แกะรอยความสงบแห่งภูเขาฮิเอ: เจาะลึก 'วัดเอนเรียคุจิ ญี่ปุ่น' มรดกโลกพันปีและศูนย์กลางพุทธศาสนา
ข้อมูลการเดินทางlocation_onวัดเอนเรียคุจิ (Enryaku-ji)

แกะรอยความสงบแห่งภูเขาฮิเอ: เจาะลึก 'วัดเอนเรียคุจิ ญี่ปุ่น' มรดกโลกพันปีและศูนย์กลางพุทธศาสนา

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อสายหมอกจางหายเหนือน่านฟ้ากั้นพรมแดนระหว่างเกียวโตและชิงะ ภูเขาฮิเอะ (Mount Hiei) ยอดเขาอันสลับซับซ้อนไม่ได้เป็นเพียงป่าสนโบราณที่ตั้งตระหง่านท้าทายกาลเวลา หากแต่เป็น ‘มารดาแห่งพุทธศาสนาญี่ปุ่น’ แหล่งกำเนิดจิตวิญญาณที่หล่อหลอมอารยธรรมแดนอาทิตย์อุทัยมานานนับพันปี

ณ เบื้องบนยอดเขาสูงตระหง่านแห่งนี้ คือที่ตั้งของ ‘วัดเอนเรียคุจิ ญี่ปุ่น’ (Enryaku-ji) อารามหลวงในนิกายเท็นได ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน แต่เป็นดินแดนแห่งความเงียบสงบที่กาลเวลาดูเหมือนจะเดินช้าลง เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ยินเสียงลมหายใจของตนเองท่ามกลางหมู่แมกไม้และสถาปัตยกรรมไม้โบราณที่อบGอวลด้วยกลิ่นอายแห่งศรัทธาอันบริสุทธิ์

รากเหง้าแห่งศรัทธา: ภูเขาฮิเอะและมรดกของท่านไซโจ

ในปี ค.ศ. 788 พระภิกษุไซโจ (Saicho) หรือเป็นที่รู้จักในนามสมณกัปปะ เด็นเกียว ได้ขึ้นมาสร้างสำนักสงฆ์เล็กๆ บนยอดเขาฮิเอะ เพื่อปกป้องเมืองหลวงใหม่ในขณะนั้นอย่างเกียวโตจากภูตผีปีศาจและภัยอันตรายทางทิศตะวันออก ต่อมาสำนักสงฆ์แห่งนี้ได้เติบโตจนกลายเป็นวัดเอนเรียคุจิ ศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนาที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคเฮอัน ความพิเศษของวัดเอนเรียคุจิคือการเป็น ‘มหาวิทยาลัยทางจิตวิญญาณ’ ที่พระสงฆ์ชื่อดังหลายรูป เช่น พระโฮเน็น ผู้ก่อตั้งนิกายเจโต และพระชินรัน ผู้ก่อตั้งนิกาย Jodo Shinshu เคยมาจำพรรษาและศึกษาเล่าเรียนก่อนจะแยกย้ายไปเผยแผ่คำสอนที่เปลี่ยนโฉมหน้าพุทธศาสนาญี่ปุ่นไปตลอดกาล

สามอาณาจักรบนยอดเขา: โทโด ไซโตะ และโยคาวะ

อาณาเขตอันกว้างใหญ่ของวัดเอนเรียคุจิถูกโอบล้อมด้วยผืนป่าทึบและแบ่งออกเป็น 3 โซนหลักอย่างชัดเจน เริ่มจากเขต โทโด (Todo) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญและเป็นที่ตั้งของวิหารหลัก ‘คอมpon Chudo’ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยและ ‘ตะเกียงธรรมอมตะ’ ที่ถูกจุดขึ้นครั้งแรกโดยท่านไซโจและได้รับการดูแลรักษาอย่างเคร่งครัด ถัดไปคือเขต ไซโตะ (Saito) ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก เต็มไปด้วยความเงียบสงบและเป็นที่ตั้งของอาคารไม้โบราณอย่าง ‘ศาลาชากะโด’ ซึ่งเก่าแก่ที่สุดบนภูเขาแห่งนี้ และสุดท้ายคือเขต โยคาวะ (Yokawa) ที่อยู่ไกลออกไปทางเหนือ โดดเด่นด้วยวิหารไม้สร้างยื่นออกไปบนหน้าผาคล้ายเวทีลอยฟ้า ให้บรรยากาศอันลี้ลับและชวนให้ครุ่นคิดถึงสัจธรรมแห่งธรรมชาติ

บทสนทนาระหว่างป่าสนโบราณและผืนน้ำทะเลสาบบิวะ

การเดินทางมาเยือนวัดเอนเรียคุจิไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การชื่นชมศาสนสถาน แต่เป็นการดื่มด่ำกับภูมิทัศน์อันทรงพลัง ในยามเช้าที่ละอองหมอกลอยต่ำปกคลุมทิวสนซีดาร์อายุหลายร้อยปี แสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านกิ่งไม้สร้างเงาทอดยาวบนพื้นพรมมอสสีเขียวขจี มอบความรู้สึกสงบเยือกเย็นที่หาไม่ได้จากในเมืองใหญ่ และเมื่อมองออกไปเบื้องล่างจากจุดชมวิวบนภูเขาฮิเอะ สายตาจะทอดยาวไปพบกับความเวิ้งว้างอันงดงามของ ‘ทะเลสาบบิวะ’ ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทอดตัวขนานไปกับบ้านเรือนเบื้องล่างราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณ

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทางขึ้นสู่ภูเขาฮิเอะสามารถทำได้สองเส้นทางหลักที่มีเสน่ห์แตกต่างกัน ฝั่งจังหวัดชิงะสามารถใช้บริการ 'Sakamoto Cable' รถรางไต่เขาที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น วิ่งผ่านอุโมงค์ต้นไม้เขียวขจี ส่วนฝั่งเกียวโตสามารถใช้บริการรถบัสต่อด้วย 'Eizan Ropeway' และกระเช้าลอยฟ้าที่ให้ทัศนียภาพกว้างไกล ช่วงเวลาที่แนะนำคือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (ปลายเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน) ที่ผืนป่าจะถูกย้อมด้วยสีแดงและทอง หรือฤดูใบไม้ผลิที่อากาศเย็นสบาย สำหรับการแต่งกายควรสวมรองเท้าเดินป่าที่สบาย เนื่องจากพื้นที่วัดกว้างขวางและต้องเดินเท้าบนทางลาดดินและบันไดหิน พร้อมแต่งกายด้วยความสุภาพเหมาะสมแก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

วัดเอนเรียคุจิ ตั้งอยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไรจากเกียวโต?expand_more
วัดเอนเรียคุจิ ตั้งอยู่บนยอดเขาฮิเอะ คร่อม1เขตแดนระหว่างจังหวัดชิงะและเกียวโต การเดินทางจากเกียวโตสามารถนั่งรถไฟสาย Eizan Electric Railway ไปลงที่สถานี Yase-Hieizanguchi แล้วต่อกระเช้าลอยฟ้าและรถรางขึ้นสู่ยอดเขา หรือใช้บริการรถบัสประจำทาง (Hiei Drive Bus) จากสถานีเกียวโตโดยตรงในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
ตะเกียงธรรมอมตะที่วัดเอนเรียคุจิคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร?expand_more
ตะเกียงธรรมอมตะ (Fumetsu no Hoto) คือตะเกียงน้ำมันที่ท่านไซโจจุดขึ้นเมื่อ 1,200 ปี ก่อน และถูกดูแลรักษาเติมน้ำมันและไส้ตะเกียงให้ติดสว่างต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบันโดยไม่เคยดับเลยแม้แต่วินาทีเดียว แม้ในช่วงสงครามกลางเมืองที่วัดเคยถูกเผทำลาย ตะเกียงดวงนี้ก็ได้รับการปกป้องและนำไปซ่อนจนรอดพ้นปลอดภัย เป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญาญาณและสันติภาพที่ไม่เคยดับสูญ
ควรใช้เวลาเที่ยวชมวัดเอนเรียคุจินานเท่าไหร่?expand_more
เนื่องจากอาณาเขตของวัดกว้างขวางและแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก (Todo, Saito, Yokawa) หากต้องการเที่ยวชมอย่างละเอียดและซึมซับบรรยากาศความสงบ แนะนำให้จัดสรรเวลาอย่างน้อยครึ่งวันถึงหนึ่งวันเต็ม โดยมีรถบัสภายในภูเขาคอยให้บริการรับส่งระหว่างโซนต่างๆ