บึงมิคุริกะอิเกะ (Mikurigaike Pond) อัญมณีสีครามแห่งทาเตยามะ: คู่มือสัมผัสธรรมชาติและออนเซ็นที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น
ข้อมูลการเดินทางlocation_onบึงมิคุริกะอิเกะ (Mikuriga-ike Pond)

บึงมิคุริกะอิเกะ (Mikurigaike Pond) อัญมณีสีครามแห่งทาเตยามะ: คู่มือสัมผัสธรรมชาติและออนเซ็นที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อก้าวพ้นความจอแจของสถานีมุโรโดะบนเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route มวลอากาศบริสุทธิ์อันหนาวเย็นและเบาบางที่ระดับความสูง 2,405 เมตร จะนำพาประสาทสัมผัสทั้งมวลเข้าสู่ดินแดนแห่งความเงียบสงบที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา ที่นี่คือจุดกำเนิดของ ‘บึงมิคุริกะอิเกะ’ (Mikurigaike Pond) บ่อภูเขาไฟโบราณอายุราว 10,000 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบ่อน้ำบนภูเขาไฟที่งดงามที่สุดในเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือ

ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่เพียงทัศนียภาพของผืนน้ำกว้างใหญ่ หากแต่เป็นผืนผ้าใบธรรมชาติที่แต่งแต้มด้วยสีครามเข้มลึกล้ำ และในยันวันที่สภาพอากาศเป็นใจ ผิวน้ำเรียบดั่งกระจกเงาจะทำหน้าที่สะท้อนภาพความยิ่งใหญ่ของยอดเขาทาเตยามะความสูงกว่า 3,000 เมตรได้อย่างสมบรูณ์แบบ เชิญชวนให้นักเดินทางผู้แสวงหาความหมายที่ลึกซึ้งกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป ได้ก้าวช้าลง สูดกลิ่นไอธรรมชาติ และดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งสโลว์ไลฟ์เหนือระดับเมฆอย่างแท้จริง

มรดกแห่งธรณีวิทยาและตำนานภูผาอันศักดิ์สิทธิ์

ในอดีตกาล ชื่อของ ‘มิคุริกะ’ (Mikuri) มีบันทึกในภาษาญี่ปุ่นว่า 御厨 ซึ่งหมายถึงสถานที่สำหรับจัดเตรียมอาหารหรือเครื่องเซ่นสังเวยแก่เทพเจ้า สะท้อนถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของผู้คนที่เดินทางจาริกแสวงบุญขึ้นสู่เทือกเขาทาเตยามะ หนึ่งในสามภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของญี่ปุ่น บึงแห่งนี้เกิดขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟเมื่อหมื่นปีก่อน ทิ้งร่องรอยเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงด้วยหิมะละลายและน้ำฝน กลายเป็นระบบนิเวศบนที่สูงที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ รอบริมบึงอันเงียบสงบนี้ เต็มไปด้วยแนวสนพุ่มแคบสลับกับทุ่งหญ้าอัลไพน์ ซึ่งไม่เพียงสร้างทัศนียภาพอันชวนฝัน แต่ยังเป็นบ้านหลังใหญ่ของ ‘นกสายฟ้า’ (Rock Ptarmigan) หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า ‘ไรโจ’ (Raicho) นกภูเขาหายากผู้รอดพ้นจากยุคน้ำแข็งและได้รับความคุ้มครองในฐานะสมบัติทางธรรมชาติ การได้เดินทอดน่องตามเส้นทางไม้กระดาน (Boardwalk) รอบบึง จึงเปรียบเสมือนการเดินทางผ่านพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่ซึ่งธรณีวิทยา ตำนาน และชีววิทยาหลอมรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

ความงามที่แปรเปลี่ยนตามฤดูกาล: จากกระจกสีมรกตสู่อัญมณีสีคราม

ธรรมชาติของบึงมิคุริกะอิเกะมีความงดงามที่พลิกผันไปตามวัฏจักรแห่งปีอย่างน่าทึ่ง ตลอดช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงเดือนมิถุนายน ผืนน้ำทั่วทั้งบริเวณจะถูกซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนหิมะหนาทึบอันขาวโพลน ทว่าทันทีที่ย่างเข้าสู่เดือนกรกฎาคม หิมะเริ่มละลายเผยให้เห็นผิวน้ำสีมรกตและสีครามเข้มตัดกับขอบฟ้าภูเขา ช่วงเวลานี้เองที่นักท่องเที่ยวจะได้ยลโฉมปรากฏการณ์เงาสะท้อนผิวน้ำ (Mirror Reflection) ที่คมชัดราวกับภาพวาด ครั้นเข้าสู่เดือนกันยายนถึงตุลาคม ผืนป่าและพุ่มไม้รอบบึงจะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นเฉดสีอำพันและสีแดงสดใส ขับเน้นให้บรรยากาศโดยรอบอบอวลด้วยความโรแมนติกและความอลังการของธรรมชาติในคราวเดียวกัน ก่อนที่หิมะระลอกแรกจะโปรยปรายลงมาปกคลุมและปิดผนึกเส้นทางอีกครั้งเพื่อเข้าสู่โหมดพักตัวในฤดูหนาว

Mikurigaike Onsen: สุนทรียภาพแห่งการแช่ออนเซ็นเหนือเมฆ

ไม่ไกลจากริมฝั่งบึงมิคุริกะอิเกะ คือที่ตั้งของ ‘Mikurigaike Onsen’ สถาบันออนเซ็นธรรมชาติที่ตั้งอยู่ ณ จุดสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นที่ระดับความสูง 2,410 เมตร สถานที่แห่งนี้เริ่มต้นจากการเป็นกระท่อมภูเขาในปี ค.ศ. 1957 ก่อนจะพัฒนามาเป็นที่พักพิงอันอบอุ่นสำหรับนักเดินทาง ความพิเศษของที่นี่คือการใช้น้ำพุร้อนบริสุทธิ์ 100% (Free-flowing) ที่ผุดขึ้นมาจากหุบเขานรก ‘จิโกกุดานิ’ (Jigokudani) โดยตรง น้ำแร่มีลักษณะเป็นสีขาวขุ่นและมีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ เปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติในการช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล การได้นั่งแช่น้ำร้อนอุ่นสบายภายในห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ที่มองผ่านกระจกใสออกไปเห็นทิวทัศน์หุบเขาและยอดอัลไพน์อันยิ่งใหญ่ ถือเป็นรางวัลชีวิตอันล้ำค่าที่หาไม่ได้จากที่ใดในโลก

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทางมายังบึงมิคุริกะอิเกะเริ่มต้นจากการใช้บริการระบบขนส่งในเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route โดยขึ้นรถบัสจากสถานี Murodo มาเดินเท้าต่ออีกประมาณ 10-15 นาทีตามเส้นทางเดินปูด้วยหินและสะพานไม้ ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสมที่สุดอยู่ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากสภาพอากาศบนภูเขาสูงมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนควรเตรียมเสื้อแจ็คเก็ตกันลมและสวมรองเท้าเดินป่าที่กันลื่นให้เรียบร้อย สำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการออนเซ็นแบบไปเช้าเย็นกลับ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09:00 - 16:00 น. และควรปฏิบัติตามกฎการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยห้ามออกนอกเส้นทางเดินเท้าและห้ามทิ้งขยะใดๆ ในพื้นที่ธรรมชาติอันเปราะบางนี้
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

บึงมิคุริกะอิเกะ ตั้งอยู่ที่ไหนและเดินทางไปอย่างไร?expand_more
บึงมิคุริกะอิเกะตั้งอยู่บนที่ราบสูงมุโรโดะ (Murodo-daira) บนเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route ในจังหวัดโทยามะ สามารถเดินทางไปถึงได้โดยการนั่งรถไฟและเคเบิลคาร์มาลงที่สถานี Murodo แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 10-15 นาทีตามเส้นทางเดินที่จัดเตรียมไว้
ช่วงเวลาใดเหมาะสมที่สุดในการมาชมวิวบึงมิคุริกะอิเกะ?expand_more
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่หิมะละลายหมดแล้ว เผยให้เห็นผิวน้ำสีครามเข้มสะท้อนเงายอดเขาสูง และในช่วงตุลาคมยังสามารถชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีรอบบึงได้อีกด้วย
Mikurigaike Onsen เปิดให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักค้างแรมหรือไม่?expand_more
เปิดให้บริการครับ โดยนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถใช้บริการแช่น้ำพุร้อนแบบไปเช้าเย็นกลับ (Day-trip Onsen) ได้ในเวลา 09:00 - 16:00 น. (มีค่าบริการสำรองจ่ายตามกำหนด) พร้อมทั้งมีคาเฟ่และร้านขายของที่ระลึกให้บริการ