เมื่อนึกถึงทริปสั้นๆ จากมหานครโตเกียว ภาพของความเร่งรีบมักเป็นสิ่งแรกที่ปรากฏในความคิด แต่หากเราเบนเข็มทิศลงใต้สู่คาบสมุทรโบโซในจังหวัดชิบะ โลกอีกใบที่สงบงามและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งกาลเวลากำลังรอคอยการค้นพบ ภูเขาโนโกกิริ (Mount Nokogiri) หรือที่ขานนามตามลักษณะทางกายภาพว่า ‘ภูเขาฟันเลื่อย’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่หน้าผาหินแปลกตาอันเกิดจากการทำเหมืองโบราณ หากแต่เป็นผืนแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกโอบล้อมด้วยร่องรอยอารยธรรมพุทธศาสนากว่าพันปี
การก้าวเท้าขึ้นสู่ยอดเขาแห่งนี้ เปรียบเสมือนการเดินทางข้ามมิติจากความทันสมัยของโลกปัจจุบัน สู่ความเงียบสงบในอ้อมกอดของธรรมชาติและศิลปกรรมแกะสลักหินอันวิจิตรตระการตา ท่ามกลางสายหมอกจางๆ และลมหนาวที่พัดพาละอองทะเลอ่าวโตเกียวขึ้นมาปะทะ กลิ่นอายของประวัติศาสตร์ยุคเอโดะและร่องรอยสิ่วเหล็กที่สลักเสลาภูเขาคือกวีบทใหญ่ที่ธรรมชาติและมนุษย์ร่วมกันรังสรรค์ขึ้นอย่างน่าทึ่ง
จากเหมืองหินโบราณสู่วิหารศักดิ์สิทธิ์: ถอดรหัสตำนาน ‘ภูเขาฟันเลื่อย’
นามของ ‘โนโกกิริยามะ’ หรือภูเขาฟันเลื่อยไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เมื่อมองจากท้องทะเลหรือมุมสูง สันเขาแห่งนี้มีรอยหยักแหลมคมราวกับใบเลื่อยยักษ์ที่ถูกชูขึ้นท้าทายผืนฟ้า ภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากกระบวนการทางธรณีวิทยาตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ในยุคเอโดะและเมจิ ที่ใช้ภูเขานี้เป็นเหมืองหินแกรนิตชั้นดี (Boshu Seki) เพื่อนำไปก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างสำคัญในโตเกียว ร่องรอยการตัดหินเป็นบล็อกสี่เหลี่ยมเรียบเนียนตามหน้าผาชัน กลายเป็นประติมากรรมทางอุตสาหกรรมโบราณที่ผสานกลมกลืนไปกับธรรมชาติอย่างน่าประหลาด
ในขณะเดียวกัน ขุมทรัพย์ทางจิตวิญญาณของที่นี่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 725 เมื่อพระเกียวจิ (Gyoki) พระโพธิสัตว์แห่งยุคนารา ได้ก่อตั้งวัดนิฮนจิ (Nihonji Temple) ขึ้นบนภูเขาแห่งนี้ อาณาบริเวณวัดกินพื้นที่เกือบทั่วทั้งภูเขาและซ่อนตัวอยู่ตามซอกผาหิน การเดินเท้าไปตามเส้นทางบันหินโบราณจึงเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสงบเงียบ ทุกย่างก้าวผ่านหมู่แมกไม้ครึ้มและเงาสลัวของหินผา เผยให้เห็นร่องรอยความศรัทธาที่มนุษย์ถวายแด่พระพุทธศาสนาผ่านการแกะสลักหินภูเขาออกเป็นองค์พระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์นับพันองค์
สี่สิ่งมหัศจรรย์บนยอดเขา: ผานรก พระใหญ่ และร่องรอยศรัทธา
การสำรวจภูเขาโนโกกิริมีจุดไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาด เริ่มต้นจาก ‘จิโกกุโนโซกิ’ (Jigoku Nozoki) หรือจุดชมวิวผานรก หน้าผาหินที่ยื่นออกไปในอากาศราวกับลอยอยู่เหนือเหวลึก 100 เมตร ยืน ณ จุดนี้ สายตาจะทอดยาวไปทั่วอ่าวโตเกียว ในวันที่ฟ้าใสจะมองเห็นคาบสมุทรมิอุระและเงาตะคุ่มของภูเขาไฟฟูจิสง่างามอยู่ไกลๆ มอบความรู้สึกทั้งหวาดเสียวและยิ่งใหญ่ในคราวเดียวกัน
ถัดลงมาตามหุบผา คือที่ประดิษฐานของ ‘นิฮนจิ ไดบุทสึ’ (Nihonji Daibutsu) พระพุทธรูปหินแกะสลักประทับนั่งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความสูงถึง 31.05 เมตร แกะสลักขึ้นโดยตรงจากผนังหินของภูเขาในปี ค.ศ. 1783 รอยยิ้มอันเปี่ยมด้วยความเมตตาของพระองค์ท่ามกลางขุนเขาให้ความรู้สึกสงบเยือกเย็นอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังมี ‘ฮยากุ-ชากุ คันนอน’ (Hyaku-Shaku Kannon) เจ้าแม่กวนอิมสลักหน้าผาสูงตระหง่าน 100 ฟุต เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในเหมืองหิน และลานหินเบื้องล่างที่รายล้อมด้วยแนวพระพุทธรูปหินราคัง (Arhats) กว่า 1,500 องค์ ซึ่งแต่ละองค์มีใบหน้าและอารมณ์แสดงออกถึงความหลุดพ้นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เส้นทางพรีเมียม Day Trip: สัมผัสความงามใกล้กรุงโตเกียว
การเดินทางมาเยือนภูเขาโนโกกิริถือเป็นทริปหนึ่งวันที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองหลวง นักเดินทางสามารถเลือกใช้บริการรถไฟสายด่วน JR Sazanami จากสถานีโตเกียวมาลงที่สถานี Hamakanaya หรือเลือกสัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวทางเรือด้วยการนั่ง ‘Tokyo-Wan Ferry’ ข้ามฟากจากเมืองคุริฮามะ (คานากาว่า) สู่ท่าเรือคานายะ (ชิบะ) ซึ่งใช้เวลาเพียง 40 นาที ท่ามกลางฝูงนกนางนวลที่บินคลอเคลียไปกับเรือ เป็นการเริ่มต้นทริปที่ผ่อนคลายและเต็มไปด้วยสุนทรียภาพ
เมื่อถึงตีนเขา นักเดินทางสามารถเลือกขึ้นกระเช้าลอยฟ้า Nokogiriyama Ropeway ที่ใช้เวลาเพียง 4 นาทีในการพาไต่ระดับขึ้นสู่ยอดเขา พร้อมชมวิวพาโนรามาของทะเลและผืนป่าเบื้องล่าง หรือสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าและซึมซับธรรมชาติอย่างแท้จริง เส้นทางเดินเท้าจากตีนเขาขึ้นสู่วัดนิฮนจิก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ท้าทายพละกำลังและมอบประสบการณ์การเดินป่าที่ร่มรื่น
