เมื่อสายหมอกยามเช้าค่อยๆ จางหายเหนือผืนน้ำสีครามเข้มของอ่าวสุรุกะ ภาพของภูเขาไฟฟูจิรูปทรงสมมาตรที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวบริสุทธิ์ก็ปรากฏเด่นตระหง่านตัดกับขอบฟ้า นี่คือมนต์เสน่ห์แห่ง ‘ท่าเรือชิมิซุ’ (Shimizu Port) ในจังหวัดชิซูโอกะ ดินแดนที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามท่าเรือที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น สถานที่ซึ่งกาลเวลา似乎เดินช้าลง เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ดื่มด่ำกับสุนทรียภาพอันเงียบสงบ ลมหายใจแห่งท้องทะเล และวัฒนธรรมการกินอันเป็นเลิศที่สืบทอดกันมายาวนาน
การเดินทางมาเยือนชิมิซุไม่ได้เป็นเพียงแค่การแวะพักเพื่อเปลี่ยนผ่านการเดินทาง แต่คือการเปิดประตูสู่มิติใหม่ของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นแบบสโลว์ไลฟ์ระดับพรีเมียม ที่ซึ่งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟฟูจิบรรจบกับความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลลึกที่สุดในประเทศ กลายเป็นฉากหลังอันทรงพลังสำหรับผู้ที่แสวงหาความงดงามที่แท้จริงและความรื่นรมย์ในรายละเอียดรอบตัว
สุนทรียภาพแห่งทัศนียภาพ: เมื่ออ่าวสุรุกะบรรจบกับยอดเขาฟูจิ
อ่าวสุรุกะ (Suruga Bay) ขึ้นชื่อว่าเป็นอ่าวที่มีความลึกที่สุดในญี่ปุ่น ท้องทะเลสีไพลินแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนผืนผ้าใบสะท้อนเงาอันสง่างามของภูเขาไฟฟูจิ การล่องเรือสำราญ Shimizu Bay Cruise เปิดมุมมอง 360 องศาให้ผู้โดยสารได้สัมผัสสายลมบริสุทธิ์ พร้อมฝูงนกนางนวลที่บินวนคลอเคลียไปกับเกลียวคลื่น โดยมีฉากหลังเป็นยอดเขาฟูจิที่เปลี่ยนเฉดสีไปตามแสงแดดในแต่ละช่วงวัน นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งของ ‘มิโฮะโนะมัตสึบาระ’ (Miho no Matsubara) แนวป่าสนสีเขียวมรกตทอดยาวกว่า 7 กิโลเมตรเลียบชายหาดทรายดำละเอียด ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในฐานะส่วนหนึ่งของพื้นที่ภูเขาไฟฟูจิ ภาพของต้นสนเก่าแก่คู่กับวิวทะเลและภูเขาไฟฟูจิลอยเด่นกลางฟ้า คือภาพจำที่ตราตรึงใจศิลปินและกวีชาวญี่ปุ่นมาทุกยุคทุกสมัย
วิหารแห่งรสชาติ: สวรรค์ของคนรักทูน่าและวัฒนธรรมอาหารทะเลชิมิซุ
ใต้ร่มเงาแห่งขุนเขาและสายน้ำ ชิมิซุคือศูนย์กลางการค้าปลาทูน่าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ‘ตลาดปลาคาชิโนะอิจิ’ (Kashi-no-Ichi) เปรียบเสมือนหัวใจเต้นระรำของเมืองท่าแห่งนี้ ที่นี่นักเดินทางจะได้สัมผัสประสบการณ์ลิ้มลองซูชิและซาชิมิเนื้อทูน่า (Maguro) สดใหม่ส่งตรงจากเรือประมง เนื้อปลาส่วนโอโทโร่ (Otoro) ที่มีไขมันแทรกกระจายสวยงามราวลายหินอ่อน ละลายในปากอย่างไร้ที่ติ สะท้อนถึงความพิถีพิถันในการจัดการความสดของชาวประมงท้องถิ่น ไม่ไกลกันนักคือ เอส-พัลส์ ดรีม พลาซ่า (S-Pulse Dream Plaza) ที่ตั้งของ ‘Shimizu Sushi Museum’ พิพิธภัณฑ์ซูชิแห่งแรกของญี่ปุ่น ซึ่งรวบรวมประวัติศาสตร์ ศิลปะการปั้น และวิวัฒนาการของอาหารประจำชาติญี่ปุ่นชนิดนี้ไว้อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งย่านการค้าที่จำลองบรรยากาศตลาดย้อนยุคให้ได้ซึมซับวิถีชีวิตดั้งเดิม
ร่องรอยประวัติศาสตร์และลมหายใจแห่งชาเขียวชิซุโอกะ
เลยจากเขตท่าเรือออกไปเพียงเล็กน้อย ชิซุโอกะยังซ่อนเร้นมรดกทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า นั่นคือ ‘ศาลเจ้าคุโนซันโทโชงู’ (Kunozan Toshogu Shrine) สถานที่ฝังพระศพดั้งเดิมของโตกุกาวะ อิเอยาสุ ผู้รวบรวมแผ่นดินญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่น ศาลเจ้าแห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยามาซึคุริอันวิจิตรตระการตาและงานแกะสลักลงรักปิดทองที่ยังคงความสมบูรณ์ การเดินทางขึ้นสู่ศาลเจ้าผ่านกระเช้าลอยฟ้าจากยอดเขานิฮงไดระ (Nihondaira) มอบทัศนียภาพอันกว้างไกลของไร่ชาเขียวขั้นบันไดที่ทอดยาวสุดสายตา ซึ่งชิซุโอกะถือเป็นแหล่งผลิตชาเขียวที่ดีและมีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาคั่วใหม่ๆ และรสชาติอันละมุนละไมของชาอูจิหรือเซนฉะท้องถิ่น คือเครื่องยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินนี้
