เจาะลึก ภูเขากัสซัน (Mount Gassan) ยอดเขาแห่งจันทราและโลกหลังความตาย มรดกศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางดอกไม้ลอยฟ้าแห่งยามากาตะ
ข้อมูลการเดินทางlocation_onภูเขากัสซัน (Mount Gassan)

เจาะลึก ภูเขากัสซัน (Mount Gassan) ยอดเขาแห่งจันทราและโลกหลังความตาย มรดกศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางดอกไม้ลอยฟ้าแห่งยามากาตะ

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

ท่ามกลางผืนป่าอันสลับซับซ้อนของจังหวัดยามากาตะ ภูเขากัสซัน (Mount Gassan) ความสูง 1,984 เมตร ตั้งตระหง่านราวกับมหาวิหารธรรมชาติที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อท้าทายกาลเวลา ที่นี่ไม่ใช่แค่เพียงจุดหมายปลายทางสำหรับการเดินป่าทั่วไป หากแต่เป็นศูนย์กลางความศรัทธาอันยาวนานกว่า 1,400 ปีของลัทธิชูเก็นโด (Shugendo) วิถีแห่งการบำเพ็ญตบะผสานความเชื่อชินโตและพุทธศาสนานิกายเทียนไท้ ในทางจิตวิญญาณแห่ง ‘เดวะ ซันซัง’ (Dewa Sanzan) หรือสามภูเขาศักดิ์สิทธิ์ กัสซันถูกยกให้เป็นตัวแทนของ ‘อดีตและโลกหลังความตาย’ เปรียบเสมือนดินแดนที่จิตวิญญาณเดินทางมาเพื่อชำระล้างและถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง

เมื่อหิมะสีขาวโพลนแห่งฤดูหนาวค่อย ๆ ละลายหลีกทางให้ผืนแผ่นดิน ภูเขากัสซันจะเผยโฉมหน้าที่แท้จริงในฐานะสวรรค์กลางเวหา พรมดอกไม้ป่าเทือกเขาสูงนับร้อยชนิดแข่งกันเบ่งบานบนทุ่งพรุมิดากาฮาระ ตัดกับยอดเขาที่ยังคงหลงเหลือธารน้ำแข็งบางจุด การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาจึงเป็นการก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างโลกมนุษย์กับสรวงสวรรค์ ผ่านสายหมอกบางเบาและเสียงกระดิ่งสำริดของเหล่านักบวชยามาบูชิ ที่ยังคงสืบทอดมรดกทางจิตวิญญาณท่ามกลางความเงียบสงบอันน่าทึ่ง

Dewa Sanzan: วัฏจักรแห่งชีวิต ความตาย และการเกิดใหม่

ในคติความเชื่อของชาวญี่ปุ่น สามภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งเดวะ (Dewa Sanzan) ประกอบด้วย ฮากุโรซัน (Haguro-san) ตัวแทนของ ‘ปัจจุบันและการเกิด’, กัสซัน (Gassan) ตัวแทนของ ‘อดีตและโลกหลังความตาย’ และยูโดโนซัน (Yudono-san) ตัวแทนของ ‘อนาคตและการกลับชาติมาเกิด’ การเดินทางแสวงบุญผ่านภูทั้งสามจึงเปรียบเสมือนการจำลองวัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอันสมบูรณ์แบบ

บนยอดเขากัสซัน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของศาลเจ้ากัสซันชินจะ (Gassan Shrine) ไม่มีอาคารศาลเจ้าขนาดใหญ่โตโอ่อ่า แต่กลับเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โล่งกว้างที่เปิดรับลมหนาวและวิวพาโนรามา 360 องศา นักเดินทางและผู้แสวงบุญต่างต้องเดินเท้าขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยความเคารพ เพื่อประกอบพิธีอธิษฐานและรับการปัดเป่าสิ่งอัปมงคลจากนักบวชชินโต บรรยากาศที่นี่อบอวลไปด้วยความเงียบงันอันศักดิ์สิทธิ์ ราวกับเวลาหยุดนิ่ง และเสียงลมที่พัดผ่านคือเสียงกระซิบจากบรรพกาล

Midagahara: พรมดอกไม้ลอยฟ้าและระบบนิเวศบนหลังคาโทโฮคุ

เมื่อเดินทางขึ้นมาถึงระดับความสูงของทุ่งพรุมิดากาฮาระ (Midagahara) ภูมิทัศน์จะแปรเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่บนที่ราบสูงภูเขาไฟ ซึ่งเต็มไปด้วยบึงน้ำใสสะอาดสะท้อนท้องฟ้า (Waku-ike) พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้เป็นบ้านของพืชพรรณเฉพาะถิ่นนับร้อยชนิด เช่น ดอกอีซึเซ็นโน (Isetsenno) สีแดงสด ดอกฮาคุซันโคซากุระ และดอกไม้สีม่วงพาสเทลที่ทยอยกันอวดโฉมแข่งกันในช่วงฤดูร้อน

ความมหัศจรรย์ของกัสซันยังอยู่ที่ความสามารถในการเก็บรักษาหิมะหนาแน่นในช่วงฤดูหนาว จนทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่เปิดให้เล่นสกีฤดูร้อน (Summer Skiing) ได้ในช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม เป็นภาพอันน่าทึ่งที่นักสกีสามารถโลดแล่นบนแผ่นหิมะขาวโพลนท่ามกลางแสงแดดและดอกไม้ป่าที่กำลังเบ่งบานสะพรั่ง

Shojin Ryori & Gassan Shizu Onsen: สุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนและรสชาติแห่งขุนเขา

การเดินทางลงจากยอดเขาจะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเมื่อได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอาหารและสายน้ำแร่ธรรมชาติอันเก่าแก่ ณ หมู่บ้านกัสซันชิซุออนเซ็น (Gassan Shizu Onsen) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ที่นี่เคยเป็นจุดพักแรมของเหล่าผู้แสวงบุชในอดีต ปัจจุบันได้รับการยกระดับเป็นแหล่งพักผ่อนที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ

มื้ออาหารในย่านนี้โดดเด่นด้วย ‘โชจินเรียวริ’ (Shojin Ryori) อาหารเจมังสวิรัติแบบดั้งเดิมของนักบวช ที่ปรุงแต่งด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาลจากป่าบนภูเขา เช่น หน่อไม้ป่า เห็ดหายาก และพืชสมุนไพรท้องถิ่น รสชาติที่เรียบง่ายแต่ประณีตสะท้อนถึงปรัชญาความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ก่อนจะปิดท้ายวันด้วยการแช่น้ำแร่ร้อนออนเซ็นธรรมชาติที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและความเหนื่อยล้าจากการเดินเขาได้อย่างล้ำลึก

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทางมายังภูเขาสักการะกัสซันต้องอาศัยการวางแผนตามฤดูกาลอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเส้นทางบนภูเขาส่วนใหญ่จะปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาวและเปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน (สำหรับการเล่นสกี) และช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคมสำหรับการเดินป่าและสักการะศาลเจ้า การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขามี 2 เส้นทางหลัก คือ เส้นทางผ่านสถานีลิฟต์อูบะซาว่า (Ubasawa Lift) ซึ่งช่วยร่นระยะเวลาเดินเท้าขึ้นสู่ทุ่งมิดากาฮาระได้อย่างสะดวก หรือเส้นทางฮาจิโกเมะ (Hachigome) สำหรับผู้ที่ต้องการเดินลัดเลาะชมธรรมชาติแบบเต็มรูปแบบ อุณหภูมิบนยอดเขาสามารถลดต่ำลงได้อย่างรวดเร็วแม้ในฤดูร้อน จึงควรเตรียมเสื้อกันลมกันน้ำและรองเท้าเดินป่าที่ยึดเกาะได้ดี นอกจากนี้ การเข้าสู่เขตศาลเจ้าบนยอดเขามีธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องชำระล้างร่างกายและจิตให้บริสุทธิ์ และงดการส่งเสียงดังเพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

ภูเขากัสซันเปิดให้ขึ้นชมและเดินป่าในช่วงเดือนไหนของปี?expand_more
ภูเขากัสซันจะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนเพื่อกิจกรรมสกีฤดูร้อน และเส้นทางเดินป่ารวมถึงศาลเจ้าบนยอดเขาจะเปิดอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงปลายเดือนตุลาคมของทุกปี ก่อนที่หิมะแรกจะปิดเส้นทางในฤดูหนาว
เส้นทางขึ้นภูเขากัสซันมีความยากระดับใด จำเป็นต้องมีทักษะปีนเขาสูงหรือไม่?expand_more
การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขากัสซันมีหลายระดับ หากใช้บริการลิฟต์ช่วงอูบะซาว่า (Ubasawa Lift) ขึ้นมาต่อที่ทุ่งมิดากาฮาระ เส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นทางเดินไม้และทางลาดชันปานกลาง ใช้เวลาเดินเท้าสู่ยอดเขาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงปานกลางโดยไม่ต้องมีทักษะปีนเขาลึกซึ้ง
ความแตกต่างระหว่างสามภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เดวะ ซันซัง คืออะไร?expand_more
เดวะ ซันซัง ประกอบด้วย ภูเขาฮากุโรซัน (ตัวแทนปัจจุบันและการเกิด), ภูเขากัสซัน (ตัวแทนอดีตและโลกหลังความตาย) และภูเขายูโดโนซัน (ตัวแทนอนาคตและการกลับชาติมาเกิด) การเดินทางครบทั้งสามภูเขาถือเป็นการแสวงบุญครั้งสำคัญเพื่อชำระล้างจิตวิญญาณตามความเชื่อดั้งเดิม