สัมผัสพลังศักดิ์สิทธิ์ 2,400 ปี ณ ศาลเจ้ามูซาชิอิจิโนมิยะฮิคาวะ (Musashi Ichinomiya Hikawa Shrine) มหาศาลเจ้าแห่งภูมิภาคคันโต
ข้อมูลการเดินทางlocation_onศาลเจ้ามูซาชิอิจิโนมิยะฮิคาวะ (Musashi Ichinomiya Hikawa Shrine)

สัมผัสพลังศักดิ์สิทธิ์ 2,400 ปี ณ ศาลเจ้ามูซาชิอิจิโนมิยะฮิคาวะ (Musashi Ichinomiya Hikawa Shrine) มหาศาลเจ้าแห่งภูมิภาคคันโต

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อเสียงความโกลาหลของมหานครโตเกียวเริ่มแผ่วเบาลงหลังย่างก้าวขึ้นสู่รถไฟสายด่วนที่มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือเพียงสามสิบนาที โลกอีกใบที่ถูกโอบกอดด้วยกาลเวลาอันยาวนานกว่าสองพันสี่ร้อยปีก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น ณ ดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นรากเหง้าแห่งจิตวิญญาณของภูมิภาคคันโต ‘ศาลเจ้ามูซาชิอิจิโนมิยะฮิคาวะ’ (Musashi Ichinomiya Hikawa Shrine) ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานชินโตธรรมดา หากแต่คือหัวใจสำคัญที่หล่อหลอมประวัติศาสตร์และเป็นที่มาของชื่อเมือง ‘โอมิยะ’ อันหมายถึงศาลเจ้าอันยิ่งใหญ่

ที่นี่ อากาศราวกับถูกกรองให้บริสุทธิ์ด้วยร่มเงาของแมกไม้โบราณ โดยเฉพาะอุโมงค์ต้นสนเคยากิที่ทอดยาวกว่าสองกิโลเมตรนำทางผู้มาเยือนเข้าสู่เขตศักดิ์สิทธิ์ เสียงกรอบแกรบของใบไม้ที่ร่วงหล่นและเสียงสายน้ำไหวช่วยขับกล่อมให้จิตใจที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางได้สงบนิ่ง การเดินทางมาเยือนศาลเจ้าแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนการจาร Itinerary สู่มิติที่กาลเวลาเดินช้าลง เปิดโอกาสให้เราได้เชื่อมโยงกับปรัชญาความเชื่อดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งและแท้จริง

รากเหง้าประวัติศาสตร์ 2,400 ปี และตำนานแห่งแคว้นมูซาชิ

ย้อนกลับไปในยุคสมัยแห่งตำนาน ศาลเจ้ามูซาชิอิจิโนมิยะฮิคาวะถูกสถาปนาขึ้นในรัชสมัยจักรพรรดิโคโระ องค์จักรพรรดิองค์ที่ 10 ของญี่ปุ่น สะท้อนถึงความเก่าแก่ที่หยั่งรากลึกอยู่ในประวัติศาสตร์ชนชาติญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ในฐานะ ‘อิจิโนมิยะ’ หรือศาลเจ้าที่มี status สูงสุดในแคว้นมูซาชิ (ครอบคลุมพื้นที่โตเกียวและไซตามะในปัจจุบัน) ที่นี่จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความศรัทธาของทั้งสามัญชนและชนชั้นปกครองมาทุกยุคทุกสมัย แม้แต่ซามูไรผู้เรืองอำนาจในอดีตต่างก็ต้องมาเยือนเพื่อ กราบไหว้ขอพรให้ได้รับชัยชนะในการศึก

ความสำคัญของศาลเจ้าแห่งนี้ยังสะท้อนผ่านชื่อของเมือง ‘โอมิยะ’ (Omiya) ซึ่งแปลว่า ‘ศาลเจ้าอันยิ่งใหญ่’ โดยคำว่า ‘O’ (ใหญ่) และ ‘Miya’ (ศาลเจ้า) ถูกตั้งขึ้นเพื่ออ้างถึงความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของฮิคาวะแห่งนี้ การได้มาเดินทอดน่องท่ามกลางอาณาบริเวณอันกว้างขวาง จึงเสมือนการพลิกหน้าประวัติศาสตร์อ่านเรื่องราวหลายพันปีผ่านสถาปัตยกรรมและผืนดินศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างไร้ที่ติ

สถาปัตยกรรมสีชาดและมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติ Sando

การเดินทางเข้าสู่ศาลเจ้าเริ่มต้นตั้งแต่ถนนซันโด (Sando) ความยาวราว 2 กิโลเมตร ซึ่งถูกรายล้อมด้วยต้นเคยากิและสนไซปรัสอายุก่ายกอง ความเขียวขจีของอุโมงค์ต้นไม้นี้ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างโลกภายนอกอันวุ่นวายกับโลกแห่งความสงบภายในอย่างชัดเจน เมื่อเดินพ้นปลายอุโมงค์มา จะพบกับสะพานโค้งสีชาดทอดข้ามผ่านสระน้ำใสสะอาดสะท้อนเงาของท้องฟ้าและหมู่แมกไม้

เมื่อเข้าสู่เขตชั้นใน อาคารไม้โบราณที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดงชาดตัดกับลวดลายแกะสลักสีทองและไม้เนื้อเข้ม แสดงถึงฝีมือสถาปัตยกรรมชินโตอันเป็นเอกลักษณ์ ซุ้มประตูโรมน (Romon Gate) และโถงสักการะ (Haiden) ถูกออกแบบอย่างสมส่วนและทรงคุณค่าทางศิลปะ ทุกองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็นคานไม้ บานประตู หรือหลังคามุงด้วยเปลือกไม้ฮิโนกิ ล้วนบอกเล่าเรื่องราวมรดกทางภูมิปัญญาที่สืบทอดกันรุ่นต่อรุ่น

จิตวิญญาณแห่งการสักการะและเทพเจ้าผู้ปกป้อง

ศาลเจ้าฮิคาวะแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าองค์สำคัญในตำนานปรัมปราญี่ปุ่น ได้แก่ เทพสุซาโนโอโนะมิโกโตะ (Susanoo-no-Mikoto) เทพแห่งพายุผู้กล้าหาญและผู้ปราบงูยักษ์ยามาตะโนะโอโรจิ พร้อมด้วยพระชายา เทพินาคาดะฮิเมะ และเทพโอนามุจิโนะมิโกโตะ การสักการะบูชา ณ ศาลเจ้าแห่งนี้จึงมีความเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย อุปสรรค และเคราะห์กรรมต่างๆ ให้มลายหายไป พร้อมทั้งดลบันดาลความสงบสุขและความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชีวิต

ธรรมเนียมการปฏิบัติเมื่อมาถึงคือการชำระล้างมือและปากที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ (Temizuya) ก่อนจะเดินไปยังโถงบูชาเพื่อประกอบพิธีปรบมือสองครั้งโค้งคำนับตามวิถีชินโต บรรยากาศที่เงียบสงบช่วยให้ผู้มาเยือนสามารถตั้งจิตอธิษฐานได้อย่างลึกซึ้ง เป็นช่วงเวลาแห่งการทบทวนตัวเองและรับพลังบวกจากธรรมชาติรอบตัวกลับไปอย่างเต็มเปี่ยม

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Ueno-Tokyo Line หรือ Shonan-Shinjuku Line จากโตเกียวลงที่สถานี Urawa หรือ Omiya จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 15-20 นาที หรือเปลี่ยนมานั่งรถไฟสาย Tobu Urban Park Line ลงที่สถานี Kita-Omiya แล้วเดินเพียง 3 นาที การแต่งกาย: ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สุภาพและรองเท้าที่เดินสบาย เนื่องจากบริเวณศาลเจ้ามีพื้นที่กว้างขวางและเป็นพื้นกรวดละเอียด การเคารพสถานที่: ควรงดเว้นการส่งเสียงดัง ถ่ายภาพบริเวณภายในอาคารโถงบูชาหลัก (Honden) หากมีป้ายห้าม และปฏิบัติตามกฎของศาลเจ้าอย่างเคร่งครัด
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

ศาลเจ้ามูซาชิอิจิโนมิยะฮิคาวะเดินทางจากโตเกียวยังไง?expand_more
สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟสาย JR จากสถานีโตเกียวหรืออุเอโนะ มาลงที่สถานี Omiya หรือ Kita-Omiya ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 30-40 นาทีเท่านั้น
ทำไมศาลเจ้าแห่งนี้จึงมีความสำคัญมากในภูมิภาคคันโต?expand_more
เนื่องจากเป็น 'อิจิโนมิยะ' หรือศาลเจ้าที่มีลำดับศักดิ์สูงที่สุดในแคว้นมูซาชิโบราณ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,400 ปี และเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณดั้งเดิมก่อนที่โตเกียวจะเติบโตเป็นเมืองหลวงในปัจจุบัน
มีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงอะไรที่น่าสนใจในการจัดทริป 1 วัน?expand_more
สามารถเชื่อมโยงการเดินทางกับการเยี่ยมชม 'พิพิธภัณฑ์บอนไซโอมิยะ' (Omiya Bonsai Art Museum) หรือสวนสาธารณะโอมิยะ (Omiya Park) ซึ่งอยู่ไม่ไกล เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ