ท่ามกลางผืนป่าโบราณอันเงียบสงบของเมืองนางาโทโระ จังหวัดไซตามะ มีสถานที่แห่งหนึ่งที่กาลเวลาดูราวกับจะเดินช้าลง เพื่อเก็บบันทึกเรื่องราวความศรัทธากว่า 1,900 ปีเอาไว้ ศาลเจ้าบนเขาโฮโดซาน (Mount Hodosan Shrine) ไม่เพียงแต่เป็นศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ หากยังได้รับการยกย่องและประทับตรารับรองคุณภาพระดับ 1 ดาวจาก Michelin Green Guide Japan ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและบรรยากาศอันน่าหลงใหลที่นักเดินทางผู้แสวงหาความหมายที่ลึกซึ้งของการเดินทางไม่ควรพลาด
เมื่อก้าวเท้าผ่านเสาโทริอิเข้าสู่เขตศาลเจ้า กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนและไอหมอกยามเช้าที่ลอยละล่องมาจากเทือกเขาชิชิบุช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัว ที่นี่ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั่วไป แต่คือพื้นที่รอยต่อระหว่างตำนานปรัมปรา ตำนานความกล้าหาญของวีรบุรุษโบราณ และจิตวิญญาณแห่งชินโตที่ยังคงสั่นไหวอยู่ในทุกอณูของงานไม้แกะสลักอันวิจิตรตระการตา
ตำนานหมาป่าเทพและร่องรอยแห่งศรัทธากว่า 1,900 ปี
รากเหง้าของศาลเจ้าโฮโดซานหยั่งลึกย้อนกลับไปในสมัยจักรพรรดิเคโรกะ ตำนานเล่าขานกันว่า เจ้าชายยามาโตะ ทาเครุ (Yamato Takeru-no-Mikoto) พระราชโอรสในจักรพรรดิเคโก เสด็จมาเยือนภูเขาแห่งนี้และทรงเผชิญกับเหตุการณ์ไฟป่าโหมกระหน่ำจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทันใดนั้น ฝูงหมาป่าสีขาวปริศนาได้ปรากฏตัวขึ้น นำทางพระองค์ฝ่าเปลวเพลิงและควันพิษจนรอดปลอดภัยมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ พระองค์จึงทรงยกย่องให้ภูเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทั้งสถาปนาเทพเจ้าแห่งภูเขาเพื่อบูชาคุณงามความดีของธรรมชาติและสุนัขป่าผู้พิทักษ์ ชื่อเดิมของภูเขาที่เรียกว่า ‘Hodosan’ (ภูเขาแห่งไฟที่ดับลง) จึงค่อยๆ เพี้ยนและถูกขนานนามใหม่ในความหมายเชิงมงคลว่า ‘ภูเขาแห่งสมบัติ’ (宝登山) ซึ่งสะท้อนผ่านความเชื่อเรื่องการมาขอพรให้ชีวิตรอดพ้นจากภัยพิบัติ และพรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติและความเจริญรุ่งเรืองในเวลาต่อมา
ความวิจิตรระดับมิชลิน: สถาปัตยกรรม Gongen-zukuri และงานแกะสลักยุคเมจิ
อาคารหลักของศาลเจ้า (Honden) ตั้งตระหง่านอวดโฉมความงามด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมโบราณที่เรียกว่า ‘Gongen-zukuri’ ซึ่งเป็นการเชื่อมตัวอาคารวิหารหลักและห้องโถงบูชาเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน สิ่งที่ดึงดูดสายตานักเดินทางผู้หลงใหลในงานศิลป์ทันทีคือ งานแกะสลักไม้ระบายสี (Chokoku) ที่ประดับประดาอยู่ทั่วทุกมุมของหน้าจั่วและระเบียง ผลงานเหล่านี้รังสรรค์ขึ้นในช่วงต้นยุคเมจิโดยช่างฝีมือผู้มีชื่อเสียง ถ่ายทอดเรื่องราวจากคติชนวิทยา นิทานพื้นบ้าน และธรรมชาติอันทรงพลัง เช่น ลวดลายมังกร นกอินทรี และดอกไม้ตามฤดูกาล ที่มีมิติราวกับมีชีวิต สีสันสดใสตัดกับเนื้อไม้สีเข้มสะท้อนถึงความประณีตบรรจงขั้นสูงสุด ทำให้ผู้มาเยือนต้องยืนนิ่งดื่มด่ำกับความงดงามนี้นานนับชั่วโมง สมกับที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทรงคุณค่าระดับ 1 ดาวจากคู่มือมิชลิน
สู่วิมานเมฆเบื้องบน: กระเช้า Hodosan Ropeway และศาลเจ้าชั้นใน (Okumiya)
การเดินทางไปยังศาลเจ้าชั้นใน (Okumiya) ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาโฮโดซานที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลราว 497 เมตร มอบสุนทรียภาพอีกรูปแบบหนึ่งผ่านการโดยสารกระเช้า Hodosan Ropeway ตัวกระเช้าสีสันสดใสค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นสู่เบื้องบน เปิดมุมมองแบบพาโนรามาที่ทอดยาวไปทั่วที่ราบชิชิบุและแนวเทือกเขาสลับซับซ้อน เมื่อถึงยอดเขา บรรยากาศจะแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบอันลึกล้ำ ท่ามกลางแมกไม้ใหญ่ที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นดอกโรไบ (Wintersweet) สีเหลืองนวลที่ส่งกลิ่นหอมท่ามกลางลมหนาวในเดือนมกราคม ดอกบ๊วยสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีสีเพลิงในฤดูใบไม้ร่วง ศาลเจ้าชั้นในแห่งนี้คือจุดหมายปลายทางของการปลีกวิเวกเพื่อชำระล้างจิตใจและรับพลังงานบริสุทธิ์จากผืนป่าอย่างแท้จริง
