ประภาคารอินุโบซากิ (Inubosaki Lighthouse) ประเทศญี่ปุ่น
ข้อมูลการเดินทางlocation_onประภาคารอินุโบซากิ (Inubosaki Lighthouse)

เช็กลิสต์เยือน 'ประภาคารอินุโบซากิ ญี่ปุ่น' ปลายทางตะวันออกสุดบนเกาะฮอนชู สัมผัสประวัติศาสตร์อิฐสีขาวและแสงแรกเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อเส้นขอบฟ้าจรดกับผืนน้ำอันกว้างใหญ่ของมหาสมุทรแปซิฟิก ณ ปลายแหลมอันเวิ้งว้างของจังหวัดจิบะ เสียงคำรามของคลื่นที่ซัดสาดแนวหินขรุขระราวกับบทเพลงกวีโบราณ ที่นี่คือ ‘ประภาคารอินุโบซากิ ญี่ปุ่น’ หมุดหมายสำคัญที่ตั้งตระหง่านท้าทายลมทะเลมาตั้งแต่ยุคเมจิ ทำหน้าที่เป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งการนำทางและความหวังอันเจิดจรัส

สำหรับนักเดินทางผู้โหยหาความหมายที่ลึกซึ้งกว่าการท่องเที่ยวแบบผิวเผิน การก้าวเท้ามาสู่แหลมอินุโบซากิเปรียบเสมือนการเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่ห้วงวันที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประตูรับอารยธรรมตะวันตก ผสมผสานเข้ากับความงามทางธรรมชาติที่ดิบและบริสุทธิ์ ที่ซึ่งแสงแรกของวันบนเกาะฮอนชูจะมาเยือนเป็นที่แรก อาบไล้กำแพงอิฐสีขาวบริสุทธิ์ให้เปล่งประกายราวกับอัญมณีล้ำค่าท่ามกลางเกลียวคลื่นสีคราม

สถาปัตยกรรมอิฐยุคเมจิและมรดกจากฟากสมุทร

เบื้องหลังความงามของผิวสีขาวสะอาดตาของประภาคารอินุโบซากิ ซ่อนความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมสถาปัตยกรรมในยุคเมจิไว้ภายใน ตัวอาคารสร้างขึ้นจากอิฐแดงเผาคุณภาพสูงกว่า 193,000 ก้อน ซึ่งเป็นฝีมือการออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดย ‘Richard Henry Brunton’ วิศวกรชาวอังกฤษผู้ได้รับฉายาว่า ‘บิดาแห่งประภาคารญี่ปุ่น’ ความตั้งใจในเวลานั้นคือการสร้างประภาคารที่มั่นคงและทนทานต่อแรงลมพายุและแผ่นดินไหว อิฐทุกก้อนถูกเรียงร้อยประสานกันอย่างประณีตสะท้อนความใส่ใจในรายละเอียดอันเป็นเอกลักษณ์ของงานช่างญี่ปุ่นยุคเปลี่ยนผ่าน ถือเป็นหนึ่งในประภาคารประวัติศาสตร์เพียงไม่กี่แห่งของประเทศที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า

พิชิต 99 ขั้นบันไดสู่วิวพาโนรามาแห่งแปซิฟิก

การก้าวขึ้นสู่ยอดประภาคารผ่านบันไดวนจำนวน 99 ขั้น เปรียบเสมือนพิธีกรรมเล็กๆ ที่เชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนได้ทดลองความนิ่งสงบภายในจิตใจ เมื่อพ้นขอบประตูขึ้นสู่ระเบียงชมจุดสูงสุด สายลมบริสุทธิ์จากมหาสมุทรแปซิฟิกจะพัดปะทะใบหน้า พร้อมเปิดมุมมองแบบ 360 องศาที่ไร้ขอบเขต เบื้องล่างคือแนวหินขรุขระรูปร่างแปลกตาที่ถูกกัดเซาะด้วยคลื่นลมมานับล้านปี และหากมองลงมาใกล้ๆ บริเวณลานด้านหน้า คุณจะพบกับ ‘ตู้ไปรษณีย์สีขาว’ ตั้งตระหง่านชวนมอง ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมและเป็นสัญลักษณ์ของการส่งต่อความสุขและคำอธิษฐานข้ามกาลเวลา

รื่นรมย์วิถีสโลว์ไลฟ์และรสชาติแห่งท้องทะเลโจชิ

การเดินทางมาเยือนแหลมอินุโบซากิจะไม่สมบูรณ์เลยหากขาดการสัมผัสประสบการณ์การเดินทางด้วยรถไฟท้องถิ่น ‘Choshi Electric Railway’ รถไฟสายวินเทจขนาดกะทัดรัดที่วิ่งผ่านทุ่งนาเขียวขจีและบ้านเรือนชนบทอันเงียบสงบ มอบบรรยากาศชวนฝันราวกับภาพยนตร์ญี่ปุ่นคลาสสิก เมื่อเดินทางมาถึงเมืองโจชิ จิบะ นักท่องเที่ยวจะได้ดื่มด่ำกับความสดใหม่ของอาหารทะเลจากท่าเรือประมงชั้นนำของประเทศ ทั้งปลาคิน메ได (Kindai Snapper) เนื้อหวานละมุน และอาหารทะเลตามฤดูกาล ปิดท้ายวันด้วยการแช่น้ำแร่ธรรมชาติในเรียวกังหรือรีสอร์ทออนเซ็นริมทะเล ที่เปิดโอกาสให้สายตาได้ทอดมองผืนน้ำระยิบระยับยามอาทิตย์อัสดง

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทางจากโตเกียวสามารถทำได้สะดวกโดยสารรถไฟสาย JR Sobu Line (Limited Express) ลงที่สถานี Choshi แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายท้องถิ่น Choshi Electric Railway ลงที่สถานี Inuboh ช่วงเวลาที่แนะนำในการท่องเที่ยวคือช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากท้องฟ้าโปร่งและทัศนวิสัยในการมองเห็นมหาสมุทรชัดเจนที่สุด การแต่งกายควรเตรียมเสื้อกันลมที่มีคุณภาพเนื่องจากบริเวณแหลมติดทะเลมีกระแสลมค่อนข้างแรงตลอดปี และควรสวมรองเท้าที่เดินสบายสำหรับการเดินขึ้นบันไดวนและสำรวจแนวหินชายฝั่ง
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

ประภาคารอินุโบซากิ ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ไหนและมีความสำคัญอย่างไร?expand_more
ตั้งอยู่ที่แหลมอินุโบซากิ เมืองโจชิ จังหวัดจิบะ เป็นประภาคารประวัติศาสตร์ยุคเมจิที่สร้างด้วยอิฐแดงและทาด้วยสีขาว ออกแบบโดยวิศวกรชาวอังกฤษ เป็นจุดชมแสงแรกบนเกาะฮอนชูที่สวยงามและมีความสำคัญทางสถาปัตยกรรมสูงมาก
สามารถขึ้นไปชมวิวด้านบนประภาคารอินุโบซากิได้หรือไม่?expand_more
สามารถขึ้นได้ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดวนจำนวน 99 ขั้น เพื่อชมวิวทัศนียภาพของมหาสมุทรแปซิฟิกแบบ 360 องศาจากระเบียงด้านบน
เดินทางไปเที่ยวประภาคารอินุโบซากิ จิบะ อย่างไรให้สะดวกที่สุด?expand_more
นั่งรถไฟด่วนพิเศษ JR จากสถานี Shinjuku หรือ Tokyo มาลงที่สถานี Choshi แล้วต่อรถไฟสายวินเทจ Choshi Electric Railway ลงที่สถานี Inuboh เดินเท้าต่ออีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงตัวประภาคาร