เมื่อก้าวพ้นเส้นทางท่องเที่ยวสายหลักอันจอแจของเกาะญี่ปุ่น สู่วิถีชีวิตอันเงียบสงบของจังหวัดมิเอะ (Mie) ที่นี่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และศรัทธากว่า 1,300 ปีซ่อนตัวอยู่ภายใต้ร่มเงาของ ‘วัดสึคันนอน’ (Tsu Kannon Temple) หรือที่รู้จักกันในนาม Kannon-ji สรวงสวรรค์แห่งความร่มเย็นที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 3 มหาวัดกวนอิมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เคียงคู่ไปกับวัดอาซากุสะ (Senso-ji) ในโตเกียว และวัดโอสึคันนอน (Osu Kannon) ในนาโกย่า
ย้อนกลับไปในอดีตยุคเอโดะ วัดแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองสึ (Tsu) หากยังทำหน้าที่เป็นหมุดหมายอันศักดิ์สิทธิ์บนเส้นทางแสวงบุญสายสำคัญที่มุ่งหน้าสู่ศาลเจ้าอิเสะ หรือที่เรียกขานกันว่า ‘อิเสะไคโด’ (Ise Kaido) กลิ่นอายของวันวาน เสียงสวดมนต์แผ่วเบาเคล้าควันธูป และสถาปัตยกรรมที่ผ่านกาลเวลาอันยาวนาน ล้วนหล่อหลอมให้การมาเยือนที่นี่กลายเป็นการเดินทางข้ามเวลาสู่แกแท้แห่งจิตวิญญาณญี่ปุ่นที่นักเดินทางผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด
รากเหง้าแห่งศรัทธากับตำนานอายุกว่า 1,300 ปีบนผืนแผ่นดินมิเอะ
วัดสึคันนอนถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 709 จากแรงศรัทธาและการอุทิศตนเพื่อประดิษฐานองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านยุคสมัยแห่งการผลัดเปลี่ยนอำนาจทางการเมืองมาจนถึงยุคเอโดะ ซึ่งเป็นยุคที่เส้นทางคมนาคมเฟื่องฟู วัดแห่งนี้จึงกลายเป็นจุดพักผ่อนและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของผู้คนที่เดินทางจาริกแสวงบุญไปยังศาลเจ้าอิเสะ (Ise Jingu) ความสำคัญของวัดสึคันนอนจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงศาสนสถาน แต่เป็นเสมือน ‘สะพานเชื่อม’ ระหว่างผู้คน ความเชื่อ และระยะทางอันยาวไกลในอดีต โครงสร้างและอาคารภายในวัดได้รับการบูรณะอย่างประณีตโดยยังคงรักษากลิ่นอายดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้พิจารณาความงามของงานไม้โบราณและจิตวิญญาณที่ถูกถ่ายทอดผ่านกาลเวลา
ขุมทรัพย์แห่งปัญญา ณ พิพิธภัณฑ์ Tsukannon Museum และองค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์
หัวใจสำคัญของการมาเยือนวัดสึคันนอนคือการได้เข้าสักการะองค์พระโชกวนอิม (Sho Kannon) พระพุทธรูปประธานผู้เปี่ยมด้วยความเมตตา ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าทรงดลบันดาลความร่มเย็นเป็นสุข ปัดเป่าความทุกข์ยาก และคุ้มครองผู้เดินทางให้แคล้วคลาดปลอดภัย นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ Tsukannon Museum ที่เก็บรักษาโบราณวัตถุล้ำค่า ภาพวาดพู่กันจีนโบราณ เอกสารทางประวัติศาสตร์ และผลงานศิลปะชิ้นเอกรวมกว่า 600 ชิ้น ซึ่งแต่ละชิ้นบอกเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัยของญี่ปุ่นได้อย่างลึกซึ้งและทรงคุณค่าทางวิชาการ
ย่านไดมอน (Daimon District): ร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองและสุนทรียภาพแห่งวันวาน
การซึมซับบรรยากาศรอบวัดสึคันนอนจะไม่สมบูรณ์เลยหากขาดการเดินสำรวจ ‘ย่านไดมอน’ (Daimon District) ย่านประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและย่านการค้าที่คึกคักที่สุดในเมืองสึยุคเอโดะ แม้กาลเวลาจะหมุนผ่านและความทันสมัยจะเข้ามาแทนที่บางส่วน แต่มนต์เสน่ห์ของอาคารบ้านเรือน ร้านค้าเก่าแก่ที่ดำเนินกิจการมาหลายชั่วอายุคน และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คนท้องถิ่น ยังคงอบอวลไปด้วยความอบอุ่น เป็นพื้นที่ที่เชิญชวนให้นักเดินทางเดินทอดน่อง ปล่อยใจให้ช้าลง และสัมผัสกับจังหวะชีวิตที่แท้จริงของชาวมิเอะอย่างใกล้ชิด
