัตยกรรมของที่นี่มีความเชื่อมโยงกับอารยธรรมโบราณของคาบสมุทรเกาหลี (สไตล์ Baekje) อย่างชัดเจน นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 7 เพื่อใช้เป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานทางทะเลหลังจากยุทธนาการที่ฮักกูซอง (Battle of Hakusukinoe) ความน่าพิศวงคือไม่มีบันทึกใดๆ เกี่ยวกับปราสาทแห่งนี้หลงเหลืออยู่ในพงศาวดารโบราณอย่าง ‘นิฮงโชกิ’ (Nihon Shoki) เลยแม้แต่น้อย ทำให้คิโจกลายเป็นปริศนาทางประวัติศาสตร์ที่นักโบราณคดีต้องไขรหัสผ่านชั้นดินและซากอิฐมอญโบราณแทนหน้ากระดาษบันทึก

ร่องรอยอสูรอุระ: เบื้องหลังตำนานโมโมทาโร่ที่ยังมีลมหายใจ

สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว แคว้นคิบิ (Kibi Province ในอดีต ซึ่งปัจจุบันคือโอคายามะ) คือบ้านเกิดของนิทานพื้นบ้านอันโด่งดัง ‘โมโมทาโร่’ หรือเด็กชายลูกท้อผู้ปราบยักษ์ เรื่องเล่าขานพื้นถิ่นระบุว่า ‘อุระ’ (Ura) เจ้าชายต่างถิ่นผู้ปกครองปราสาทคิโจถูกขนานนามว่าเป็น ‘ยักษ์หรือปีศาจ’ เนื่องจากรูปร่างสูงใหญ่และพละกำลังมหาศาล รวมถึงความขัดแย้งทางการเมืองกับราชสำนักยามาโตะ ซึ่งในเวลาต่อมาได้ถูกปราบปรามโดยเจ้าชายคิบิตสึฮiko-no-mikoto (ต้นแบบของโมโมทาโร่) การได้เดินสำรวจซากฐานรากประตูและช่องระบายน้ำหินอันประณีตภายในอาณาบริเวณปราสาท จึงให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสร่องรอยของตัวละครในตำนานที่มีตัวตนอยู่จริงในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองโบราณ

ประตูทิศตะวันตกและภาพสะท้อนแห่งสรวงสวรรค์

ไฮไลท์สำคัญที่สุดของการมาเยือนปราสาทคิโจคือ ‘ประตูทิศตะวันตก’ (Nishimon) ที่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อย่างประณีตด้วยไม้ซุงขนาดใหญ่ตามรูปแบบโครงสร้างดั้งเดิม โครงสร้างประตูนี้ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวริมหน้าผาสูงชัน ตัดกับฉากหลังที่เป็นผืนฟ้ากว้างและทัศนียภาพเบื้องล่างของที่ราบโซจะ (Soja Plain) เมื่อยืนมองจากจุดนี้ในช่วงเวลาที่แสงแดดทอประกายกระทบกับผืนนาและสายหมอกยามเช้า ทิวทัศน์แบบ 360 องศาจะเปิดกว้างจนถึงทะเลสาบและเกาะแก่งในทะเลเซโตะใน เป็นความงามระดับ Masterpiece ที่นักเดินทางสายธรรมชาติและช่างภาพมืออาชีพต่างยกให้เป็นหนึ่งในมุมมองที่ทรงคุณค่าและหาชมได้ยากยิ่งในญี่ปุ่น

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทางมายังซากปราสาทคิโจให้สะดวกที่สุดแนะนำให้ใช้บริการรถเช่าขับเคลื่อนส่วนตัวจากตัวเมืองโอคายามะ มุ่งหน้าสู่สถานีข้อมูลนักท่องเที่ยว Kinojo Castle Visitor Center ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ที่นี่มีนิทรรศการขนาดย่อมจัดแสดงโบราณวัตถุและแผนผังเส้นทางเดินเท้า จากนั้นจึงเริ่มต้นเดินเท้าขึ้นสู่ตัวปราสาทผ่านเส้นทางเทรลธรรมชาติระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินราว 30-45 นาที) ควรเตรียมรองเท้าเดินป่าที่กระชับข้อเท้า น้ำดื่มให้พร้อม และตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าเนื่องจากบนยอดเขาอาจมีกระแสลมแรงในบางวัน
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

ซากปราสาทคิโจตั้งอยู่ที่ไหนและเดินทางอย่างไร?expand_more
ซากปราสาทคิโจตั้งอยู่บนภูเขาคิโกะ เมืองโซจะ จังหวัดโอคายามะ การเดินทางที่สะดวกที่สุดคือการเช่ารถขับจากสถานี Okayama ใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที หรือนั่งรถไฟสาย JR Uno Line / Hakubi Line มาลงที่สถานี Soja แล้วต่อแท็กซี่ท้องถิ่นขึ้นสู่บริเวณเชิงเขา
ทำไมปราสาทคิโจถึงเกี่ยวข้องกับตำนานโมโมทาโร่?expand_more
เนื่องจากปราสาทแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของ 'อุระ' เจ้าชายต่างถิ่นผู้ถูกจดจำในหน้าประวัติศาสตร์ท้องถิ่นฐานะผู้นำกลุ่มอำนาจที่ต่อต้านราชสำนักยามาโตะ ซึ่งตำนานพื้นบ้านได้แปลงกลายเรื่องราวการปราบปรามนี้ให้กลเป็นตำนานการปราบยักษ์ของโมโมทาโร่นั่นเอง
ต้องใช้เวลาในการเดินชมรอบพื้นที่ปราสาทนานแค่ไหน?expand_more
โดยทั่วไปควรเผื่อเวลาไว้ประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง รวมเวลาเดินเท้าขึ้น-ลงจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว การเดินสำรวจรอบกำแพงหินวงรอบระยะทาง 2.8 กิโลเมตร และการเก็บบันทึกภาพบรรยากาศบริเวณประตูทิศตะวันตก