เมื่อสายหมอกบางเบาจางหายและแสงแรกของวันเริ่มอาบไล้ผืนน้ำ ทัศนียภาพของเมืองชายทะเลชื่อดังอย่างพัทยาจะปรากฏสู่สายตาในอีกมิติหนึ่งที่แตกต่างออกไปจากภาพจำเดิมๆ บนยอดเขาอันเงียบสงบที่คั่นระหว่างหาดพัทยาใต้และหาดจอมเทียน ‘จุดชมวิวเขาพระตำหนัก’ ทำหน้าที่เป็นดั่งระเบียงชมธรรมชาติลอยฟ้าที่เปิดมุมมองโค้งอ่าวรูปจันทร์เสี้ยวรับประกายระยิบระยับของท้องทะเลอ่าวไทยได้อย่างเต็มตา ที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดแวะพักสำหรับบันทึกภาพถ่ายทั่วไป หากแต่เป็นจุดบรรจบระหว่างความเจริญทางสถาปัตยกรรมสมัยใหม่กับความเงียบสงบทางจิตวิญญาณที่รอให้ผู้รักความประณีตในการเดินทางได้มาสัมผัสด้วยตนเอง
การก้าวขึ้นสู่ความสูงราว 98 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นำพาเราหลีกเร้นจากความวุ่นวายเบื้องล่าง สู่บรรยากาศที่อบอวลด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และลมทะเลบริสุทธิ์ ณ จุดชมวิวเขาพระตำหนัก (หรือที่รู้จักกันในนามจุดชมวิวเขาส.ทร. 5) มอบประสบการณ์การมองเห็นเส้นขอบฟ้าที่ยาวไกลสุดสายตา โดยมีเรือประมงลำเล็กและเรือเฟอร์รี่แต้มแต่งผืนน้ำให้มีชีวิตชีวา นี่คือบทบันทึกการเดินทางบทใหม่ที่จะพาคุณไปรู้จักพัทยาในมุมมองที่ลึกซึ้งและสง่างามยิ่งกว่าที่เคย
ร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์และคุณค่าทางจิตใจบนยอดเขา
เบื้องหลังความงามของทัศนียภาพอันกว้างไกล เขาพระตำหนักยังเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของชาวไทยอย่างลึกซึ้ง ภายในพื้นที่บริเวณจุดชมวิวเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุกองทัพเรือ และเป็นประดิษฐานของอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย การออกแบบภูมิทัศน์โดยรอบถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต มีกลิ่นอายและสัญลักษณ์ทางนาวี เช่น การจัดสวนในรูปแบบหัวเรือรบที่หันออกสู่ทะเล สะท้อนถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันทหารเรือกับผืนน้ำแห่งนี้
ไม่ไกลจากลานอนุสาวรีย์ คือที่ตั้งของ ‘วัดเขาพระบาท’ ศาสนสถานเก่าแก่ที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยความสงบเงียบ เสียงระฆังและกลิ่นธูปเทียนช่วยขัดเกลาจิตใจให้ผ่อนคลายจากการเดินทาง การได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขานี้จึงเปรียบเสมือนการเติมเต็มทั้งความงดงามทางตาและความอิ่มเอมทางใจในคราวเดียวกัน
ช่วงเวลาทอง (Golden Hour) และมนต์เสน่ห์แห่งแสงเหนืออ่าวพัทยา
สำหรับผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพและการดื่มด่ำกับบรรยากาศอันโรแมนติก ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเยือนจุดชมวิวแห่งนี้คือช่วงปลายบ่ายต่อเนื่องถึงพลบค่ำ (ประมาณ 17:30 - 18:30 น.) เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนตัวต่ำลง ท้องฟ้าเหนือน่านน้ำอ่าวพัทยาจะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากเฉดสีส้มอบอุ่นกลายเป็นสีชมพูอมม่วง สะท้อนลงบนผิวน้ำเรียบสงบราวกับภาพวาดสีน้ำมัน
เมื่อยามราตรีมาเยือน อาคารสูงระฟ้าและแนวชายหาดเบื้องล่างจะเริ่มเปิดไฟส่องสว่าง สร้างเส้น องค์ประกอบของแสงสีที่ทอดยาวไปตามแนวโค้งอ่าวอย่างงดงาม การยืนมองความเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศจากมุมสูง ณ จุดชมวิวเขาพระตำหนัก จะทำให้ตระหนักถึงความมีชีวิตชีวาของเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ในอีกรูปแบบหนึ่งที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งและน่าค้นหา
แกะรอยมุมลับและเทคนิคการบันทึกภาพถ่ายระดับมาสเตอร์พีช
แม้ระเบียงชมวิวหลักจะเป็นจุดยอดนิยมในการเก็บภาพสัญลักษณ์ ‘PATTAYA CITY’ และวิวโค้งอ่าว แต่นักเดินทางสายถ่ายภาพมักจะค้นหามุมมองใหม่ๆ ที่ซ่อนอยู่บริเวณรอบข้าง เช่น ลานกราบสักการะและระเบียงมุมฉากด้านข้างตัวอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ ซึ่งเปิดมุมมองซ้อนทับระหว่างแนวต้นไม้เขียวขจีกับตึกระฟ้าของเมืองพัทยาในมิติที่แคบลงแต่ทรงพลังยิ่งขึ้น
การใช้เลนส์เทเลโฟโต้ (Telephoto Lens) ช่วง 70-200 มม. จะช่วยดึงภาพเรือประมงที่จอดลอยลำอยู่กลางอ่าวให้เข้ามาใกล้ชิดกับฉากหลังที่เป็นตึกสูงได้อย่างลงตัว ช่วยสร้างมิติความซ้อนทับของเลเยอร์เมืองและธรรมชาติได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนในช่วงเวลาโพล้เพล้ การใช้ขาตั้งกล้องเพื่อเปิดรับแสงนาน (Long Exposure) จะช่วยเน้นความนุ่มนวลของผิวน้ำทะเลตัดกับเส้นแสงไฟจากตัวเมืองได้อย่างคมชัดและไร้ที่ติ
