สัมผัสหลังคาแห่งเจแปนอัลป์ ณ 'ที่ราบสูงมูโรโดะ': คู่มือท่องเที่ยวธรรมชาติเหนือระดับ ทะเลสาบคริสตัล และออนเซ็นที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น
ข้อมูลการเดินทางlocation_onที่ราบสูงมูโรโดะ (Murodo Plateau)

สัมผัสหลังคาแห่งเจแปนอัลป์ ณ 'ที่ราบสูงมูโรโดะ': คู่มือท่องเที่ยวธรรมชาติเหนือระดับ ทะเลสาบคริสตัล และออนเซ็นที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

ก้าวข้ามเพียงการแวะชมกำแพงหิมะชั่วครู่ สู่การเปิดมุมมองวงในบนจุดสูงสุด 2,450 เมตรของเจแปนอัลป์ ที่ซึ่งอากาศบริสุทธิ์บางเบาบรรจบกับผืนฟ้าสีครามเข้ม ที่ราบสูงมูโรโดะ (Murodo Plateau) ไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะพักบนเส้นทางท่องเที่ยวชื่อดัง หากแต่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์กลางวงล้อมขุนเขาแห่งโทยามะ ที่เก็บงำเรื่องราวความศรัทธายาวนานนับศตวรรษ

เมื่อหิมะสีขาวโพลนเริ่มละลายเผยให้เห็นผืนดินและทุ่งหญ้าอัลไพน์ มูโรโดะจะแปลงโฉมเป็นห้องสมุดธรรมชาติขนาดมหึมา ที่ซึ่งนักเดินทางจะได้ค้นพบความเงียบสงบอันล้ำลึก ณ บึงน้ำภูเขาไฟสะท้อนเงาฟ้า พร้อมสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับท่ามกลางความเวิ้งว้างของหลังคาแห่งประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

มิติแห่งกาลเวลาและสามฤดูกาลบนหลังคาเจแปนอัลป์

การเดินทางมาเยือนที่ราบสูงมูโรโดะเปรียบเสมือนการเดินทางข้ามมิติเวลาในแต่ละฤดู ธรรมชาติที่นี่เปลี่ยนผ่านอย่างงดงามและทรงพลัง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน - มิถุนายน) กำแพงหิมะ Yuki-no-Otani สูงตระหง่านกว่า 20 เมตรต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความยิ่งใหญ่ตระการตา ครั้นเข้าสู่ฤดูร้อน (กรกฎาคม - สิงหาคม) หิมะละลายหลีกทางให้ทุ่งหญ้าอัลไพน์เขียวขจีแต้มด้วยดอกไม้ป่าสีสันสดใส และเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - ตุลาคม) ผืนป่าและพุ่มไม้บนภูเขาจะเปลี่ยนเป็นสีส้มทองอร่ามตัดกับยอดเขาที่เริ่มมีหิมะแรกโปรยปราย ความเปลี่ยนแปลงนี้รังสรรค์ให้มูโรโดะเป็นผืนผ้าใบแห่งธรรมชาติที่ไม่มีวันซ้ำรอยเดิม

มนต์เสน่ห์แห่งบึงมิกุริกะอิเกะและออนเซ็นบนจุดสูงสุด

หัวใจสำคัญของมูโรโดะคือ ‘บึงมิกุริกะอิเกะ’ (Mikurigaike Pond) บึงน้ำภูเขาไฟรูปทรงรีที่มีอายุกว่า 10,000 ปี ผิวน้ำสีครามเข้มใสราวกระจกคริสตัลทำหน้าที่สะท้อนภาพความสง่างามของยอดเขา Tateyama ทั้งสามได้อย่างสมบูรณ์แบบ ใกล้กันนั้นคือ ‘Mikurigaike Onsen’ บ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่ตั้งอยู่บนความสูง 2,410 เมตร ซึ่งถือเป็นออนเซ็นที่อยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น การได้แช่น้ำแร่ร้อนกรุ่นไอน้ำท่ามกลางลมหนาวและวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าคือประสบการณ์บำบัดจิตวิญญาณที่หาไม่ได้จากที่ใดในโลก

ร่องรอยแห่งศรัทธาและความหรูหราเหนือเมฆ

นอกจากธรรมชาติอันบริสุทธิ์ มูโรโดะยังเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ความศรัทธา ‘Murodosanso’ อาคารที่พักบนภูเขาที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งตระหง่านเป็นประจักษ์พยานแห่งการจาริกแสวงบุญในอดีต และเพื่อเติมเต็มการเดินทางให้สมบูรณ์แบบ ‘Hotel Tateyama’ โรงแรมที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น มอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียมท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายของขุนเขา การได้ใช้เวลาค่ำคืนที่นี่หมายถึงโอกาสในการแหงนมองท้องฟ้าใสไร้แสงไฟรบกวน เพื่อชมทะเลดาวและทางช้างเผือกทอประกายระยิบระยับเหนือยอดเขาอัลไพน์

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทางสู่ที่ราบสูงมูโรโดะต้องอาศัยการเชื่อมต่อยานพาหนะหลากหลายรูปแบบบนเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route (เช่น เคเบิลคาร์, รถบัสไฟฟ้าอุโมงค์, และกระเช้าลอยฟ้า) เนื่องจากสภาพอากาศบนความสูง 2,450 เมตรมีความแปรปรวนสูง แม้ในฤดูร้อนควรเตรียมเสื้อแจ็กเก็ตกันลมและรองเท้าเดินป่าที่เหมาะสม การป้องกันรังสี UV เป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากความสูงของพื้นที่ และควรสังเกตอาการแพ้ความสูง (Altitude Sickness) แม้ส่วนใหญ่จะปรับตัวได้ไม่ยาก
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

ที่ราบสูงมูโรโดะเปิดให้เข้าชมช่วงเดือนไหนบ้าง?expand_more
เส้นทางและที่ราบสูงมูโรโดะจะเปิดให้บริการตั้งแต่กลางเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายนของทุกปี โดยช่วงเวลาจะถูกปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากหิมะตกหนักและมีความปลอดภัยจำกัด
เดินทางไปที่ราบสูงมูโรโดะอย่างไร?expand_more
เดินทางผ่านเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route โดยสามารถเริ่มเดินทางได้จากฝั่งจังหวัดโทยามะ (สถานี Tateyama) หรือฝั่งจังหวัดนากาโน่ (สถานี扇沢 - Fanazawa) แล้วต่อยานพาหนะภูเขาขึ้นมา
ควรเตรียมตัวอย่างไรเรื่องเสื้อผ้าเมื่อไปมูโรโดะ?expand_more
แม้จะเป็นช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิบนมูโรโดะอาจลดลงต่ำใกล้เคียง 10 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่าเมื่อมีลมแรง จึงควรสวมเสื้อผ้าแบบเลเยอร์ (Layering) พร้อมเสื้อกันหนาวกันลม และแว่นกันแดดเนื่องจากแสงสะท้อนจากหิมะหรือพื้นผิวหินมีความเข้มสูง