เยือนหัวใจล้านนาตะวันออก: เจาะลึกประวัติศาสตร์และความงามที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน
ข้อมูลการเดินทางlocation_onพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน (Nan National Museum)

เยือนหัวใจล้านนาตะวันออก: เจาะลึกประวัติศาสตร์และความงามที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อสายลมหนาวพัดผ่านหุบเขาโอบล้อมของเมืองน่าน กาลเวลาดูคล้ายจะเดินช้าลงเพื่อเปิดทางให้เราได้พินิจพิเคราะห์ร่องรอยแห่งอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองในอดีต ณ หัวใจของเมืองเก่า บนถนนผากองอันเงียบสงบ อาคารไม้สักและสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกผสมผสานศิลปะท้องถิ่นอันสง่างาม ยืนหยัดทำหน้าที่เป็นบันทึกหน้าสำคัญของดินแดนล้านนาตะวันออก ที่นี่คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน หรือในอดีตคือ ‘หอคำ’ คุ้มหลวงที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย

การก้าวเท้าผ่านซุ้มพรรณไม้ร่มครึ้มเข้าสู่เขตพิพิธภัณฑ์ เปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่อีกมิติหนึ่ง มิติที่เต็มไปด้วยความประณีตบรรจงของงานศิลปวัฒนธรรมชั้นสูง และเรื่องราวการปกครองอันเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ของบรรพบุรุษชาวน่าน บทความชิ้นนี้จะพาท่านเดินทางย้อนเวลากลับไปสำรวจเบื้องหลังความงามทางสถาปัตยกรรม พร้อมไขปริศนาแห่งโบราณวัตถุล้ำค่าที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์อันทรงเกียรติของเมืองล้านนาตะวันออกแห่งนี้อย่างลึกซึ้ง

จากคุ้มหลวงสู่หอคำ: สถาปัตยกรรมแห่งเกียรติยศและประวัติศาสตร์การเปลี่ยนผ่าน

ตัวอาคารหลักของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ในปัจจุบัน สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2446 ในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 63 โดยทรงสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นหอคำหรือคุ้มหลวงแทนเรือนไม้หลังเดิม โครงสร้างของอาคารมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในเชิงสถาปัตยกรรม เนื่องจากเป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกในยุคอาณานิคมเข้ากับศิลปะเรือนไทยพื้นถิ่นได้อย่างกลมกลืน ตัวอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้นแต่มีโครงสร้างไม้สักทองขนาดใหญ่รองรับอย่างมั่นคง สะท้อนถึงการเปิดรับอิทธิพลอารยธรรมภายนอกพร้อมๆ กับการรักษาภูมิปัญญาช่างท้องถิ่นไว้อย่างเหนียวแน่น ภายหลังเมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้ายถึงแก่พิราลัย เจ้านายบุตรหลานได้มอบอาคารหอคำแห่งนี้ให้แก่รัฐบาลเพื่อใช้เป็นศาลากลางจังหวัดในเวลาต่อมา ก่อนที่กรมศิลปากรจะดำเนินการปรับปรุงและประกาศจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ในปีพุทธศักราช 2528 เพื่อเก็บรักษาและจัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของท้องถิ่นให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา

ปริศนาและตำนานแห่ง ‘งาช้างดำ’: สัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์คู่แผ่นดินน่าน

หากกล่าวถึงโบราณวัตถุที่เป็นดั่งจิตวิญญาณของชาวน่าน ย่อมหนีไม่พ้น ‘งาช้างดำ’ โบราณวัตถุล้ำค่าที่จัดแสดงอยู่ ณ โถงกลางของพิพิธภัณฑ์ งาช้างกิ่งนี้มีความยาว 97 เซนติเมตร มีเส้นรอบวงส่วนที่กว้างที่สุด 47 เซนติเมตร และมีน้ำหนักราว 18 kilograms ลักษณะเด่นคือเป็นงาปลีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ซึ่งจากการศึกษาทางวิชาการระบุว่าเป็นงาข้างซ้ายที่ถูกถอดออกจากช้างที่มีอายุราว 60 ปี ที่บริเวณปลายงายังปรากฏรอยจารึกด้วยอักษรธรรมล้านนา ระบุข้อความน้ำหนักโบราณไว้อย่างชัดเจน

ประวัติความเป็นมาของงาช้างดำกิ่งนี้ยังคงเคล้าคลอไปด้วยตำนานเล่าขาน สืบเนื่องตั้งแต่สมัยพญาการเมืองแห่งราชวงศ์ภูคา หรือเรื่องเล่าในยุคเจ้าผู้ครองนครที่ได้รับมอบมาจากเจ้าเมืองเชียงตุงเพื่อผูกand มิตรไมตรีต่อกัน บรรพบุรุษชาวน่านเชื่อกันว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่มีการทำพิธีสาปแช่งไว้ให้เป็นสมบัติของแผ่นดินและต้องเก็บรักษาไว้ ณ หอคำเท่านั้น ห้ามผู้ใดนำไปเป็นสมบัติส่วนตัวเด็ดขาด การได้มายืนเบื้องหน้าตู้จัดแสดงงาช้างดำ จึงไม่ใช่เพียงการชมโบราณวัตถุหายาก หากแต่เป็นการสัมผัสพลังศรัทธาอันยาวนานหลายศตวรรษที่หล่อหลอมรวมกันเป็นอัตลักษณ์ของคนน่าน

มรดกวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก: การเดินทางผ่านห้องจัดแสดงชั้นบนและชั้นล่าง

การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ได้รับการออกแบบอย่างประณีต แบ่งออกเป็นสองชั้นด้วยแนวคิดที่ครอบคลุมทั้งมิติทางมานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์โบราณคดี เมื่อก้าวลงสู่ชั้นล่าง ผู้อำนวยสายตาจะพบกับการจัดแสดงเรื่องราวชาติพันธุ์วิทยาของกลุ่มชนพื้นเมืองและชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนจังหวัดน่าน เช่น ชาวไทยเหนือ, ไทยลื้อ, ถิ่น, ขมุ, มารี, ม้ง และเมี่ยน ผ่านเครื่องแต่งกายพื้นเมือง ผ้าทอมือลวดลายวิจิตรบรรจง เครื่องมือทำมาหากิน และข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

ขยับขึ้นสู่ชั้นบน พื้นที่บริเวณโถงท้องพระโรงเดิมและห้องปีกเหนือ-ใต้ เป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุล้ำค่าสมัยล้านนา ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปไม้แกะสลักปางต่างๆ ที่มีพุทธศิลป์ท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ (รวมถึงพระพุทธรูปพื้นเมืองหูยานและพระพุทธรูปศิลปะล้านนาสกุลช่างน่านที่หาชมได้ยาก) เครื่องราชอิสริยยศ ศาสตราวุธโบราณ เครื่องถ้วยชาม ตลอดจนศิลาจารึกประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเมืองน่านกับอาณาจักรสุโขทัยและหัวเมืองใกล้เคียงในอดีต

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ตั้งอยู่บนถนนผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน ตรงข้ามกับวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร และอยู่ใกล้กับวัดภูมินทร์ เปิดให้บริการทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ (ปิดให้บริการทุกวันจันทร์และวันอังคาร) ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 16.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับชาวไทยเพียง 20 บาท และชาวต่างชาติ 100 บาท (ยกเว้นค่าเข้าชมสำหรับนักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ ภิกษุ สามเณร และนักบวช) การเดินทางเข้าชมแนะนำให้แต่งกายด้วยชุดสุภาพเรียบร้อยเพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และโบราณวัตถุอันทรงคุณค่า และเนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่า การเดินเท้าหรือปั่นจักรยานเที่ยวชมรอบบริเวณเมืองน่านร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงจึงเป็นวิธีเดินทางที่รื่นรมย์และเข้าถึงบรรยากาศท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้งที่สุด
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เปิดให้บริการวันไหนและกี่โมง?expand_more
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เปิดให้บริการวันพุธถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 16.00 น. และปิดทำการทุกวันจันทร์และวันอังคาร
งาช้างดำที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มีความสำคัญอย่างไร?expand_more
งาช้างดำเป็นโบราณวัตถุคู่บ้านคู่เมืองน่านที่มีลักษณะเป็นงาปลีสีน้ำตาลเข้ม ยาว 97 เซนติเมตร มีน้ำหนักราว 18 กิโลกรัม พร้อมร่องรอยจารึกอักษรธรรมล้านนาโบราณ ตามตำนานเล่าว่าเป็นเครื่องราชบรรณาการหรือเครื่องหมายไมตรีจากเจ้าเมืองเชียงตุง และถือเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ประจำคุ้มหลวงที่อยู่คู่เมืองน่านมาหลายชั่วอายุคน
ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน มีการจัดแสดงแบ่งเป็นกี่โซนหลัก?expand_more
การจัดแสดงแบ่งออกเป็น 2 ชั้นหลัก ได้แก่ ชั้นล่างจัดแสดงเรื่องราวชาติพันธุ์วิทยา วิถีชีวิต และงานหัตถกรรมผ้าทอของกลุ่มชนพื้นเมืองต่างๆ ในจังหวัดน่าน ส่วนชั้นบนจัดแสดงประวัติศาสตร์เมืองน่าน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ พระพุทธรูปโบราณสกุลช่างล้านนา และเครื่องราชอิสริยยศ