เมื่อสายลมหนาวเริ่มคลายความเยือกเย็นลงและฤดูใบไม้ผลิส่งสัญญาณเยือนภูมิภาคคันไซ สายตาของนักเดินทางผู้แสวงหาความงามมักจับจ้องไปยังดินแดนทางใต้ของจังหวัดวากายามะ ณ ที่นั้น บนเนินเขาอันสงบเงียบที่โอบกอดอ่าววาคาอุระไว้เบื้องล่าง คือที่ตั้งของวัดคิมิอิเดร่า (Kimiidera Temple) อัญมณีทางจิตวิญญาณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 770 วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ศาสนสถานโบราณในเส้นทางแสวงบุญไซโกกุ (Saigoku Kannon Pilgrimage) ลำดับที่ 2 เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นนาฬิกาธรรมชาติเรือนเอก ซึ่งคอยประกาศการตื่นตัวของมวลบุปผชาติผ่านต้นซากุระมาตรฐานที่บานสะพรั่งเร็วที่สุดในภูมิภาคคันไซ สร้างภาพความงามสีชมพูละมุนตัดกับสีครามของท้องทะเลที่ตราตรึงใจผู้มาเยือนมาหลายศตวรรษ การก้าวเท้าเข้าสู่อาณาจักรแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนการหลีกเร้นจากความวุ่นวาย เพื่อเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งความสงบ ความศรัทธา และสุนทรียศาสตร์ญี่ปุ่นขนานแท้
ตำนานบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์และรากเหง้าแห่งการสถาปนา ค.ศ. 770
วัดคิมิอิเดร่า หรือที่มีชื่อทางการว่า ‘กิมิอิระ’ สถาปนาขึ้นโดยพระภิกษุโวโตะ (Hotoku) ผู้เดินทางมาจากดินแดนจีนยุคราชวงศ์ถัง ตำนานเล่าขานว่าท่านได้ยินเสียงธรรมอันลึกซึ้งสะท้อนมาจากภูเขาแห่งนี้ จึงตัดสินใจสร้างสถานปฏิบัติธรรมขึ้น และเป็นที่มาของชื่อ ‘คิมิอิเดร่า’ ซึ่งหมายถึงวัดที่มีบ่อน้ำสามสายอันศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ บ่อน้ำโยริวซุย บ่อน้ำเซโจซุย และบ่อน้ำคิสโชซุย ซึ่งยังคงมีน้ำใสสะอาดไหลรินหล่อเลี้ยงผืนป่าและจิตใจของผู้คนมากว่าพันปี บ่อน้ำเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ตามคติพุทธ แต่ยังสะท้อนถึงความกลมกลืนระหว่างสถาปัตยกรรมไม้โบราณกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติบนภูเขาเมองะซังได้อย่างไร้ที่ติ
มหาพุทธรูปไม้ปิดทองและสถาปัตยกรรมเหนือกาลเวลา
หัวใจสำคัญที่ดึงดูดผู้ศรัทธาจากทั่วสารทิศคือ ‘หอชินบุตสึเดน’ (Shinbutsuden) อาคารประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิมปาง 11 หน้าและมีพันหัตถ์ (Senju Kannon) แกะสลักจากไม้เนื้อหอมทั้งองค์และปิดด้วยทองคำเปลวอร่าม ความสูงตระหง่านถึง 12 เมตรทำให้องค์ท่านแผ่ซ่านด้วยพลังแห่งความเมตตาอันยิ่งใหญ่ ทว่าความงดงามของวัดยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อเดินขึ้นสู่บริเวณด้านบน จะพบกับเจดีย์สามชั้น (Three-Story Pagoda) สีแดงชาดที่ตั้งตระหง่านตัดกับท้องฟ้า ซึ่งเปิดให้นักเดินทางขึ้นไปชมทัศนียภาพมุมสูงได้ ทัศนียภาพของหลังคากระเบื้องวัดโบราณที่ลดหลั่นลงไปบรรจบกับแนวชายฝั่งทะเลของอ่าววาคาอุระ มอบมิติทางสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ที่หาชมได้ยากยิ่งในญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน
พิชิตบันได 231 ขั้นสู่เวทีธรรมชาติแห่งอ่าววาคาอุระ
การเดินทางขึ้นสู่วัดคิมิอิเดร่ามีบททดสอบทางกายและใจผ่านบันไดหินลาดชันจำนวน 231 ขั้นที่มีนามว่า ‘เคจิเอนซากะ’ (Kechien-zaka) เชื่อกันว่าทุกก้าวที่เดินขึ้นบันไดแห่งนี้คือการสร้างสายสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนาและนำพาโชคลาภมาสู่ชีวิต สองข้างทางเรียงรายไปด้วยโคมไฟหินและแมกไม้น้อยใหญ่ที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล เมื่อขึ้นมาถึงลานวัด เบื้องหน้าคือภาพพาโนรามา 180 องศาของผืนน้ำอ่าววาคาอุระที่ระยิบระยับใต้แสงอาทิตย์ เกาะแก่งน้อยใหญ่และเรือประมงที่ล่อง lยู่ไกลๆ กลายเป็นรางวัลอันล้ำค่าสำหรับผู้ที่ก้าวข้ามความเหนื่อยล้าขึ้นมาสัมผัสความเงียบสงบเบื้องบน
