ถอดรหัสกฎหมายบินโดรนและถ่ายภาพในไทย: บินอย่างไรไม่ละเมิดสิทธิ ไม่โดนยึดอุปกรณ์ และไม่ผิดกฎหมายอุทยานฯ
ข้อมูลการเดินทาง

ถอดรหัสกฎหมายบินโดรนและถ่ายภาพในไทย: บินอย่างไรไม่ละเมิดสิทธิ ไม่โดนยึดอุปกรณ์ และไม่ผิดกฎหมายอุทยานฯ

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อเลนส์กล้องไร้คนขับทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสีคราม เบื้องล่างคือผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ แนวชายหาดทอดยาว และยอดเขาที่ปกคลุมด้วยสายหมอก ภาพมุมสูงเหล่านี้คือความฝันของนักเดินทางยุคใหม่ ทว่าเบื้องหลังความงดงามของภาพถ่ายทางอากาศในประเทศไทยกลับเต็มไปด้วยตาข่ายระเบียบข้อบังคับที่ซับซ้อน การกดชัตเตอร์จากฟากฟ้าในปัจจุบันไม่ใช่เพียงเรื่องของศิลปะการจัดวางองค์ประกอบ หากแต่ต้องเดินอย่างระมัดระวังบนเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างอิสระแห่งการสร้างสรรค์และความรับผิดชอบทางกฎหมาย

การพาอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนทะยานขึ้นสู่ห้วงอากาศไทย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการเก็บความทรงจำส่วนตัวหรือการผลิตคอนเทนต์ระดับพรีเมียม ล้วนต้องเผชิญกับชุดกฎหมายที่บูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐหลายภาคส่วน ตั้งแต่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ไปจนถึงสำนักงาน กสทช. การทำความเข้าใจข้อกำหนดเหล่านี้อย่างลึกซึ้งจึงเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ช่วยปลดล็อกความกังวล และเปลี่ยนทุกทริปการเดินทางให้เป็นการสำรวจโลกกว้างด้วยความสง่างามและถูกต้องตามครรลองคลองธรรม

สถาปัตยกรรมทางกฎหมาย: สองหน่วยงานหลักที่นักบินโดรนต้องรู้

การถือครองและบังคับใช้โดรนในราชอาณาจักรไทยถูกกำกับดูแลภายใต้เสาหลักทางกฎหมายที่แยกขาดจากกันอย่างชัดเจนแต่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป นั่นคือ สำนักงาน กสทช. ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแลในส่วนของเครื่องวิทยุคมนาคม และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ผู้กำกับดูแลการเดินอากาศ การจดทะเบียนตัวเครื่องผ่านระบบออนไลน์และการขอใบอนุญาตผู้บังคับอากาศยาน (UAS Pilot License) ผ่านระบบ UAS Portal จึงเป็นประตูบานแรกที่ทุกคนต้องก้าวผ่าน

นอกเหนือจากเอกสารทางราชการแล้ว กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุที่คุ้มครองความเสียหายต่อบุคคลภายนอก (วงเงินเริ่มต้นไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทสำหรับโดรนทั่วไป) ยังเป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นขณะปฏิบัติการบิน เอกสารชิ้นนี้คือนิรภัยชิ้นแรกที่จะปกป้องผู้บังคับจากการเผชิญภาระทางคดีความอันหนักหน่วง การเตรียมความพร้อมด้านเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้นทาง จึงสะท้อนถึงจริยธรรมและความเป็นมืออาชีพของนักบินผู้รักการผจญภัยอย่างแท้จริง

เขตแดนต้องห้ามและกับดักทางภูมิศาสตร์ (No-Fly Zone)

เสน่ห์ของธรรมชาติไทยมักซ่อนตัวอยู่ในอุทยานแห่งชาติ ผืนป่าลึก และหมู่เกาะอันเงียบสงบ ทว่าสถานที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกจัดให้อยู่ในเขตหวงห้ามหรือพื้นที่อ่อนไหวทางระบบนิเวศและความมั่นคง การนำโดรนขึ้นบินภายในเขตอุทยานแห่งชาติโดยพลการ ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นตระหนกแก่สัตว์ป่าและทำลายบรรยากาศอันสงบเงียบของผู้ร่วมเดินทางท่านอื่น แต่ยังมีความผิดตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรง

นอกจากนี้ รัศมี 9 กิโลเมตรตรอบสนามบินพาณิชย์ทุกแห่ง พื้นที่ราชการสำคัญ เขตพระราชฐาน รวมถึงพื้นที่แนวชายแดนและเขตปฏิบัติการความมั่นคง ล้วนถูกกำหนดให้เป็นเขตห้ามบิน (No-Fly Zone) เด็ดขาด การฝ่าฝืนบินในพื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับระบบต่อต้านโดรน (Anti-Drone System) ซึ่งอาจส่งสัญญาณรบกวนจนทำให้สูญเสียการควบคุม ตกกระแทก หรือถูกยึดอุปกรณ์ดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศทันที

มุมมองเชิงจริยธรรม: เลนส์จากฟากฟ้ากับขอบ1เขตของ PDPA

เมื่อเทคโนโลยีเปิดมุมมองใหม่ให้เรามองเห็นโลกในมุมสูง ประเด็นเรื่องจริยธรรมในการบันทึกภาพจึงทวีความสำคัญขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของไทย ได้วางกรอบการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของปัจเจกบุคคลไว้อย่างเคร่งครัด แม้การบินโดรนจะกระทำในพื้นที่สาธารณะ แต่หากมุมกล้องบันทึกภาพใบหน้าผู้คน บ้านพักอาศัย หรือพื้นที่ส่วนบุคคลในระยะประชิด จนทำให้เจ้าของพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย ย่อมมีความผิดทางแพ่งและอาญาได้ทันที

นักบินโดรนผู้ทรงเกียรติจึงต้องยึดมั่นในหลักการ ‘การมองเห็นที่ไม่คุกคาม’ หลีกเลี่ยงการบินลดต่ำเหนือบ้านเรือนผู้คน ชุมชนแออัด หรือพื้นที่จัดงานส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การรักษาภาพลักษณ์ของช่างภาพสายโดรนให้เป็นผู้สร้างสรรค์ศิลปะภาพถ่ายที่เคารพสิทธิผู้อื่น คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะทำให้วงการนี้เติบโตอย่างยั่งยืนในสังคมไทย

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

ก่อนเดินทางพกโดรนคู่ใจท่องเที่ยวในไทย ควรปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติดังนี้: 1) ดำเนินการขึ้นทะเบียน กสทช. และ CAAT (ผ่านระบบ UAS Portal) ให้เสร็จสิ้นล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ 2) พกสำเนาใบอนุญาต เอกสารประกันภัย และบัตรประจำตัวประชาชนติดตัวไว้ตลอดเวลาขณะปฏิบัติการบิน 3) ตรวจสอบสภาพอากาศและกฎประกาศเขตห้ามบินล่าสุดในโซนจังหวัดที่จะเดินทางไป 4) ควบคุมโดรนให้อยู่ในระยะสายตา (VLOS) เสมอ ระดับความสูงไม่เกิน 90 เมตรจากพื้นดิน และรักษาระยะห่างจากบุคคลหรือสิ่งปลูกสร้างไม่น้อยกว่า 30 เมตร เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

โดรนน้ำหนักเบาว่า 249 กรัม ต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่?expand_more
แม้โดรนที่มีน้ำหนักไม่ถึง 250 กรัมจะได้รับการผ่อนผันในบางข้อกำหนด แต่หากตัวโดรนมีการติดตั้งกล้องบันทึกภาพ ผู้ใช้งานยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และข้อจำกัดด้านพื้นที่ห้ามบิน (No-Fly Zone) ของทางราชการอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกับโดรนขนาดใหญ่
หากต้องการบินโดรนในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องดำเนินการอย่างไร?expand_more
การบินโดรนในเขตอุทยานแห่งชาติถือเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ต้องทำเรื่องขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากหัวหน้าอุทยานแห่ง็ชาตินั้นๆ ล่วงหน้า พร้อมระบุเหตุผลความจำเป็น เช่น เพื่อการศึกษาธรรมชาติหรือการถ่ายทำสารคดีที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ ห้ามนำขึ้นบินเองโดยพลการเด็ดขาด
บทลงโทษหากไม่ขึ้นทะเบียนโดรนมีความรุนแรงแค่ไหน?expand_more
การบังคับหรือปล่อยโดรนโดยไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับ CAAT และ กสทช. ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศและพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม มีอัตราโทษปรับสูงสุดถึง 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของการกระทำความผิด