ก้าวข้ามเพียงการแวะชมกำแพงหิมะชั่วครู่ สู่การเปิดมุมมองวงในบนจุดสูงสุด 2,450 เมตรของเจแปนอัลป์ ที่ซึ่งอากาศบริสุทธิ์บางเบาบรรจบกับผืนฟ้าสีครามเข้ม ที่ราบสูงมูโรโดะ (Murodo Plateau) ไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะพักบนเส้นทางท่องเที่ยวชื่อดัง หากแต่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์กลางวงล้อมขุนเขาแห่งโทยามะ ที่เก็บงำเรื่องราวความศรัทธายาวนานนับศตวรรษ
เมื่อหิมะสีขาวโพลนเริ่มละลายเผยให้เห็นผืนดินและทุ่งหญ้าอัลไพน์ มูโรโดะจะแปลงโฉมเป็นห้องสมุดธรรมชาติขนาดมหึมา ที่ซึ่งนักเดินทางจะได้ค้นพบความเงียบสงบอันล้ำลึก ณ บึงน้ำภูเขาไฟสะท้อนเงาฟ้า พร้อมสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับท่ามกลางความเวิ้งว้างของหลังคาแห่งประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
มิติแห่งกาลเวลาและสามฤดูกาลบนหลังคาเจแปนอัลป์
การเดินทางมาเยือนที่ราบสูงมูโรโดะเปรียบเสมือนการเดินทางข้ามมิติเวลาในแต่ละฤดู ธรรมชาติที่นี่เปลี่ยนผ่านอย่างงดงามและทรงพลัง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน - มิถุนายน) กำแพงหิมะ Yuki-no-Otani สูงตระหง่านกว่า 20 เมตรต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความยิ่งใหญ่ตระการตา ครั้นเข้าสู่ฤดูร้อน (กรกฎาคม - สิงหาคม) หิมะละลายหลีกทางให้ทุ่งหญ้าอัลไพน์เขียวขจีแต้มด้วยดอกไม้ป่าสีสันสดใส และเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - ตุลาคม) ผืนป่าและพุ่มไม้บนภูเขาจะเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอร่ามตัดกับยอดเขาที่เริ่มมีหิมะแรกโปรยปราย ความเปลี่ยนแปลงนี้รังสรรค์ให้มูโรโดะเป็นผืนผ้าใบแห่งธรรมชาติที่ไม่มีวันซ้ำรอยเดิม
มนต์เสน่ห์แห่งบึงมิกุริกะอิเกะและออนเซ็นบนจุดสูงสุด
หัวใจสำคัญของมูโรโดะคือ ‘บึงมิกุริกะอิเกะ’ (Mikurigaike Pond) บึงน้ำภูเขาไฟรูปทรงรีที่มีอายุกว่า 10,000 ปี ผิวน้ำสีครามเข้มใสราวกระจกคริสตัลทำหน้าที่สะท้อนภาพความสง่างามของยอดเขา Tateyama ทั้งสามได้อย่างสมบูรณ์แบบ ใกล้กันนั้นคือ ‘Mikurigaike Onsen’ บ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่ตั้งอยู่บนความสูง 2,410 เมตร ซึ่งถือเป็นออนเซ็นที่อยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น การได้แช่น้ำแร่ร้อนกรุ่นไอน้ำท่ามกลางลมหนาวและวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าคือประสบการณ์บำบัดจิตวิญญาณที่หาไม่ได้จากที่ใดในโลก
ร่องรอยแห่งศรัทธาและความหรูหราเหนือเมฆ
นอกจากธรรมชาติอันบริสุทธิ์ มูโรโดะยังเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ความศรัทธา ‘Murodosanso’ อาคารที่พักบนภูเขาที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งตระหง่านเป็นประจักษ์พยานแห่งการจาริกแสวงบุญในอดีต และเพื่อเติมเต็มการเดินทางให้สมบูรณ์แบบ ‘Hotel Tateyama’ โรงแรมที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น มอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียมท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายของขุนเขา การได้ใช้เวลาค่ำคืนที่นี่หมายถึงโอกาสในการแหงนมองท้องฟ้าใสไร้แสงไฟรบกวน เพื่อชมทะเลดาวและทางช้างเผือกทอประกายระยิบระยับเหนือยอดเขาอัลไพน์
