ท่ามกลางผืนป่าอันสลับซับซ้อนของจังหวัดยามากาตะ ภูเขากัสซัน (Mount Gassan) ความสูง 1,984 เมตร ตั้งตระหง่านราวกับมหาวิหารธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อท้าทายกาลเวลา ที่นี่ไม่ใช่แค่เพียงจุดหมายปลายทางสำหรับการเดินป่าทั่วไป หากแต่เป็นศูนย์กลางความศรัทธาอันยาวนานกว่า 1,400 ปีของลัทธิชูเก็นโด (Shugendo) วิถีแห่งการบำเพ็ญตบะผสานความเชื่อชินโตและพุทธศาสนานิกายเทียนไท้ ในทางจิตวิญญาณแห่ง ‘เดวะ ซันซัง’ (Dewa Sanzan) หรือสามภูเขาศักดิ์สิทธิ์ กัสซันถูกยกให้เป็นตัวแทนของ ‘อดีตและโลกหลังความตาย’ เปรียบเสมือนดินแดนที่จิตวิญญาณเดินทางมาเพื่อชำระล้างและถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง
เมื่อหิมะสีขาวโพลนแห่งฤดูหนาวค่อย ๆ ละลายหลีกทางให้ผืนแผ่นดิน ภูเขากัสซันจะเผยโฉมหน้าที่แท้จริงในฐานะสวรรค์กลางเวหา พรมดอกไม้ป่าเทือกเขาสูงนับร้อยชนิดแข่งกันเบ่งบานบนทุ่งพรุมิดากาฮาระ ตัดกับยอดเขาที่ยังคงหลงเหลือธารน้ำแข็งบางจุด การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาจึงเป็นการก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างโลกมนุษย์กับสรวงสวรรค์ ผ่านสายหมอกบางเบาและเสียงกระดิ่งสำริดของเหล่านักบวชยามาบูชิ ที่ยังคงสืบทอดมรดกทางจิตวิญญาณท่ามกลางความเงียบสงบอันน่าทึ่ง
Dewa Sanzan: วัฏจักรแห่งชีวิต ความตาย และการเกิดใหม่
ในคติความเชื่อของชาวญี่ปุ่น สามภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งเดวะ (Dewa Sanzan) ประกอบด้วย ฮากุโรซัน (Haguro-san) ตัวแทนของ ‘ปัจจุบันและการเกิด’, กัสซัน (Gassan) ตัวแทนของ ‘อดีตและโลกหลังความตาย’ และยูโดโนซัน (Yudono-san) ตัวแทนของ ‘อนาคตและการกลับชาติมาเกิด’ การเดินทางแสวงบุญผ่านภูทั้งสามจึงเปรียบเสมือนการจำลองวัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอันสมบูรณ์แบบ
บนยอดเขากัสซัน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของศาลเจ้ากัสซันชินจะ (Gassan Shrine) ไม่มีอาคารศาลเจ้าขนาดใหญ่โตโอ่อ่า แต่กลับเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โล่งกว้างที่เปิดรับลมหนาวและวิวพาโนรามา 360 องศา นักเดินทางและผู้แสวงบุญต่างต้องเดินเท้าขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยความเคารพ เพื่อประกอบพิธีอธิษฐานและรับการปัดเป่าสิ่งอัปมงคลจากนักบวชชินโต บรรยากาศที่นี่อบอวลไปด้วยความเงียบงันอันศักดิ์สิทธิ์ ราวกับเวลาหยุดนิ่ง และเสียงลมที่พัดผ่านคือเสียงกระซิบจากบรรพกาล
Midagahara: พรมดอกไม้ลอยฟ้าและระบบนิเวศบนหลังคาโทโฮคุ
เมื่อเดินทางขึ้นมาถึงระดับความสูงของทุ่งพรุมิดากาฮาระ (Midagahara) ภูมิทัศน์จะแปรเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่บนที่ราบสูงภูเขาไฟ ซึ่งเต็มไปด้วยบึงน้ำใสสะอาดสะท้อนท้องฟ้า (Waku-ike) พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้เป็นบ้านของพืชพรรณเฉพาะถิ่นนับร้อยชนิด เช่น ดอกอีซึเซ็นโน (Isetsenno) สีแดงสด ดอกฮาคุซันโคซากุระ และดอกไม้สีม่วงพาสเทลที่ทยอยกันอวดโฉมแข่งกันในช่วงฤดูร้อน
ความมหัศจรรย์ของกัสซันยังอยู่ที่ความสามารถในการเก็บรักษาหิมะหนาแน่นในช่วงฤดูหนาว จนทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่เปิดให้เล่นสกีฤดูร้อน (Summer Skiing) ได้ในช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม เป็นภาพอันน่าทึ่งที่นักสกีสามารถโลดแล่นบนแผ่นหิมะขาวโพลนท่ามกลางแสงแดดและดอกไม้ป่าที่กำลังเบ่งบานสะพรั่ง
Shojin Ryori & Gassan Shizu Onsen: สุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนและรสชาติแห่งขุนเขา
การเดินทางลงจากยอดเขาจะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเมื่อได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอาหารและสายน้ำแร่ธรรมชาติอันเก่าแก่ ณ หมู่บ้านกัสซันชิซุออนเซ็น (Gassan Shizu Onsen) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ที่นี่เคยเป็นจุดพักแรมของเหล่าผู้แสวงบุชในอดีต ปัจจุบันได้รับการยกระดับเป็นแหล่งพักผ่อนที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ
มื้ออาหารในย่านนี้โดดเด่นด้วย ‘โชจินเรียวริ’ (Shojin Ryori) อาหารเจมังสวิรัติแบบดั้งเดิมของนักบวช ที่ปรุงแต่งด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาลจากป่าบนภูเขา เช่น หน่อไม้ป่า เห็ดหายาก และพืชสมุนไพรท้องถิ่น รสชาติที่เรียบง่ายแต่ประณีตสะท้อนถึงปรัชญาความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ก่อนจะปิดท้ายวันด้วยการแช่น้ำแร่ร้อนออนเซ็นธรรมชาติที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและความเหนื่อยล้าจากการเดินเขาได้อย่างล้ำลึก
