คู่มือเที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอทสึกะ มหานครศิลปะเซรามิกแห่งโทคุชิมะ รวมผลงานระดับโลก 1,000 ชิ้น
ข้อมูลการเดินทางlocation_onพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอทสึกะ (Otsuka Museum of Art)

คู่มือเที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอทสึกะ มหานครศิลปะเซรามิกแห่งโทคุชิมะ รวมผลงานระดับโลก 1,000 ชิ้น

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อก้าวเข้าสู่หุบเขาเงียบสงบในเมืองนารุโตะ จังหวัดโทคุชิมะ ประตูสู่อดีตกาลและดินแดนแห่งศิลปะตะวันตกก็เปิดออกอย่างไร้รอยต่อ ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอทสึกะ (Otsuka Museum of Art) สถาบันทางวัฒนธรรมอันน่าทึ่งซึ่งปฏิวัติวงการพิพิธภัณฑ์ระดับโลกด้วยการนำเทคโนโลยีการพิมพ์ภาพลงบนแผ่นกระเบื้องเซรามิกขนาดเท่าของจริง (1:1) มาถ่ายทอดงานจิตรกรรมชิ้นเอกของมนุษยชาติ แทนที่จะเป็นเพียงภาพพิมพ์จำลองทั่วไป แต่ทุกอณูสีและรอยแปรงถูกเผาผนึกเป็นเนื้อเดียวกับเซรามิก คงความงดงามและทนทานข้ามกาลเวลาได้ยาวนานนับพันปี ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของเกาะชิโกกุ นักเดินทางจะได้สัมผัสประสบการณ์ทางสุนทรียศาสตร์ที่หาไม่ได้จากที่อื่นในเอเชีย

การเดินทางข้ามผ่านประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกกว่า 2,000 ปี เริ่มต้นขึ้นเมื่อลิฟต์นำพาดิ่งลงสู่ชั้นใต้ดินลึก ก่อนที่ผู้มาเยือนจะได้เดินทอดน่องผ่านห้องจัดแสดงที่เรียงร้อยเรื่องราวตั้งแต่ยุคโบราณ เรเนซองส์ บาโรก ไปจนถึงศิลปะร่วมสมัย ความพิเศษไม่ได้อยู่ที่การรวบรวมผลงานนับพันชิ้นไว้ ณ จุดเดียวเท่านั้น หากแต่คือความตั้งใจที่จะจำลองสถาปัตยกรรมและบรรยากาศรอบตัวผลงานชิ้นเอกเหล่านั้นให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เช่น โบสถ์ซิสทีนจำลองที่ถอดแบบความวิจิตรบรรจงทุกตารางนิ้วจากวาติกัน เชิญชวนให้ผู้คนหยุดยืนนิ่งและแหงนมองความงามอันน่าอัศจรรย์ด้วยความเคารพต่อจิตวิญญาณสร้างสรรค์ของมิเคลันเจโล

บทความนี้นำพาทุกท่านเดินทางลึกซึ้งสู่พรมแดนแห่งศิลปะและเทคโนโลยี พร้อมเผยเคล็ดลับการดื่มด่ำสุนทรียภาพบนเส้นทางชมงานศิลป์ระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร ที่จะเปลี่ยนวันท่องเที่ยวธรรมดาให้กลายเป็นการเดินทางภายในจิตใจอันทรงคุณค่า

นวัตกรรมเซรามิก 1:1 ความคงทนเหนือกาลเวลาของศิลปะโลก

หัวใจความยิ่งใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอทสึกะ (Otsuka Museum of Art) คือความกล้าหาญในการท้าทายข้อจำกัดของพิพิธภัณฑ์แบบดั้งเดิม ภายใต้แนวคิดของกลุ่มบริษัทโอทสึกะ ผลงานศิลปะชิ้นเอกทั่วโลกถูกถ่ายทอดลงบนแผ่นกระเบื้องเซรามิกขนาดใหญ่ผ่านกระบวนการพิมพ์ดิจิทัลขั้นสูง ก่อนนำไปเผาด้วยความร้อนสูงกว่า 1,300องศาเซลเซียส วิธีการนี้ไม่เพียงแต่รักษาเฉดสีและน้ำหนักแปรงของศิลปินเอกอย่าง เลโอนาร์โด ดา วินชี, โกลด โมเนต์, หรือปาโบล ปีกัสโซ ไว้ได้อย่างแม่นยำเท่านั้น แต่ยังทำให้พื้นผิวของชิ้นงานมีความโค้งนูนและสัมผัสเสมือนภาพวาดต้นฉบับ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าใกล้ผลงานระดับโลกได้อย่างใกล้ชิดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเสียหายจากแสงแฟลชหรือสภาพอากาศ เนื่องจากกระเบื้องเซรามิกเหล่านี้มีความคงทนต่อแสงแดดและความชื้น และได้รับการรับรองว่าสามารถคงสีสันสดใสเช่นนี้ไปได้อีกนับพันปี

ท่องมหาคัมภีร์ศิลปะตะวันตก จากโบสถ์ซิสทีนสู่ห้องอาหารมื้อสุดท้าย

เส้นทางภายในพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบให้ไล่เรียงตามลำดับเวลาและพัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก เริ่มต้นจากชั้นใต้ดินลึกที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็น ‘โบสถ์ซิสทีน’ (Sistine Hall) จำลองแบบสัดส่วนจริงของห้องประชุมลับในนครวาติกัน ทั้งภาพจิตรกรรมฝาผนัง ‘The Last Judgment’ และภาพบนเพดานอันลือลั่นถูกโอบล้อมรอบตัวผู้เข้าชมอย่างสมบูรณ์แบบ มอบความรู้สึกราวกับยืนอยู่ท่ามกลางมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ในอิตาลี

ถัดมาคือห้องจัดแสดงภาพ ‘The Last Supper’ (อาหารมื้อสุดท้าย) ของเลโอนาร์โด ดา วินชี ซึ่งมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ ตรงที่ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงภาพเปรียบเทียบสองเวอร์ชัน คือเวอร์ชันที่ผ่านการบูรณะให้กลับมาสว่างสดใส กับเวอร์ชันจำลองสภาพก่อนการบูรณะที่เต็มไปด้วยคราบกาลเวลา เปิดโอกาสให้ผู้รักศิลปะได้พินิจพิเคราะห์ร่องรอยประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังมีห้องจัดแสดงผลงานของฟินเซนต์ ฟัน โคค (Vincent van Gogh) ที่รวบรวมภาพทานตะวันจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ ณ จุดเดียว เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของรายละเอียดในแต่ละผืนผ้าใบที่เคยกระจัดกระจายอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลก

สุนทรียภาพกลางแจ้ง ณ สวนโมเนต์และมุมพักผ่อนสไตล์ยุโรป

หลังจากดื่มด่ำกับงานจิตรกรรมภายในอาคารอันโอ่อ่า เส้นทางจะนำพาผู้เยี่ยมชมออกสู่พื้นที่กลางแจ้ง ณ ‘สวนโมเนต์’ (Monet’s Garden) ซึ่งจำลองบรรยากาศของสวนสระบัวในเมืองฌิแวร์นี ประเทศฝรั่งเศส มาไว้ที่เมืองโทคุชิมะ ทัศนียภาพของสะพานโค้งญี่ปุ่นท่ามกลางดอกบัวนานาพันธุ์และพรรณไม้นานาพฤกษ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล มอบความรื่นรมย์และเป็นจุดพักสายตาชั้นยอดสำหรับผู้ชื่นชอบงานศิลปะแนวอิมเพรสชันนิสซึม

ความใส่ใจในรายละเอียดของที่นี่สะท้อนผ่าน ‘Café de Giverny’ คาเฟ่ริมสระบัวที่ออกแบบให้กลมกลืนกับบรรยากาศภาพวาดของโมเนต์ เป็นสถานที่อันเงียบสงบสำหรับการจิบเครื่องดื่มคุณภาพดี พร้อมทบทวนความประทับใจจากผลงานศิลปะนับร้อยชิ้นที่เพิ่งผ่านสายตาไป เป็นการผสมผสานระหว่างการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างลงตัวที่สุด

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอทสึกะ (Otsuka Museum of Art) ในจังหวัดโทคุชิมะ สามารถทำได้สะดวกจากภูมิภาคคันไซ โดยนั่งรถไฟชินคันเซ็นมาลงที่สถานี Okayama หรือ Shin-Kansai จากนั้นต่อรถบัสสายด่วนข้ามสะพาน Onaruto Bridge มาลงที่ป้าย Otsuka Museum of Art หรือเดินทางด้วยรถบัสตรงจากสถานี Tokushima ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ สำหรับฤดูกาลที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน) ซึ่งสภาพอากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบข้าง เช่น การล่องเรือชมปรากฏการณ์น้ำวนนารุโตะ (Naruto Whirlpools) ที่อยู่ใกล้เคียง การแต่งกายควรสวมรองเท้าเดินที่สบายที่สุด เนื่องจากต้องเดินชมงานศิลป์ระยะทางไกล และควรตรวจสอบตารางเวลาเปิด-ปิดล่วงหน้าเนื่องจากพิพิธภัณฑ์มักปิดทำการในวันจันทร์
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอทสึกะ จัดแสดงภาพวาดจริงหรือภาพจำลอง?expand_more
ผลงานทั้งหมดในพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอทสึกะไม่ใช่ภาพวาดต้นฉบับ แต่เป็นนวัตกรรม 'แผ่นกระเบื้องเซรามิก' (Ceramic Board Art) ที่จำลองผลงานศิลปะชิ้นเอกของโลกด้วยสัดส่วน สีสัน และรอยพู่กันขนาดเท่าของจริง 1:1 ได้รับลิขสิทธิ์และได้รับความร่วมมืออย่างถูกต้องจากพิพิธภัณฑ์ทั่วโลกกว่า 190 แห่ง
ต้องใช้เวลาเดินชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะโอทสึกะนานเท่าไหร่จึงจะทั่วถึง?expand_more
ด้วยเส้นทางจัดแสดงที่มีความยาวรวมกว่า 4 กิโลเมตร ผ่านชั้นใต้ดินหลายระดับและพื้นที่กลางแจ้ง แนะนำให้เผาเวลาอย่างน้อย 4 ถึง 5 ชั่วโมง หรือเต็มวัน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถดื่มด่ำกับรายละเอียดของผลงานแต่ละชิ้นได้อย่างไม่เร่งรีบ
การเดินทางไป Otsuka Museum of Art จากโอซาก้าหรือเกียวโตสะดวกอย่างไร?expand_more
สามารถเดินทางโดยรถบัสความเร็วสูง (Highway Bus) จากสถานี Osaka (Hankyu Umeda หรือ JR Namba) หรือจากสถานี Sannomiya ในโกเบ วิ่งตรงข้ามสะพานนารุโตะมาลงที่หน้าพิพิธภัณฑ์ได้โดยตรง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ เป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมและสะดวกสบายมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาจากฝั่งคันไซ