เมื่อความมืดโรยตัวลงบนใจกลางเมืองเชียงราย ท่ามกลางความจอแจของท้องถนนที่เริ่มสงบลง มีจุดนัดพบแห่งหนึ่งที่ราวกับถูกหยุดเวลาไว้ด้วยมนต์ตรา เบื้องหน้าคือประติมากรรมสีทองอร่ามระยับตาที่ตั้งตระหง่านท้าทายกาลเวลา หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ เชียงราย ไม่ได้เป็นเพียงแค่หมุดหมายบอกเวลาหรือแลนด์มาร์คสำหรับบันทึกภาพทั่วไป หากแต่ที่นี่คือ ‘งานศิลปะมีชีวิต’ ชิ้นเอกที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณ ความศรัทธา และเอกลักษณ์อันลือลั่นของศิลปินแห่งชาติผู้สร้างวัดร่องขุ่นอย่าง อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
ทุกรายละเอียดลวดลายปูนปั้นไทยอันวิจิตรบรรจงที่ถูกอาบไล้ด้วยแสงไฟสีทองและเหลืองอร่าม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรังสรรค์พุทธศิลป์ร่วมสมัยให้ก้าว 4 ล้ำไปสู่อมตะนิรันดร์กาล การเดินทางมาเยือนหอนาฬิกาแห่งนี้ในยามค่ำคืน จึงไม่ใช่เพียงการมาเช็คอินตามกระแส หากแต่เป็นการเปิดประสาทสัมผัสเพื่อดื่มด่ำกับสุนทรียศาสตร์แห่งแสง สี และเสียงดนตรี ที่ร้อยเรียงเรื่องราวของเมืองเชียงรายเอาไว้อย่างน่าประทับใจที่สุด
จากความตั้งใจสู่อมตะศิลป์: เบื้องหลังสถาปัตยกรรมสีทองแห่งเชียงราย
หากพิจารณาด้วยตาเปล่า หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ เชียงราย อาจดูคล้ายกับหอนาฬิกาทั่วไปในเชิงกายภาพ ทว่าหากสังเกตให้ลึกลงไปในรายละเอียด ทุกตารางนิ้วของโครงสร้างกลับเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทยที่ถูกตีความใหม่ผ่านมุมมองของศิลปินระดับปรมาจารย์ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ได้ทุ่มเทออกแบบหอนาฬิกาหลังนี้ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยสะท้อนผ่านความวิจิตรตระการตาของลายไทย ปูนปั้นสีทองระยิบระยับที่อ่อนช้อยแต่ทรงพลัง ลวดลายกนกอันพลิ้วไหวราวกับมีชีวิต และองค์ประกอบที่จำลองความงามของสรวงสวรรค์มาประดิษฐานไว้ใจกลางเมืองหลวงเก่าแห่งอาณาจักรล้านนา ความโดดเด่นนี้ทำให้หอนาฬิกากลายเป็นประติมากรรมกลางแจ้งที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ศิลปะร่วมสมัยอย่างแท้จริง
ซิมโฟนีแห่งแสงและสี: ช่วงเวลาทองของการแสดง Light & Sound
เมื่อเข็มนาฬิกาดำเนินมาถึงรอบเวลาค่ำคืน เวลา 19.00 น., 20.00 น. และ 21.00 น. บรรยากาศรอบบริเวณหอนาฬิกาจะเปลี่ยนผ่านสู่ความมหัศจรรย์ ท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงอันไพเราะและบทเพลง ‘เชียงรายรำลึก’ ที่ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ดวงไฟนับร้อยดวงที่ประดับอยู่ตามซอกมุมของหอนาฬิกาจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเฉดสีอย่างนุ่มนวล จากสีทองอบอุ่นกลายเป็นสีสันสดใสหลากเฉด ทั้งสีเขียว สีฟ้า สีแดง และสีม่วง สลับสับเปลี่ยนไปตามจังหวะท่วงทำนองดนตรี ราวกับตัวหอนาฬิกากำลังเริงระบำและบอกเล่าเรื่องราวของความสุข ความร่มเย็น และความเจริญรุ่งเรืองของเมืองเชียงรายให้ผู้มาเยือนได้ประจักษ์แก่สายตา เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 5-10 นาที ที่สะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่งอยู่กับความงดงามเบื้องหน้า
วิถีชีวิตรอบวงเวียน: สัมผัสชีพจรเมืองเก่าเชียงรายยามค่ำคืน
การมาเยือนหอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ เชียงราย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การยืนชมความงามของตัวสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่พื้นที่บริเวณรอบวงเวียนหอนาฬิกา ซึ่งตั้งอยู่บนถนนบรรพอาณาและถนนธนาكت (บริเวณห้าแยกพ่อขุนเม็งรายใกล้เคียงและย่านใจกลางเมือง) ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินสำรวจวิถีชีวิตยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ถนนหนทางรอบด้านรายล้อมไปด้วยร้านอาหารพื้นถิ่น คาเฟ่สุดชิค และแผงลอยสตรีทฟู้ดเลื่องชื่อที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น การได้เดินทอดน่องรับลมหนาวอ่อนๆ พร้อมกับจิบเครื่องดื่มอุ่นๆ เคล้าคลอไปกับวิวทิวทัศน์ของหอนาฬิกาสีทอง คือความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสนิยมของการเดินทางมาเยือนดินแดนเหนือสุดแห่งสยาม
