เมื่อสายลมแห่งกาลเวลาพัดพาเราย้อนกลับไปสู่ยุคสมัยที่วัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกหลอมรวมกันอย่างงดงาม นามของ ‘ไทโช โรแมนซ์’ (Taisho Romance) มักปรากฏขึ้นเป็นภาพสะท้อนของความวิจิตรบรรจงที่เปี่ยมด้วยความฝันและความหวัง ณ ใจกลางเมืองยามากาตะ อาคารอิฐแดงโอ่อ่าสไตล์ English Neo-Renaissance นามว่า ‘อาคารบุนโชกัน’ (Bunshokan) ตั้งตระหง่านท้าทายกาลเวลามาตั้งแต่ปี ค.0. 1916 ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงอดีตศาลาว่าการจังหวัดยามากาตะ หากแต่เป็นบันทึกหน้าประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าที่รอดพ้นจากเพลิงสงครามและการแปรเปลี่ยนของยุคสมัย พร้อมเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนให้สัมผัสความหรูหราคลาสสิกที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังแนวอิฐสีแดงก่ำและหอนาฬิกาลูกตุ้มโบราณ
การก้าวเท้าเข้าสู่พื้นที่ของบุนโชกันเปรียบเสมือนการเดินเข้าไปในฉากภาพยนตร์พีเรียดเรื่องโปรด ด้วยความประณีตบรรจงในงานสถาปัตยกรรมที่หาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นลวดลายปูนปั้นอันอ่อนช้อย โครงสร้างไม้สักทอง และบรรยากาศโดยรอบที่อบอวลกลิ่นอายอารยธรรมยุคต้นศตวรรษที่ 20 สำหรับนักเดินทางผู้หลงใหลในสถาปัตยกรรมและเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ อาคารแห่งนี้คือจุดหมายปลายทางที่จะเติมเต็มความรื่นรมย์ให้แก่จิตวิญญาณอย่างแท้จริง
มรดกแห่งสถาปัตยกรรม English Neo-Renaissance กลางเมืองยามากาตะ
อาคารบุนโชกัน (Bunshokan) เริ่มต้นขึ้นจากความต้องการสร้างศาลาว่าการจังหวัดยามากาตะหลังใหม่ขึ้นทดแทนอาคารไม้หลังเดิมที่ถูกไฟไหม้ทำลายไปในปี ค.ศ. 1911 การก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1916 ภายใต้การออกแบบที่สะท้อนถึงความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและศิลปะตะวันตก ตัวอาคารหลักสร้างด้วยอิฐแดงและหินแกรนิต ล้อมรอบคอร์ทยาร์ดตรงกลางตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมฟื้นฟูเรเนสองซ์ของอังกฤษ (English Neo-Renaissance) ความสมมาตรของหน้าต่าง โค้งซุ้มประตู และความประณีตในการเรียงอิฐแสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของช่างฝีมือในยุคนั้น แม้จะผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่และสงครามโลกมาได้ โครงสร้างหลักของบุนโชกันก็ยังคงความสมบูรณ์ไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ก่อนจะได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษ 1980 ให้กลับมาสง่างามดังเช่นในอดีตอีกครั้ง
งานศิลป์ชั้นครูเบื้องหลังกำแพงอิฐแดง: หอนาฬิกา กระจกสี และปูนปั้นดอกเชอร์รี่
เมื่อก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปภายใน สิ่งแรกที่จะสะกดสายตาคือโถงบันไดหินอ่อนโค้งค, สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง และแสงธรรมชาติที่ลอดผ่านหน้าต่างกระจกสี (Stained Glass) ทอประกายระยิบระยับบนพื้นไม้ขัดมันวาว ห้องประชุมสภาเก่า (Former Prefectural Assembly Hall) คือไฮไลท์สำคัญที่แสดงถึงความหรูหราขีดสุด ด้วยงานปูนปั้นบนเพดานที่จำลองลวดลายของดอกเบญจมาศอันสูงส่ง ผสมผสานเข้ากับลายผลเชอร์รี่ ผลไม้ขึ้นชื่อประจำถิ่นยามากาตะได้อย่างกลมกลืน นอกจากนี้ บนยอดอาคารยังเป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาลูกตุ้มโบราณ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกลไกจักรกลดั้งเดิม ถือเป็นหอนาฬิกาลูกตุ้มที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น และยังคงส่งเสียงกังวานบอกเวลาให้ผู้คนในเมืองได้ยินมาจนถึงทุกวันนี้
จากศูนย์กลางการปกครอง สู่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และฉากภาพยนตร์ระดับตำนาน
ปัจจุบัน อาคารบุนโชกันทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และหอจดหมายเหตุของจังหวัดยามากาตะ (Yamagata Prefectural Museum of Local History) โดยห้องหับต่างๆ ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นนิทรรศการจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมา การพัฒนาทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในยามากาตะผ่านเอกสาร ภาพถ่าย และโบราณวัตถุล้ำค่า นอกจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์แล้ว ความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์แบบไทโชโรแมนซ์ยังทำให้บุนโชกันกลายเป็นสถานที่ถ่ายทำยอดนิยมสำหรับภาพยนตร์และซีรีส์พีเรียดหลายเรื่อง โดยเฉพาะภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์อย่าง ‘Rurouni Kenshin’ (ซามูไรพเนจร) ที่เลือกใช้โถงทางเดินและสถาปัตยกรรมคลาสสิกของที่นี่เป็นฉากหลังในการดำเนินเรื่อง มอบบรรยากาศที่พาผู้ชมย้อนกลับไปสู่ห้วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงของญี่ปุ่นในอดีตได้อย่างแนบเนียน
