ท่ามกลางกระแสความซิวิไลซ์ของมหานครกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและเสียงเครื่องยนต์กระหึ่ม ณ หัวมุมถนนราชประสงค์ มีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งที่เวลาเสมือนเดินช้าลง กลิ่นควันธูปอบอวลผสานกับเสียงเพลงไทยจากคณะละครรำขับกล่อมผู้คนที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก ‘ศาลท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ’ มิได้เป็นเพียงแลนด์มาร์กทางจิตวิญญาณสำหรับสายมูระดับสากล หากแต่เป็นหมุดหมายทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ที่ซึ่งความศรัทธาอันบริสุทธิ์ได้หลอมรวมเข้ากับสถาปัตยกรรมไทยอันวิจิตรบรรจง ก่อเกิดเป็นพลังงานขับเคลื่อนใจกลางเมืองที่สะท้อนมรดกความเชื่ออันลึกซึ้งของสังคมไทยร่วมสมัย
ประวัติศาสตร์และตำนานแห่งการก่อกำเนิด ณ สี่แยกราชประสงค์
เรื่องราวของศาลท้าวมหาพรหม เอราวัณ เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 2490 เมื่อรัฐบาลในขณะนั้นมีดำริสร้างโรงแรมระดับหรูนามว่า ‘เอราวัณ’ เพื่อรองรับแขกบ้านแขกเมือง ทว่าระหว่างการก่อสร้างกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคและอุบัติเหตุเภทภัยนานัปการ จนกระทั่ง พลเรือตรี หลวงวิจิตรวาทการ เสนอให้มีการบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสถานที่ โดยเชิญท่านศิวะและพระพรหมมาประดิษฐาน โดยมี อาจารย์ระวี ภาวิไล และท่านอื่นๆ ร่วมออกแบบพิธีกรรม และมอบหมายให้กรมศิลปากรโดย พระยาอนุ마नราชธน (ยง เสถียรโกเศศ) เป็นผู้ดำเนินการสร้างองค์ท้าวมหาพรหมสัมฤทธิ์ ออกแบบและปั้นโดย นายจิตร ศรบัว องค์ท่านประดิษฐานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 นับแต่นั้นมา อุปสรรคทั้งปวงก็มลายหายไป และโรงแรมรวมถึงย่านราชประสงค์ก็เติบโตกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและจิตวิญญาณของประเทศ
ถอดรหัสความหมายและการขอพรทั้ง 4 พักตร์ฉบับวงใน
การสักการะท้าวมหาพรหมให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ตามความเชื่อโบราณ จำเป็นต้องเข้าใจคาถาและทิศทางในการเดินกราบไหว้ โดยให้เริ่มต้นจากพักตร์แรกที่หันออกสู่ถนนราชดำริ (หรือด้านหน้าหลัก) แล้วเดินวนตามเข็มนาฬิกา พักตร์ที่ 1 (ด้านหน้า): ขอพรเรื่องการงาน ธุรกิจ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อำนาจวาสนา และการสอบแข่งขัน พักตร์ที่ 2 (ด้านขวา): ขอพรเรื่องเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน บ้าน อาคาร ยานพาหนะ และการซื้อขายทรัพย์สินชิ้นใหญ่ พักตร์ที่ 3 (ด้านหลัง): ขอพรเรื่องสุขภาพ ครอบครัว ความรัก คู่ครอง ความร่มเย็นเป็นสุข และการขออโหสิกรรม พักตร์ที่ 4 (ด้านซ้าย): ขอพรเรื่องโชคลาภ เงินทอง การเสี่ยงโชค การทำธุรกิจการค้า และการขอความช่วยเหลือยามวิกฤต การตั้งจิตอธิษฐานต้องทำด้วยความตั้งมั่นและมีสมาธิแน่วแน่
สุนทรียศาสตร์แห่งการบูชา: ของไหว้และการแก้บนด้วยละครรำ
ความประณีตในการเตรียมเครื่องสักการะเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการมาเยือนศาลท้าวมหาพรหม ชุดบูชามาตรฐานประกอบด้วยธูป 16 ดอก (สำหรับบูชา 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน และบาดาล) เทียน 1 เล่ม พวงมาลัยดอกมะลิหรือดอกดาวเรืองสด 4 พวง และน้ำเปล่า 1 ขวด วางบูชาในแต่ละพักตร์ ทั้งนี้ หลีกเลี่ยงการถวายเนื้อสัตว์ทุกชนิดเนื่องจากพระพรหมทรงถือศีลบริสุทธิ์ ส่วนในยามที่คำอธิษฐานสัมฤทธิ์ผล การแก้บนนิยมใช้บริการคณะละครรำที่จัดเตรียมไว้ ณ บริเวณศาล ซึ่งถือเป็นการสืบสานนาฏศิลป์ไทยไปในตัว โดยผู้แก้บนจะนั่งคุกเข่าต่อหน้าองค์ท้าวมหาพรหมขณะที่คณะนางรำร่ายรำด้วยท่าทางที่อ่อนช้อยงดงามตามจังหวะดนตรีไทยอันขรึมขลังและศักดิ์สิทธิ์
