เมื่อเรือเฟอร์รีค่อยๆ ลดความเร็วลงและเทียบท่าที่เกาะโอกิจิมะ (Ogijima Island) ภาพแรกที่ปรากฏเบื้องหน้าคือกลุ่มบ้านเรือนไม้โบราณที่เรียงซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไปบนเนินเขาสูงชัน ราวกับฉากในความฝันที่กาลเวลาถูกแช่แข็งไว้ แต่นี่ไม่ใช่หมู่บ้านชาวประมงธรรมดา เพราะทุกซอกทุกมุมของเกาะเล็กๆ แห่งนี้ได้รับการแต่งแต้มด้วยจิตวิญญาณแห่งศิลปะร่วมสมัยภายใต้เทศกาล Setouchi Triennale ที่หลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมอย่างกลมกลืน
การมาเยือนเกาะโอกิจิมะจึงไม่ใช่เพียงการเดินทางท่องเที่ยวเกาะตามปกติ หากแต่เป็นการก้าวเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งความสงบงาม ที่ซึ่งเสียงคลื่นซัดสาดกระทบแนวหิน กลิ่นอายไอทะเลผสมผสานกับสถาปัตยกรรมไม้ระแนงอันเป็นเอกลักษณ์ และงานประติมากรรมระดับโลกที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยอันคดเคี้ยว รอให้ผู้มาเยือนได้ค้นพบความหมายที่แท้จริงของการเดินทางแบบสโลว์ไลฟ์
สถาปัตยกรรมเขาวงกตและจิตวิญญาณแห่งศิลปะบนเนินเขา
เกาะโอกิจิมะมีลักษณะทางภูมิประเทศเป็นเนินเขาสูงชัน บ้านเรือนจึงถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยหลักการลดหลั่นเป็นขั้นบันได ทำให้ไม่มีถนนสายหลักสำหรับรถยนต์ มีเพียงทางเดินเท้าและบันไดหินนับไม่ถ้วนที่เชื่อมโยงชุมชนเข้าหากันราวกับเขาวงกตที่มีชีวิต จุดเริ่มต้นของการเดินทางมักเริ่มต้นที่ ‘Ogijima’s Soul’ อาคารต้อนรับท่าเรือผลงานการออกแบบของสถาปนิกชื่อดัง เมกุมิ ยามาซากิ (Megumi Yamasaki) และสเตฟาน เฮลมิช (Stefan Helmich) ตัวอาคารโดดเด่นด้วยหลังคาโครงสร้างตัวอักษรฮิระงะนะที่สะท้อนแสงระยิบระยับบนผืนน้ำ ทอดเงาทอดตัวต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความประณีตงดงาม เมื่อเดินลึกเข้าไปในหมู่บ้าน งานศิลปะชิ้นอื่นๆ เช่น ‘Walking Ark’ ของะจูเอล โนเอล (Ritsue Mishima และศิลปินท่านอื่น) หรือผลงานการรีโนเวทบ้านร้างให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะ ก็แทรกตัวอยู่ท่ามกลางวิถีชีวิตจริงของชาวบ้าน สร้างปฏิสัมพันธ์อันน่าประทับใจระหว่างคนในท้องถิ่นและผู้มาเยือนจากทั่วโลก
มรดกทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติอันบริสุทธิ์รอบเกาะ
นอกเหนือจากมิติทางศิลปะร่วมสมัยแล้ว โอกิจิมะยังเก็บรักษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ปลายทางอีกด้านหนึ่งของเกาะคือ ‘Ogijima Lighthouse’ ประภาคารหินแกรนิตสีขาวสะอาดตาที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคเมจิ ออกแบบโดยริชาร์ด บันทัน (Richard Henry Brunton) วิศวกรชาวอังกฤษผู้มีฉายาว่า ‘บิดาแห่งประภาคารญี่ปุ่น’ ตัวประภาคารแห่งนี้โดดเด่นด้วยการใช้วัสดุหินแกรนิตในท้องถิ่น ไม่ได้ทาสีทับ เพื่อคงความงามตามธรรมชาติของเนื้อหิน ท่ามกลางสวนหย่อมรอบบริเวณที่มองเห็นทัศนียภาพของทะเลเซโตะได้แบบพาโนรามา นอกจากนี้ บนเกาะยังมีศาลเจ้าโทะโยะตะมะฮิเมะ (Toyotamahime Shrine) อันเงียบสงบ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะให้ความเคารพสักการะมาอย่างยาวนาน
รสนิยมและการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ริมทะเลเซโตะ
ความสุขอีกรูปแบบหนึ่งของการเยือนโอกิจิมะคือการดื่มด่ำกับช่วงเวลาอันเชื่องช้าในคาเฟ่และร้านอาหารท้องถิ่นที่ได้รับการดัดแปลงจากบ้านไม้เก่า บรรยากาศภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกาแฟคั่วบดและวัตถุดิบสดใหม่จากทะเลเซโตะ ไม่ว่าจะเป็นปลาท้องถิ่นตามฤดูกาล ซิตรัสออร์แกนิกอย่างเลมอนและส้มสึบากิที่ปลูกบนไหล่เขา ทุกคำที่ลิ้มลองสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและความใส่ใจในวิถีชีวิตแบบยั่งยืน การได้นั่งมองเรือประมงแล่นผ่านผืนน้ำสีครามพร้อมจิบชาอุ่นๆ ท่ามกลางลมทะเลอ่อนๆ คือนิยามของการพักผ่อนระดับพรีเมียมที่หาไม่ได้จากความเร่งรีบในเมืองใหญ่
