ท่ามกลางความเงียบสงบที่ซ่อนตัวอยู่หลังแนวป่าไผ่และกำแพงดินโบราณทางตอนเหนือของเมืองเซนได ‘วัดรินโนจิ เซนได’ (Rinnoji Temple) ทำหน้าที่เป็นดั่งห้วงเวลาที่หยุดนิ่ง มันไม่ใช่เพียงแค่ศาสนสถานนิกายเซนสำนักโชโกกุจิ หากแต่เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และจิตวิญญาณแห่งตระกูลดาเตะ (Date Clan) ผู้ปกครองแคว้นเซนไดในอดีต ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา วัดแห่งนี้ผ่านบททดสอบอันยาวนานด้วยการย้ายที่ตั้งถึง 6 ครั้ง ก่อนจะมาปักหลักหยั่งรากลึก ณ ผืนแผ่นดินนี้ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวผ่านสถาปัตยกรรมทรงคุณค่าและสวนญี่ปุ่นที่สะท้อนสุนทรียภาพแห่งโทโฮคุอย่างลึกซึ้ง
การก้าวผ่านประตูนิโอมงเข้าสู่เขตพุทธาวาสของวัดรินโนจิ ญี่ปุ่น เปรียบเสมือนการหลุดพ้นจากความวุ่นวายของโลกสมัยใหม่ เสียงฝีเท้ากระทบกับกรวดหิน เสียงใบไม้ไผ่เสียดสีกันเบาๆ ตามสายลม และเงาสะท้อนของเจดีย์สามชั้นบนผิวน้ำในสระใส คือสุนทรียภาพชั้นเลิศที่นักเดินทางผู้หลงใหลในความเงียบสงบและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นโหยหา ที่นี่ไม่ได้มีไว้เพียงแค่เยี่ยมชม แต่มีไว้เพื่อให้จิตวิญญาณได้หยุดพักและซึมซับความงามอันเป็นอมตะ
ตำนานการย้ายวัด 6 ครั้งและสายสัมพันธ์แห่งตระกูลดาเตะ
รากเหง้าของวัดรินโนจิเริ่มต้นขึ้นจากความศรัทธาอันแรงกล้าของ ดาเตะ มาซามูเนะ (Date Masamune) ไดเมียวผู้เลื่องชื่อแห่งภูมิภาคโทโฮคุ โดยในปี ค.ศ. 1604 เขาได้อัญเชิญพระธาตุและสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์อุทิศให้กับมารดา (โฮไทอิน) ตลอดจนเป็นวัดประจำตระกูลสาขาสำคัญ ทว่าเส้นทางของวัดรินโนจิไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ผ่านความผันผวนทางการเมืองและการย้ายเมืองหลวงของแคว้น วัดแห่งนี้จึงต้องเผชิญกับการย้ายถิ่นฐานถึง 6 ครั้ง ก่อนที่ท่านดาเตะ ทาดามูเนะ จะทรงโปรดให้ย้ายมาปักหลัก ณ ตำแหน่งปัจจุบันในย่านอารามคิตะซังโดะ เมืองเซนได การย้ายแต่ละครั้งไม่ใช่เพียงแค่การเคลื่อนย้ายอิฐและไม้ หากแต่เป็นการแบกรับประวัติศาสตร์ ศรัทธา และจิตวิญญาณของตระกูลดาเตะที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผืนแผ่นดินโทโฮคุ
สถาปัตยกรรมเอโดะ: ประตูนิโอมงและเจดีย์สามชั้นอันสง่างาม
เมื่อเดินทางมาเยือนสถานที่เที่ยวเซนไดแห่งนี้ สิ่งแรกที่จะดึงดูดสายตาคือ ‘ประตูนิโอมง’ (Niomon Gate) อันเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านต้อนรับผู้มาเยือน โครงสร้างไม้เนื้อแข็งและการแกะสลักลวดลายอันประณีตสะท้อนฝีมือช่างหลวงในยุคเอโดะได้อย่างไร้ที่ติ แม้กาลเวลาจะผันผ่านและเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองหลายต่อหลายครั้ง แต่สถาปัตยกรรมสำคัญหลายส่วนของวัดรินโนจิก็ยังคงรักษารูปทรงดั้งเดิมเอาไว้ได้ ถัดเข้าไปด้านในคือ ‘เจดีย์สามชั้น’ (Three-Story Pagoda) ที่ตั้งอยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบ สัดส่วนที่สมส่วนและความเงียบขรึมของเนื้อไม้สีเข้มขับเน้นให้บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ที่น่าเกรงขาม
สุนทรียภาพแห่งสวนเซนและวิถีไคยูชิกิ (Kaiyushiki Garden)
หัวใจสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวสายสุนทรียศาสตร์ตกหลุมรักวัดรินโนจิ ญี่ปุ่น คือ ‘สวนญี่ปุ่นแบบไคยูชิกิ’ หรือสวนเดินชมรอบสระน้ำขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน สวนแห่งนี้จำลองภูมิทัศน์ธรรมชาติย่อส่วน ทั้งสะพานโค้งหินก้อนใหญ่ โคมไฟหินโบราณ และพรรณไม้ที่ได้รับการตัดแต่งอย่างประณีตตามหลักเซน ในฤดูใบไม้ผลิ สวนแห่งนี้จะถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนของดอกซากุระ ขณะที่ฤดูใบไม้ร่วง ใบเมเปิ้ลสีแดงฉานจะทอประกายเงาสะท้อนลงบนผิวน้ำใสราวกับภาพวาดพู่กันจีน ทุกย่างก้าวบนเส้นทางเดินรอบสระน้ำจึงเป็นการเดินทางภายในจิตใจที่สงบและลึกซึ้ง
