เมื่อสายลมบริสุทธิ์จากอ่าวโยโกฮาม่าพัดผ่านยอดสนบนเนินเขายามาเตะ กลิ่นอายของอดีตเมื่อครั้งญี่ปุ่นเปิดประตูต้อนรับโลกตะวันตกเมื่อกว่าศตวรรษก่อนก็หวนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง บนพื้นที่สูงชันที่เคยเป็นบ้านพักของเหล่าพ่อค้าและนักการทูตต่างชาติในยุคเมจิและโชวะ บัดนี้กลายเป็นย่านประวัติศาสตร์อันเงียบสงบที่สะท้อนสถาปัตยกรรมตะวันตกอันทรงคุณค่า โอบล้อมด้วยสวนดอกไม้สะพรั่งและทัศนียภาพอันงดงามของท่าเรือ
การก้าวเท้าขึ้นสู่เนินเขา ‘ยามาเตะ’ (Yamate Bluff) เปรียบเสมือนการพลิוףหน้าประวัติศาสตร์บทสำคัญที่หลอมรวมวัฒนธรรมญี่ปุ่นและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน บ้านเรือนสไตล์โคโลเนียลและวิคตอเรียที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างพิถีพิถัน เปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนให้เข้าไปสัมผัสความงามเหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นลวดลายแกะสลักไม้ภายในห้องโถง หน้าต่างกระจกสีที่ทอแสงระยิบระยับ หรือความรื่นรมย์ของการจิบชายามบ่ายท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิกที่ยังคงลมหายใจแห่งอดีตไว้ได้อย่างสมบูรณ์
เส้นทางมรดกสถาปัตยกรรม: เจาะลึก 7 คฤหาสน์บนเนินเขายามาเตะ
ย่านบ้านพักชาวต่างชาติยามาเตะ โยโกฮาม่า (Yamate Western-style Buildings) รวบรวมสถาปัตยกรรมตะวันตกหลากหลายรูปแบบที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคเปิดท่าเรือโยโกฮาม่าในปี ค.ศ. 1859 เริ่มต้นจาก Diplomat’s House ผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมสไตล์วิคตอเรียโดย J.M. Gardiner ซึ่งตั้งตระหง่านรับแสงอาทิตย์ภายในสวน Italian Garden Hill โดดเด่นด้วยห้องรับแขกอันโอ่อ่าและระเบียงโค้งที่มองเห็นวิวเมืองเบื้องล่าง ถัดไปไม่ไกลคือ Bluff No. 18 บ้านไม้สีเขียวพาสเทลที่ให้บรรยากาศอบอุ่นราวกับบ้านพักตากอากาศในยุโรป
เมื่อเดินลัดเลาะตามแนวเนินเขา จะพบกับ Berrick Hall คฤหาสน์สไตล์สแปนิชโคลเนียลหลังใหญ่ที่สุดในย่าน ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกัน J.H. Morgan ภายในสะท้อนความหรูหราผ่านห้องโถงเพดานสูงและเตาผิงอิฐมอญ รวมถึง British House และ Yamate 111 ที่ยังคงรักษาเครื่องเรือนและข้าวของเครื่องใช้โบราณไว้เสมือนกาลเวลากล่าวหยุดนิ่ง ทุกอาคารเปิดให้เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เปิดโอกาสให้ผู้หลงใหลในงานดีไซน์ได้พินิจพิเคราะห์งานฝีมือช่างไม้และการจัดวางพื้นที่ใช้สอยอันชาญฉลาดในอดีต
สุนทรียะแห่งการจิบชาและรสชาติแห่งกาลเวลา
ประสบการณ์ในยามาเตะจะไม่สมบูรณ์แบบหากขาดพิธีกรรมการจิบชายามบ่าย (Afternoon Tea) อันเลื่องชื่อ ย่านนี้เป็นแหล่งรวมร้านชาและคาเฟ่ประวัติศาสตร์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายคลาสสิก เช่น Enoki-tei ร้านน้ำชาในคฤหาสน์สไตล์อังกฤษดั้งเดิมที่เสิร์ฟสโคนโฮมเมดอุ่นๆ พร้อมแยมกุหลาบสูตรเฉพาะ และ Yamate Jubankan ร้านอาหารและคาเฟ่ท่ามกลางสวนสวยที่ตั้งอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะ Harbor View Park
การได้นั่งจิบชาร้อนกรุ่นจากถ้วยพอร์ซเลนลายคราม พร้อมลิ้มรสขนมหวานอบสดใหม่ท่ามกลางเสียงกระซิบของสายลมและเงาไม้ที่ทอดตัวลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา คือช่วงเวลาแห่งความสุขุมลุ่มลึกที่ช่วยชะลอจังหวะชีวิตให้ช้าลง เปิดประสาทสัมผัสรับรู้ความสุนทรีย์ที่ผสมผสานความประณีตแบบญี่ปุ่นเข้ากับวัฒนธรรมการดื่มชาอันดีงามของอังกฤษอย่างลงตัว
ฮาร์เบอร์วิวพาร์คและเส้นทางเชื่อมโยงสู่วัฒนธรรมร่วมสมัย
จุดเชื่อมต่อสำคัญของย่านนี้คือ Harbor View Park (Minato-no-Mieru Oka Koen) สวนสาธารณะริมหน้าผาที่มองเห็นทัศนียภาพอันกว้างไกลของอ่าวโยโกฮาม่าและสะพาน Bay Bridge ในยามที่เรือสำราญแล่นผ่านผืนน้ำสีคราม สวนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ English Rose Garden ซึ่งรวบรวมกุหลาบสายพันธุ์หายากกว่าหลายร้อยชนิด ผลิบานอวดกลิ่นหอมละมุนในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
เมื่อเดินเท้าลงจากเนินเขาผ่านย่านสุสานชาวต่างชาติ (Yokohama Foreign General Cemetery) ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันเงียบสงบ นักเดินทางจะพบกับถนนช้อปปิ้ง Motomachi Shopping Street ย่านการค้าเก่าแก่ที่ผสมผสานร้านบูติกแฟชั่นไฮเอนด์และร้านกาแฟร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีรสนิยม กลายเป็นการเชื่อมโยงระหว่างอดีตอันทรงเกียรติและปัจจุบันที่มีชีวิตชีวาของโยโกฮาม่า
