ลึกลงไปในผืนป่าดิบชื้นและแนวเทือกเขาสลับซับซ้อนของเกาะชิโกกุ คือที่ตั้งของหุบเขาอิยะ (Iya Valley) หนึ่งในสามดินแดนเร้นลับและเข้าถึงยากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ณ เบื้องล่างคือสายน้ำสีมรกตของแม่น้ำอิยะที่กัดเซาะผืนแผ่นดินจนกลายเป็นหุบผารูปตัววีอันชันชัน และบนชะง่อนผาสูงชันกว่า 200 เมตรเหนือพื้นน้ำนั้นเอง คือที่สถิตของ ‘รูปปั้นเด็กปัสสาวะแห่งอิยะ’ (Shobenkozo) หมุดหมายอันโดดเด่นที่ท้าทายสายตาผู้มาเยือนด้วยเรื่องราวความเป็นมาอันน่าทึ่ง
ภาพของเด็กชายยืนสงบนิ่งริมหน้าปูนเปลือยท่ามกลางหุบเขาอันเวิ้งว้าง ไม่ได้เป็นเพียงประติมากรรมตกแต่งทั่วไป ทว่ามันคืออนุสรณ์แห่งความทรงจำที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความกล้าหาญ และความผูกพันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอันดุดันในอดีต การเดินทางมาเยือนดินแดนแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนการหลีกเร้นจากความวุ่นวายสู่โลกอีกใบ ที่ซึ่งกาลเวลาเดินช้าลง และธรรมชาติยังคงความบริสุทธิ์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม
ตำนานความกล้าหาญบนหน้าผาสูงชัน: กำเนิดรูปปั้นเด็กปัสสาวะแห่งอิยะ
เรื่องราวของรูปปั้นเด็กปัสสาวะหรือที่ชาวท้องถิ่นเรียกว่า ‘โชเบ็นโกโซ’ มีรากฐานมาจากเรื่องเล่าขานในอดีต สมัยที่เส้นทางคมนาคมในหุบเขาอิยะยังเต็มไปด้วยความยากลำบากและอันตราย มีบันทึกเล่าขานว่าเด็กชายท้องถิ่นและนักเดินทางผู้กล้าหาญมักจะมาทดสอบความใจกล้าของตนเองด้วยการไปยืนปัสสาวะบนโขดหินชะง่อนผาที่ยื่นออกไปเหนือเหวลึก 200 เมตร
เพื่อเป็นเกียรติแก่ความกล้าหาญตามตำนานพื้นบ้านนี้ ในปี ค.ศ. 1968 ประติมากรท้องถิ่นนามว่า Yoshiyuki Kawasaki จึงได้สร้างสรรค์รูปปั้นเด็กชายขึ้นมาแล้วนำไปติดตั้งไว้บนโขดหินจุดเดียวกันนั้น แม้ในปัจจุบันการไปยืนบนจุดดังกล่าวจะเป็นเรื่องอันตรายเกินกว่าจะปฏิบัติจริง แต่นักเดินทางที่ขับรถผ่านเส้นทางนี้ก็ยังสามารถแวะชมและเก็บภาพความน่ารักปนหวาดเสียวของรูปปั้นตัวจิ๋วที่ตั้งตระหง่านตัดกับฉากหลังอันยิ่งใหญ่ของหุบเขาเบื้องล่างได้อย่างใกล้ชิด
เส้นทางคดเคี้ยวและความงามแห่งฤดูกาล: มุมมองจากโค้ง Nana Magari
การเดินทางเข้าสู่หุบเขาอิยะผ่านทางหลวงหมายเลข 32 และถนนสายรองเลียบหน้าผา ถือเป็นสวรรค์ของนักขับรถเที่ยว (Road Tripper) ที่หลงใหลความท้าทาย ไฮไลท์สำคัญคือช่วงผ่านโค้ง ‘Nana Magari’ หรือโค้งเจ็ดคด ซึ่งเป็นจุดตัดที่ถนนคดเคี้ยวไปตามสันเขา เมื่อมองลงมาจากจุดนี้ จะเห็นสายน้ำแม่น้ำอิยะไหลคดเคี้ยวผ่านหุบผาจนมีลักษณะคล้ายตัวอักษร ‘ひ’ (Hi) ในภาษาฮิราจนากลายเป็นภาพภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการันตีความงามระดับมิชลิน
ในยามที่ฤดูร้อนมาเยือน ผืนป่าทั่วทั้งหุบเขาจะแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวขจีสดM โอบล้อมด้วยไอหมอกบางๆ ยามเช้า และเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (ประมาณเดือนพฤศจิกายน) ผืนป่าริมหน้าผาจะถูกแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งแดงส้มเหลืองอร่ามตัดกับสีเขียวมรกตของกระแสน้ำเบื้องล่าง ราวกับภาพวาดของจิตรกรเอกที่ธรรมชาติบรรจงสร้างสรรค์ขึ้น
การพักผ่อนระดับลักชัวรีในหุบเขาเร้นลับ: ดิ่งลึกสู่บ่อน้ำพุร้อนด้วยเคเบิลคาร์ส่วนตัว
เหนือหน้าผาอันลึกล้ำไม่ไกลจากจุดตั้งรูปปั้นเด็กปัสสาวะ คือที่ตั้งของ ‘Hotel Iya Onsen’ เรียวกังระดับพรีเมียมที่มอบประสบการณ์การพักผ่อนอันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง โรงแรมแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ห้องพักแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่มองเห็นวิวหุบเขาแบบพาโนรามาเท่านั้น แต่ยังมีไฮไลท์ระดับไอคอนคือ ‘เคเบิลคาร์ส่วนตัว’ สีแดงคลาสสิก
เคเบิลคาร์ลำนี้จะพาผู้เข้าพักดิ่งลงตามแนวลาดชันของหน้าผาทำมุม 42 องศา เป็นระยะทางกว่า 170 เมตร สู่ก้นหุบเขาเบื้องล่างกินเวลาประมาณ 5 นาที สัมผัสความตื่นตาตื่นใจขณะที่ตัวรถค่อยๆ เคลื่อนผ่านม่านแมกไม้หนาแน่น จนกระทั่งถึงบ่น้ำพุร้อนกลางแจ้ง (Rotenburo) ริมธารน้ำธรรมชาติ น้ำแร่บริสุทธิ์ 100% ที่ผุดขึ้นจากใต้พื้นพิภพพร้อมไออุ่นท่ามกลางเสียงคำรามแผ่วเบาของสายน้ำ ช่วยชำระล้างความเหนื่อยล้าและมอบความสงบทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริง
