เมื่อเสียงกลองทايโกะเริ่มกระชั้นชิด เสียงซามิเซ็นสะท้อนกังวาน และเสียงตะโกน “Yatto-sa! Yatto-sa!” ดังขึ้นท่ามกลางจังหวะเท้าที่กระทบพื้นอย่างพร้อมเพรียง อากาศรอบตัวราวกับถูกจุดประกายด้วยพลังแห่งความสนุกสนานที่มีชีวิตชีวายาวนานกว่าสี่ศตวรรษ การได้มาเยือน อาวา โอโดริ ไคคัง (Awa Odori Kaikan) ไม่ใช่เพียงแค่การแวะชมศูนย์วัฒนธรรมทั่วไป แต่เป็นการก้าวเข้าสู่หัวใจและจิตวิญญาณของจังหวัดโทคุชิมะ บนเกาะชิโกกุ ที่ซึ่งมรดกแห่งการร่ายรำอันเลื่องชื่อระดับโลกถูกร้อยเรียงให้อยู่เหนือกาลเวลา และพร้อมให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความอัศจรรย์นี้ได้ในทุกฤดูกาล ไม่ต้องรอคอยเพียงแค่ช่วงเทศกาลฤดูร้อนในเดือนสิงหาคมอีกต่อไป
จิตวิญญาณแห่ง 400 ปี: ถอดรหัสความยิ่งใหญ่ของอาวะโอโดริ
เรื่องราวของอาวะโอโดริเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1585 เมื่อได묘 ฮาจิสึกะ อิเอมาซะ จัดงานฉลองการสร้างปราสาทโทคุชิมะด้วยการแจกเหล้าสาเกและปล่อยให้ประชาชนออกมาเต้นรำเฉลิมฉลองกันอย่างอิสระ กลายเป็นรากฐานของการร่ายรำที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความสุข และความสามัคคีของชาวเมือง ความโดดเด่นอยู่ที่คำร้องประจำถิ่น “คนเต้นก็คนโง่ คนดูว์ก็คนโง่ ถ้าเท่ากันแล้วทำไมไม่มาเต้นด้วยกันล่ะ?” ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นประชาธิปไตยทางวัฒนธรรมที่เปิดกว้างอย่างไร้รอยต่อ ภายใน อาวา โอโดริ ไคคัง ผู้อำนวยการแสดงได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณนี้ผ่านการแสดงบนเวทีที่ออกแบบมาให้ผู้ชมได้สัมผัสความใกล้ชิดกับลีลาท่าทาง ทั้งกลุ่มนักเต้นหญิงที่สวมหมวกฟักทองสานสาน (Ami-gasa) และรองเท้าเกี๊ยะไม้ที่สะบัดปลายเท้าอย่างสง่างาม ตัดสลับกับลีลาอันทรงพลังและขี้เล่นของกลุ่มนักเต้นชาย
Awa Odori Museum: คลังสมบัติทางวัฒนธรรมบนชั้น 3
ถัดจากการแสดงสด ชั้นที่ 3 ของอาคารทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวความเป็นมาของเทศกาลอาวะโอโดริเอาไว้อย่างลึกซึ้ง ผ่านเทคโนโลยีการจัดแสดงที่ทันสมัยผสมผสานกับวัตถุโบราณทรงคุณค่า ผู้อำนวยการสร้างได้จำลองบรรยากาศของถนนในยามค่ำคืนช่วงเทศกาลมาไว้ภายใน นักท่องเที่ยวจะได้ศึกษาพัฒนาการของเครื่องแต่งกาย ศึกษาโครงสร้างของเครื่องดนตรีหลัก เช่น กลองคํา (Daiko), ฆ้องขนาดเล็ก (Kane), ขลุ่ย (Shinobue) และซามิเซ็น รวมถึงการจัดแสดงโฮโลแกรมและภาพยนตร์จอใหญ่ที่ฉายความยิ่งใหญ่ของขบวนพาเหรดในอดีต ทำให้เข้าใจว่าทำไมศิลปะการแสดงแขนงนี้จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าที่สุดของประเทศญี่ปุ่น
สู่อ้อมกอดขุนเขา: บรรจบตระการตากับกระเช้าลอยฟ้าภูเขาบิเซ็น
ความพิเศษที่ทำให้ อาวา โอโดริ ไคคัง สมบูรณ์แบบในฐานะจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียม คือการที่ชั้น 5 ของอาคารเป็นสถานีต้นทางของ Bizan Ropeway กระเช้าลอยฟ้าที่จะนำพานักเดินทางลัดเลỡiนขึ้นสู่ยอดเขาบิเซ็น (Mt. Bizan) ภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ของเมืองโทคุชิมะ ตลอดระยะเวลาการเดินทางราว 6 นาที กระเช้าจะค่อยๆ เผยให้เห็นทัศนียภาพของเมืองที่แผ่ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงยอดเขา ซึ่งในวันที่อากาศแจ่มใส ทัศนียภาพเบื้องหน้าจะทอดยาวไปจนถึงเทือกเขาเซโตะและเกาะต่างๆ ในทะเลในเซโตะ (Seto Inland Sea) กลายเป็นความเงียบสงบที่ตัดกันอย่างลงตัวกับความเร่าร้อนของการร่ายรำเบื้องล่าง
