ก้าวพ้นเส้นทางท่องเที่ยวคลาสสิกของตะวันตก สู่หัวใจแห่งจิตวิญญาณแห่งภูฏานตะวันออก ณ โกม โครา (Gom Kora) โลกศักดิ์สิทธิ์ที่ผสานพลังธรรมชาติ ตำนานปราบมารของท่านคุรุรินโปเช และพิธีกรรมเดินเวียนเทียนข้ามคืนอันทรงเสน่ห์มนต์ขลัง ซึ่งเชื่อมโยงชนเผ่าเร่ร่อนโบราณและสายบุญข้ามพรมแดนไว้อย่างทรงคุณค่า เมื่อสายหมอกบางเบายามเช้าลอยคลอเคลียเหนือน้ำแม่น้ำดารัง (Dangme Chu) ภาพของวิหารสีขาวที่ตั้งตระหง่านแนบชิดโขดหินผาขนาดยักษ์ คล้ายดั่งประตูมิติที่เปิดออกสู่อีกห้วงเวลาหนึ่ง ที่ซึ่งความศรัทธาไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเชื่อ หากแต่เป็นลมหายใจของผืนแผ่นดินนี้มานานนับศตวรรษ
การเดินทางสู่ภูฏานตะวันออกแถบ Trashigang และ Trashi Yangtse มอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากซีกโลกตะวันตกอย่างสิ้นเชิง ที่นี่ ความเงียบงันไม่ได้หมายถึงความว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยร่องรอยของมหาครูผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ และ โกม โครา (Gom Kora หรือ Gomphu Kora) คือหมุดหมายสำคัญที่นักเดินทางผู้แสวงหาความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต เพื่อสัมผัสพลังงานดิบแท้ที่ถูกหล่อหลอมด้วยตำนานพุทธศาสนามหายานและการเวียนวนของกาลเวลา
ตำนานถ้ำปราบมารและร่องรอยแห่งคุรุรินโปเช
เรื่องราวของ โกม โครา เริ่มต้นขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 8 เมื่อท่านคุรุรินโปเช (หรือกูรุ รินโปเช พระพุทธเจ้าองค์ที่สองตามความเชื่อของชาวภูฏาน) เดินทางมาถึงดินแดนแถบนี้เพื่อปราบอสูรร้ายที่สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้คน ตำนานเล่าขานว่า อสูรกายตนดังกล่าวได้หนีเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำหินริมฝั่งแม่น้ำ ด้วยพุทธานุภาพและความเมตตา ท่านคุรุรินโปเชจึงทรงเข้าฌานสมาบัติและจำแลงกายสะกดอสูรร้ายให้อยู่หมัด ร่องรอยการต่อสู้ทางจิตวิญญาณครั้งนั้นยังคงประทับอยู่บนก้อนหินดำขนาดมหึมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรอยพระบาท รอยกดทับของร่างกาย และร่องรอยการใช้อาวุธทิพย์ที่สลักลงบนเนื้อหินตามธรรมชาติ ซึ่งนักเดินทางสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อเข้าไปยืนอยู่เบื้องหน้าผนังถ้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ตัววิหารหลักถูกสร้างขึ้นครอบทับถ้ำวิปัสสนานี้ในยุคต่อมา เพื่อปกป้องร่องรอยแห่งปาฏิหาริย์และใช้เป็นสถานที่จำพรรษาของพระสงฆ์ในการเจริญพระพุทธมนต์
สถาปัตยกรรมและการเดินทางข้ามเวลาสู่ศตวรรษที่ 17
สถาปัตยกรรมของโกม โครา โดดเด่นด้วยวิหารสไตล์ภูฏานดั้งเดิมที่มีหลังคาทรงเจดีย์ซ้อนชั้นสีขาวสะอาดตา ตัดกับลวดลายไม้แกะสลักสีสันสดใสตลาดแนวชายคา ภายในวิหารอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของควันธูปและน้ำมันเนยที่จุดบูชา ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในสะท้อนฝีมือช่างหลวงโบราณในยุคศตวรรษที่ 17 ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติ ปางต่างๆ ของท่านคุรุรินโปเช และเทพผู้พิทักษ์ตามคติมหายาน สีสันที่ใช้ยังคงความงดงามตามธรรมชาติจากแร่ธาตุและยางไม้โบราณ บรรยากาศโดยรอบถูกโอบล้อมด้วยนาขั้นบันไดและแนวเขาเขียวขจีทอดตัวขนานไปกับสายน้ำไหลเชี่ยว เสียงกระแสธารที่กระทบโขดหินขับกล่อมให้สถานที่แห่งนี้เปี่ยมด้วยความสงบสงัด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนั่งสมาธิและทบทวนจิตใจท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์
เทศกาล Gomphu Kora Tshechu: มหกรรมศรัทธาแห่งภูฏานตะวันออก
ทุกๆ ปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ราวเดือนมีนาคมหรือเมษายน) โกม โครา จะเปลี่ยนสภาพจากความเงียบสงบกลาย เป็นศูนย์กลางความมีชีวิตชีวาด้วยงานเทศกาล ‘Gomphu Kora Tshechu’ งานเฉลิมฉลองทางศาสนาที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏานตะวันออก สิ่งที่ทำให้เทศกาลนี้มีความพิเศษเหนือเทศกาลอื่นๆ คือการที่ผู้คนหลั่งไหลกันมาเดิน ‘เวียนเทียน’ (Kora) รอบโขดหินศักดิ์สิทธิ์ข้ามคืนตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางแสงเทียนและคบเพลิงที่สط่างไสวระยิบระยับในความมืด งานนี้ยังเป็นจุดนัดพบสำคัญของกลุ่มชนเผ่าเร่ร่อนกึ่งดั้งเดิมจากที่ราบสูงอย่าง Merak และ Sakteng (ชาวโบรคปา - Brokpa) ซึ่งจะแต่งกายด้วยชุดขนสัตว์และหมวกขนสัตว์ทรงเอกลักษณ์เดินทางข้ามภูเขามาเข้าร่วมพิธี รวมถึงผู้แสวงบุญชาวอินเดียที่ข้ามพรมแดนมาด้วยความศรัทธา เกิดเป็นภาพการหลอมรวมทางวัฒนธรรมที่หาชมได้ยากยิ่ง
