พิพิธภัณฑ์เนบุตะวาลาสเซะ (Nebuta Warasse) ประเทศญี่ปุ่น
ข้อมูลการเดินทางlocation_onพิพิธภัณฑ์เนบุตะวาลาสเซะ (Nebuta Warasse)

เจาะลึก Nebuta Warasse พิพิธภัณฑ์เนบุตะ อาโอโมริ: สัมผัสวิญญาณโคมไฟยักษ์ระดับตำนานตลอดทั้งปี

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อฤดูร้อนสิ้นสุดลงและสายลมหนาวพัดผ่านผืนแผ่นดินโทโฮกุ แสงสี เสียงกลองไทโกะ และจิตวิญญาณแห่งความรื่นเริงมิได้เลือนหายไปไหน หากแต่ถูกเก็บงำและหล่อเลี้ยงไว้อย่างประณีตภายในสถาปัตยกรรมริบบิ้นเหล็กสีแดงเพลิงริมอ่าวอาโอโมริ ณ “พิพิธภัณฑ์เนบุตะวาลาสเซะ” (Nebuta Warasse)

สำหรับนักเดินทางผู้แสวงหาความลึกซึ้งทางวัฒนธรรม การมาเยือนดินแดนเหนือสุดของเกาะฮอนชูแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการชมงานศิลปะทั่วไป แต่คือการก้าวข้ามผ่านกาลเวลาเพื่อสัมผัสลมหายใจของเทศกาลเนบุตะมัตสึริ (Nebuta Matsuri) มรดกภูมิปัญญาระดับโลกที่ร้อยเรียงเรื่องราว ตำนาน และความศรัทธาเข้าด้วยกันอย่างวิจิตรบรรจง โดยไม่ต้องรอคอยเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ในเดือนสิงหาคม

สถาปัตยกรรมสีเพลิงและสะพานเชื่อมระหว่างเมืองกับตำนาน

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ย่านริมน้ำของสถานี Aomori อาคารของ Nebuta Warasse ปรากฏสายตาดั่งประติมากรรมร่วมสมัย โครงสร้างภายนอกที่ห่อหุ้มด้วยแผ่นโลหะสีแดงบิดเกลียวระยางกว่า 730 ชิ้น ถูกออกแบบอย่างแยបยลเพื่อให้แสงแดดส่องผ่านในระดับที่พอเหมาะ คล้ายแสงที่ลอดผ่านผืนป่าบีชโบราณอันอุดมสมบูรณ์ในภูมิภาค พื้นที่รอบอาคารทำหน้าที่เป็นเส้นทางกึ่งเปิดโล่ง เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโยงโลกแห่งความจริงของเมืองท่าอันเงียบสงบ เข้าสู่ดินแดนแห่งความแฟนตาซีและศรัทธาอันร้อนแรงของเทศกาลเนบุตะ

จิตวิญญาณแห่งช่างศิลป์: เบื้องหลังโคมไฟกระดาษร้อยตัน

ภายในห้องโถงมืดสนิทที่ถูกขับเน้นด้วยแสงไฟสปอตไลท์ (Nebuta Hall) ซ่อนความอลังการของโคมไฟขนาดยักษ์สูงตระหง่านหลายเมตร โคมไฟเหล่านี้ไม่ใช่แค่หุ่นจำลอง หากแต่เป็นผลงานศิลปะชิ้นเเอกที่สร้างสรรค์ขึ้นโดย ‘เนบุตะชิ’ (Nebuta-shi) หรือปรมาจารย์ผู้สร้างโคมไฟ ซึ่งทุ่มเทแรงกายแรงใจนับแรมเดือน โครงสร้างไม้และลวดเหล็กดัดถูกปิดทับด้วยกระดาษวาชิด้วยความประณีต ก่อนจะถูกแต่งแต้มสีสันให้สะท้อนภาพลักษณ์ของเทพเจ้า ซamurai ผู้เกรียงไกร หรือตัวละครในวรรณกรรมโบราณได้อย่างมีชีวิตชีวา การได้มายืนพินิจพิเคราะห์โครงสร้างใกล้ๆ ในพิพิธภัณฑ์นี้ เปิดโอกาสให้เราเห็นร่องรอยฝีแปรง ความพลิ้วไหวของเส้นสาย และความพิถีพิถันที่ยากจะสังเกตเห็นได้ทันท่ามกลางความอลหม่านของขบวนแห่ริมถนน

จังหวะแห่งสรวงสวรรค์: เสียงกลองไทโกะและลีลาฮาเนโตะ

หัวใจของเนบุตะไม่ได้หยุดนิ่งอยู่เพียงแค่ภาพลักษณ์ภายนอก ทว่าเสียงร้องตะโกนก้อง ‘Rasse-ra, Rasse-ra!’ และเสียงบรรทัดดนตรีฮายาชิ (Hayashi) จากขลุ่ยและกลองไทโกะ คือพลังขับเคลื่อนที่ทำให้บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์เปี่ยมด้วยชีวา ที่นี่ไม่ได้จำกัดสถานะผู้เข้าชมไว้เพียงแค่ผู้สังเกตการณ์ แต่มอบโอกาสให้ทุกคนได้ทดลองสัมผัสผิวสัมผัสกระดาษวาชิ โครงสร้างภายใน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเรียนรู้ท่วงท่ารำอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘ฮาเนโตะ’ (Haneto) นักเต้นคู่บุญประจำเทศกาล ผ่านการแสดงสาธิตสดๆ ในวันหยุด ที่เชื้อเชิญให้ก้าวเท้าเข้าสู่จังหวะแห่งความสุขร่วมกันอย่างไร้พรมแดน

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

พิพิธภัณฑ์ Nebuta Warasse ตั้งอยู่เคียงข้างสถานี JR Aomori ในย่านริมน้ำ เดินทางสะดวกด้วยรถไฟชินคันเซ็นลงที่สถานี Shin-Aomori แล้วต่อรถไฟสาย Ou Main Line มาลงที่สถานี Aomori เดินต่อเพียง 2 นาที ตัวพิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการทุกวันตลอดปี (มีวันปิดทำการเพื่อซ่อมบำรุงช่วงสิ้นปีบางวัน) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดสรรเวลาท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมกับจุดเช็คอินใกล้เคียงอย่างศูนย์จำหน่ายงานฝีมือท้องถิ่น A-FACTORY เพื่อสัมผัสรสชาติแอปเปิลขึ้นชื่อแห่งอาโอโมริในบรรยากาศพรีเมียมริมอ่าว
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

สามารถเข้าชมโคมไฟของจริงได้ตลอดทั้งปีเลยหรือไม่?expand_more
ได้ โคมไฟเนบุตะที่จัดแสดงในห้องโถงหลักของพิพิธภัณฑ์ Nebuta Warasse เป็นผลงานจริงที่คัดสรรมาจากขบวนแห่ในเทศกาลช่วงเดือนสิงหาคม และจะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนจัดแสดงใหม่เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมความประณีตระดับมาสเตอร์พีซได้ทุกฤดูกาล
ต้องจองตั๋วล่วงหน้าก่อนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Nebuta Warasse หรือไม่?expand_more
ทางพิพิธภัณฑ์ไม่มีระบบจำหน่ายตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า นักเดินทางสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่เครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติบริเวณทางเข้าได้ทันทีในวันที่เดินทางไปถึง
มีกิจกรรมพิเศษอะไรบ้างที่เปิดให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วม?expand_more
นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์ทดลองตีกลองไทโกะ ชมการสาธิตการทำโครงสร้างโคมไฟ และร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปทดลองรำฮาเนโตะประกอบดนตรีสด ซึ่งมักจัดขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เพื่อจำลองบรรยากาศความสนุกสนานของเทศกาลจริง