เมื่อกาลเวลาไหลเอื่อยผ่านหุบเขาอันสลับซับซ้อนของภูฏานตะวันออก เสียงกระตุกกี่ทอผ้าจากบ้านเรือนไม้ในหุบเขาอันห่างไกลยังคงก้องกังวานดั่งบทเพลงโบราณ ลฮุนเซ (Lhuentse) คืออัญมณีล้ำค่าที่ซ่อนเร้นและรอดพ้นจากการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกสมัยใหม่ ดินแดนแห่งนี้มิได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของการเดินทางทั่วไป หากแต่เปรียบเสมือนรากเหง้าทางจิตวิญญาณและสายธารประวัติศาสตร์อันทรงเกียรติ ซึ่งผูกพันร้อยเรียงเข้ากับจุดเริ่มต้นของราชวงศ์วังชุก ผู้ปกครองราชอาณาจักรแห่งความสุขมวลรวมประชาชาติ
การเดินทางสู่อ้อมกอดของลฮุนเซพาผู้มาเยือนลัดเลาะผ่านผืนป่าดิบชื้น หน้าผาสูงชัน และสายธารใสบริสุทธิ์ของแม่น้ำ Kuri Chhu บรรยากาศรอบด้านอบอวลไปด้วยความเงียบสงบที่หาไม่ได้จากหุบเขาตะวันตกอย่างพาโรหรือทิมพู ที่นี่คือดินแดนที่พระพุทธศาสนานิกายวัชรยานและงานหัตถศิลป์ชั้นสูงหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ถักทอเรื่องราวผ่านผืนผ้าไหมลวดลายวิจิตรบรรจงและศาสนสถานโบราณที่ตั้งตระหง่านท้าทายกาลเวลา
Lhuentse Dzong: ป้อมปราการบนหน้าผาศักดิ์สิทธิ์และรากเหง้าแห่งราชวงศ์
Lhuentse Dzong ตั้งตระหง่านอย่างองอาจบนสันเขาแคบๆ ที่ทอดตัวลงสู่หุบเบื้องล่าง โอบล้อมด้วยสายน้ำ Kuri Chhu ที่ไหลเชี่ยวกราก ป้อมปราการแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดย Kunga Wangpo บุตรชายของ Pajo Drugom Zhigpo ผู้เผยแพร่พุทธศาสนาดรุกปาคาจูในภูฏาน ก่อนจะได้รับการบูรณะและขนานนามใหม่โดย Desi Tenzin Rabgye ในเวลาต่อมา
ความสำคัญสูงสุดของ Lhuentse Dzong มิได้มีเพียงแค่สถาปัตยกรรมซองก์อันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับภูฏานเท่านั้น หากแต่ที่นี่คือดินแดนบรรพบุรุษ (Ancestral Home) ของราชวงศ์วังชุก โดยบรรพชนของกษัตริย์องค์แรกแห่งราชวงศ์ภูฏานทรงมีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นและปกครองดินแดนแถบนี้มายาวนาน ความเงียบขสงบภายในลานซองก์ เสียงสวดมนต์ของพระสงฆ์ และภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังโบราณ สะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธาที่ยังคงมีชีวิตชีวา ปราศจากความพลุกพล่านของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ มอบความรู้สึกสงบดั่งต้องมนต์สะกดแก่ผู้มาเยือน
หมู่บ้านโขมาและวิถีแห่ง Kishuthara: ศิลปะการทอผ้าชั้นสูงระดับราชสำนัก
หากเดินทางลึกเข้าไปในหุบเขาของลฮุนเซ จะพบกับ หมู่บ้านโขมา (Khoma Village) ชุมชนขนาดเล็กที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหัวใจและแหล่งกำเนิดของ Kishuthara ผ้าทอไหมลวดลายโบรเกดที่ประณีตและซับซ้อนที่สุดในราชอาณาจักรภูฏาน การทอผ้าที่นี่ไม่ใช่เพียงอาชีพ แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยเด็กหญิงชาวโขมาจะเริ่มเรียนรู้ศิลปะการใช้กี่เอว (Backstrap Loom) ตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ
กระบวนการสร้างสรรค์ Kishuthara หนึ่งผืนต้องอาศัยความอดทนอย่างยิ่งยวด เทคนิคการทอแบบ Thrima (การพุ่งเส้นด้ายเสริมแบบไม่ต่อเนื่อง) ทำให้ลวดลายเรขาคณิตและดอกไม้มีความนูนเด่นสามมิติราวกับงานปักอันวิจิตร เส้นไหมถูกย้อมด้วยสีธรรมชาติอย่างประณีต นำมาร้อยเรียงทีละเส้นจนกลายเป็นผืนผ้า Kira สำหรับสวมใส่ในพิธีการสำคัญและงานเทศกาลระดับชาติ การได้มาเยือนหมู่บ้านโขมาและพูดคุยกับเหล่าช่างทอฝีมือเยี่ยมในบรรยากาศท้องถิ่น มอบสุนทรียภาพทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและหาไม่ได้จากที่ใด
Takila Guru Statue: มหาพุทธศิลป์กลางหุบเขาตังมาชู
บนยอดเขาตังมาชู (Tangmachu) ในเขตลฮุนเซ เป็นที่ประดิษฐานของ Takila Guru Statue หรือที่รู้จักในนามรูปปั้นพระคุรุปัทมสัมภวะ (Guru Nangsi Zilnon) ขนาดยักษ์สูงถึง 154 ฟุต ซึ่งนับเป็นหนึ่งในรูปปั้นพระยูรินโปเชที่ใหญ่ที่สุดในโลก อนุสรณ์สถานอันยิ่งใหญ่นี้สร้างขึ้นตามคำพยากรณ์โบราณ เพื่อแผ่ขยายพลังแห่งความสงบสุข การปกป้องคุ้มครอง และความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ดินแดนหิมาลัย
ตัวองค์รูปปั้นเปล่งประกายสีทองอร่ามตัดกับท้องฟ้าสีครามและทิวทัศน์เบื้องล่างที่เป็นหุบเขาสลับซับซ้อน บริเวณโดยรอบรายล้อมด้วยเจดีย์ขนาดใหญ่อีก 8องค์ และฉัตรหรือสถูปขนาดเล็กจำนวน 108 องค์ เรียงรายเป็นระเบียบตามคติจักรวาลวิทยา การได้ยืนหยัด ณ ลานประดิษฐานแห่งนี้ท่ามกลางสายลมหนาวและไอหมอกจางๆ คือช่วงเวลาแห่งการหยุดนิ่งเพื่อทบทวนจิตใจ และสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่แห่งศรัทธาอย่างแท้จริง
