เมื่อแสงธรรมชาติยามบ่ายสาดส่องผ่านระแนงไม้อะคิตะซีดาร์ที่เรียงร้อยซ้อนกันอย่างประณีตภายในอาคาร ‘TOYAMA Kirari’ เงาสะท้อนระยิบระยับบนผนังกระจกและอลูมิเนียมไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ให้ความสว่าง แต่มันกำลังจำลองความงามอันยิ่งใหญ่และสลับซับซ้อนของเทือกเขาเทเตยามา (Tateyama) ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ที่โอบล้อมเมืองโทยามะเอาไว้ทั้งเมือง นี่คือผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรมโดย Kengo Kuma สถาปนิกผู้พลิกนิยามความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และพื้นที่สาธารณะ ให้กลายเป็นวิหารแห่งศิลปะร่วมสมัยที่สะสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการเปลี่ยนผ่านได้อย่างลึกซึ้ง
การเดินทางมาเยือน พิพิธภัณฑ์ศิลปะกระจกโทยามะ (Toyama Glass Art Museum) จึงไม่ใช่เพียงการเดินชมงานนิทรรศการทั่วไป หากแต่เป็นการก้าวเข้าสู่ห้วงเวลาที่เมืองอุตสาหกรรมเก่าแก่ ซึ่งเคยรุ่งเรืองด้วยการผลิตขวดยาแผนโบราณและเวชภัณฑ์ ได้สลัดคราบตัวเองกลายเป็น ‘นครแห่งศิลปะกระจก’ (Glass Art City) อันลือชื่อในระดับสากล ผ่านการผสมผสานระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นและความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้รอยต่อ กลายเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับนักเดินทางผู้หลงใหลในความงามอันประณีตและสถาปัตยกรรมที่เปี่ยมด้วยปรัชญา
สถาปัตยกรรมแห่งขุนเขาและแสงเงา: ถอดรหัส TOYAMA Kirari โดย Kengo Kuma
หัวใจสำคัญที่ทำให้พิพิธภัณฑ์ศิลปะกระจกโทยามะโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นคือตัวอาคาร ‘TOYAMA Kirari’ ซึ่งแชร์พื้นที่ร่วมกับห้องสมุดประจำเมือง Kengo Kuma สถาปนิกชื่อดังระดับโลก ได้เลือกใช้แนวคิดการนำวัสดุธรรมชาติอย่าง ‘ไม้อะคิตะซีดาร์’ มาประยุกต์เข้ากับโครงสร้างสมัยใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง แผ่นไม้ระแนงจำนวนมากถูกติดตั้งในมุมองศาที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างมิติของความลึกและความอบอุ่น ตัดกับความเย็นเยียบของกระจกใสและแผ่นอลูมิเนียมสะท้อนแสง
เมื่อก้าวเข้าสู่โถงกลาง (Void) สูงโปร่งจรดเพดานชั้น 6 ผู้อ่านจะสัมผัสได้ถึงความโปร่งโล่งเสมือนยืนอยู่กลางหุบเขาธรรมชาติ แสงแดดที่สาดส่องผ่านระแนงไม้ลงมาตกกระทบพื้นผิวภายใน ทำให้เกิดลวดลายของเงาที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนไปตามการเดินทางของดวงอาทิตย์ เป็นงานสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่มีชีวิตชีวาและเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างลึกซึ้ง
จากขวดยาสู่ประติมากรรมแก้ว: รากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของโทยามะ
ความผูกพันระหว่างเมืองโทยามะกับ ‘แก้ว’ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ย้อนกลับไปในยุคเอโดะ โทยามะเป็นศูนย์กลางการผลิตยาแผนโบราณและเวชภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมยานี้ต้องพึ่งพาขวดแก้วและบรรจุภัณฑ์แก้วเป็นหลัก ความเชี่ยวชาญในการหลอมและขึ้นรูปแก้วจึงรากลึกอยู่ในโครงสร้างทางเศรษฐกิจและภูมิปัญญาช่างฝีมือท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน เมืองโทยามะได้ต่อยอดรากเหง้าอุตสาหกรรมดั้งเดิมนี้ให้กลายเป็นงานศิลปะชั้นสูง โดยริเริ่มโครงการส่งเสริมศิลปะแก้วอย่างจริงจังตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 จัดตั้งโรงเรียนสอนศิลปะกระจก และเวทีประกวดระดับนานาชาติ จนกระทั่งการกำเนิดขึ้นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้กลายเป็นบทสรุปอันสมบูรณ์แบบ ที่ประกาศให้ชาวโลกได้ประจักษ์ว่า โตรยามะคือบ้านหลังใหญ่ของศิลปะกระจกร่วมสมัย
Glass Art Garden: ดินแดนแห่งความฝันและสีสันโดย Dale Chihuly
จุดไฮไลต์ที่นักเดินทางสายเสพศิลป์พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงคือ ‘Glass Art Garden’ บนชั้น 6 ของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจัดแสดงผลงานถาวรของ Dale Chihuly ศิลปินเป่าแก้วระดับตำนานชาวอเมริกันผู้พลิกโฉมวงการประติมากรรมแก้วของโลก ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่จัดแสดง ความมืดของห้องถูกขับเน้นให้โดดเด่นด้วยแสงไฟที่ส่องกระทบประติมากรรมแก้วสีสันจัดจ้าน รูปร่างแปลኪตา ทั้งทรงกระบอกคลื่นน้ำ ดอกไม้ทะเลขนาดยักษ์ และชandelier แก้วเป่าระยิบระยับที่แขวนลอยอยู่กลางอากาศ
ผลงานชิ้นเอกอย่าง ‘Chihuly Over Toyama’ และชุดจัดวางในห้องกระจกสะท้อน (Persian Ceiling & Mille Fiori) สะท้อนถึงพลังแห่งจินตนาการ ความอ่อนช้อยแต่ทรงพลัง และเทคนิคการเป่าแก้วอันไร้ขีดจำกัด การได้ยืนพิจารณาชิ้นงานเหล่านี้อย่างเงียบเชียบท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน คือประสบการณ์ทางสุนทรียะที่หาไม่ได้จากที่อื่น
