เมื่อเส้นขอบฟ้าของมหานครโตเกียวไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพทิวทัศน์ตึกสูงระฟ้า แต่คือผืนผ้าใบมีชีวิตที่สะท้อนจังหวะการเต้นของหัวใจเมืองใหญ่ Roppongi Hills Mori Tower จึงก้าวขึ้นเป็นแลนด์มาร์กเชิงวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่นักเดินทางผู้หลงใหลในความงามร่วมสมัยต้องมาเยือนสักครั้ง ที่นี่ไม่ใช่เพียงตึกระฟ้าใจกลางย่านรปปงงิ แต่เป็นจุดหลอมรวมระหว่างงานศิลปะระดับโลกและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ผ่านกระจกใสสูงตระหง่านที่เปิดมุมมองกว้างไกลแบบ 360 องศา โอบรับทั้งความรุ่งโรจน์ของอดีตและความล้ำสมัยของมหานครหลวงไว้ในกรอบสายตาเดียว
การเดินทางขึ้นสู่ชั้นบนสุดของ Mori Tower เปรียบเสมือนการเคลื่อนผ่านมิติแห่งกาลเวลา จากความวุ่นวายของท้องถนนเบื้องล่างสู่ความสงบเงียบแห่งสุนทรียศาสตร์บนความสูงหลายร้อยเมตร โดยเฉพาะเมื่อแสงอาทิตย์เริ่มทอประกายสีทองอุ่นละมุนอาบไล้โครงเหล็กสีแดงและขาวของ Tokyo Tower ให้โดดเด่นตัดกับฉากหลังของภูเขาไฟฟูจิในยามเย็น ก่อนที่แสงไฟนับล้านดวงจะเริ่มระยิบระยับขึ้นแข่งกับหมู่ดาว นี่คือประสบการณ์การท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ที่ไม่ได้มอบเพียงความตื่นตา แต่คือความอิ่มเอมทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริง
สถาปัตยกรรมและประติมากรรมแห่งรปปงงิ: จุดเริ่มต้นการเดินทางของศิลปะร่วมสมัย
ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ภายในอาคาร Roppongi Hills Mori Tower ผู้มาเยือนจะได้พบกับ ‘Maman’ ประติมากรรมแมงมุมสำริดขนาดยักษ์ผลงานของ Louise Bourgeois ศิลปินลูกครึ่งฝรั่งเศส-อเมริกัน ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ ณ Plaza ด้านหน้า สัญลักษณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชิ้นงานศิลปะกลางแจ้ง แต่เป็นตัวแทนของความแข็งแกร่ง ความอ่อนโยน และความผูกพันอันลึกซึ้ง ซึ่งสะท้อนแนวคิดหลักของโครงการรปปงงิฮิลส์ที่ต้องการหลอมรวมศิลปะเข้ากับวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างไร้รอยต่อ
ตัวอาคาร Mori Tower ออกแบบโดย Kohn Pedersen Fox Associates สถาปัตยกรรมทรงเรขาคณิตที่สะท้อนความมั่นคง ทว่าพลิ้วไหวไปตามแสงและเงาของท้องฟ้าโตเกียว ภายในได้รับการจัดสรรพื้นที่อย่างประณีต ทั้งย่านธุรกิจ พื้นที่พักอาศัย และศูนย์กลางทางวัฒนธรรม โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างพื้นที่สาธารณะให้ผู้คนสามารถเข้าถึงงานศิลปะคุณภาพสูงได้ง่ายขึ้น กลายเป็นคอมเพล็กซ์ต้นแบบที่กำหนดนิยามใหม่ให้กับคำว่า ‘Urban Living’ ของญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 21
Tokyo City View ชั้น 52: พาโนรามา 360 องศา และมุมมอง Tokyo Tower ที่งดงามที่สุด
หัวใจสำคัญของการมาเยือน Mori Tower คือการขึ้นลิฟต์ความเร็วสูงสู่ Tokyo City View บนชั้น 52 ด้วยความสูงจากระดับพื้นดินกว่า 250 เมตร ผนังกระจกใสความสูงถึง 11 เมตรทอดตัวยาวอย่างไร้เสากลางคั่น ขยายขอบเขตสายตาให้กว้างไกลแบบไร้ขีดจำกัด ทัศนียภาพเบื้องหน้าคือความอลังการของผังเมืองโตเกียวที่เรียงตัวเป็นระเบียบ ตัดสลับกับตึกระฟ้าในย่านชินจูกุและชิ부ยะ
จุดที่ดึงดูดสายตาที่สุดหนีไม่พ้นมุมมองที่เห็น Tokyo Tower ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามในระยะประชิด โดยเฉพาะในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจากช่วงบ่ายสู่ยามเย็น (Golden Hour) แสงสีทองจะสาดส่องลงบนพื้นผิวกระจกและตึกรามบ้านช่อง ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเวลา Blue Hour ที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มและแสงไฟจากอาคารทั่วเมืองเริ่มเปล่งประกาย สร้างบรรยากาศที่โรแมนติกและทรงพลังในเวลาเดียวกัน สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสสายลมธรรมชาติและการถ่ายภาพแบบไม่มีกระจกสะท้อน สามารถขึ้นไปต่อยัง Sky Deck บนดาดฟ้าชั้นเปิดโล่ง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวกลางแจ้งที่สูงที่สุดในโตเกียว
Mori Art Museum: พิพิธภัณฑ์ศิลปะลอยฟ้าบนจุดสูงสุดของโตเกียว
เหนือขึ้นไปอีกชั้นบนชั้น 53 คือที่ตั้งของ Mori Art Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่แหวกแนวด้วยการตั้งอยู่บนตึกระฟ้าใจกลางเมือง แทนที่จะเป็นพื้นที่ราบแบบพิพิธภัณฑ์ทั่วไป ที่นี่ไม่มีคอลเลกชันถาวรขนาดใหญ่ แต่เน้นการจัดนิทรรศการหมุนเวียนระดับโลก (Special Exhibitions) ที่คัดสรรผลงานจากศิลปินแถวหน้าทั่วโลก ทั้งประติมากรรมจัดวาง (Installation Art), ภาพถ่ายร่วมสมัย, วิดีโออาร์ต และงานศิลปะที่สะท้อนประเด็นทางสังคมและอนาคตของมนุษยชาติ
ความพิเศษของ Mori Art Museum คือการเปิดให้บริการถึงช่วงค่ำ (มักจะถึง 22.00 น. ในวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์) เปิดโอกาสให้ผู้รักงานศิลปะสามารถเดินชมนิทรรศการท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนอันเงียบสงบ พร้อมมองออกไปเห็นแสงไฟของเมืองหลวงผ่านช่องหน้าต่างบางจุด เป็นการผสมผสานระหว่างสุนทรียภาพทางปัญญาและทัศนียภาพอันน่าทึ่งได้อย่างลงตัวที่สุด
Art Triangle Roppongi และสุนทรียะรอบคอมเพล็กซ์
การเสพศิลป์ที่ Roppongi Hills Mori Tower ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภายในตึกเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย ‘Art Triangle Roppongi (ATRo)’ ความร่วมมือระหว่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะหลักสามแห่งในย่าน ได้แก่ Mori Art Museum, National Art Center, Tokyo (NAC) และ Suntory Museum of Art ซึ่งตั้งอยู่ในระยะที่สามารถเดินถึงกันได้ทั้งหมด การออกแบบเส้นทางวัฒนธรรมนี้ทำให้นักเดินทางสามารถวางแผนเสพงานศิลปะหลากหลายรูปแบบได้ภายในวันเดียว
นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบรปปงงิฮิลส์ยังมีสวน Roku-Roku Plaza และพื้นที่สีเขียวอย่าง Mori Garden สวนญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางตึกระฟ้า สะท้อนความงดงามของการจัดวางธรรมชาติให้อยู่ร่วมกับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน พร้อมด้วยร้านค้าและห้องอาหารระดับ Fine Dining มากมายที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศมาเสิร์ฟพร้อมวิวมหานคร
