ท่ามกลางความเร่งรีบของมหานครโตเกียวที่อยู่ถัดไปเพียงฟากฝั่งอ่าว มีอาณาจักรแห่งความสงบวิเวกและศรัทธาโบราณซ่อนตัวอยู่บนสันเขาหยักศกอันเป็นเอกลักษณ์ของภูเขาโนโคกิริ (Mt. Nokogiri) จังหวัดชิบะ ที่นี่คือ “วัดนิฮอนจิ” (Nihonji Temple) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มีรากประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,300 ปี นับตั้งแต่ยุคนาราตามพระราชประสงค์ของจักรพรรดิโชมุ การก้าวเท้าเข้าสู่เขตวัดบนหน้าผาสูงชันนี้ เปรียบเสมือนการหลุด 0เข้าสู่อีกมิติหนึ่ง ที่ซึ่งเสียงลมพัดผ่านราวกับเสียงกระซิบจากกาลเวลา และงานพุทธศิลป์แกะสลักหินธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ตระการตากำลังรอคอยให้ผู้มาเยือนได้ร่วมค้นหาความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป
ความมหัศจรรย์ของวัดนิฮอนจิไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความเก่าแก่ หากแต่ซ่อนไว้ในรายละเอียดของงานแกะสลักหินภูเขาไฟอันดิบกระด้างแต่เปี่ยมด้วยความอ่อนช้อย ไม่ว่าจะเป็นองค์พระใหญ่ “นิฮอนจิ ไดบุทสึ” (Nihonji Daibutsu) ที่สลักขึ้นโดยตรงจากผนังหินหน้าผาธรรมชาติ สูงตระหง่านเหนือกว่าพระพุทธรูปองค์อื่นใดในประเทศญี่ปุ่น หรือความน่าหวาดเสียวและงดงามตระการตาของ “ผาส่องนรก” (Jigoku Nozoki) จุดชมวิวบนยอดผาที่ทอดตัวยื่นออกไปสู่อากาศธาตุ เปิดมุมมองพาโนรามา 360 องศาของอ่าวโตเกียวและคาบสมุทรโบโซ สัมผัสเหล่านี้ล้วนหลอมรวมธรรมชาติ ศรัทธา และศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวในพิกัด Unseen ใกล้โตเกียว
รากเหง้าประวัติศาสตร์พันปีบนสันเขาฟันเลื่อยแห่งชิบะ
ภูเขาโนโคกิริ หรือที่แปลว่าภูเขาฟันเลื่อย ได้ชื่อนี้มาจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นสันเขาขรุขระเกิดจากการขุดเจาะหินเพื่อนำไปใช้ก่อสร้างในอดีต (Boshu-ishi) แต่ในร่มเงาของหน้าผาหินเหล่านี้ วัดนิฮอนจิได้ถูกสถาปนาขึ้นในปี ค.ศ. 725 โดยพระอาจารย์โรเบน (Roben) ตามพระราชประสงค์ของจักรพรรดิโชมุ ในฐานะสาขาหลักของสำนักสงฆ์ฮะซังแห่งวัดโทไดจิ (Todai-ji) ในอดีตวัดแห่งนี้เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุด เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมที่กินอาณาบริเวณกว้างขวางทั่วทั้งภูเขา แม้ว่ากาลเวลาและเหตุการณ์เพลิงไหม้ในอดีตจะทำลายอาคารไม้บางส่วนไป แต่ร่องรอยแห่งศรัทธาที่สลักลงบนหินผากลับยังคงความสมบูรณ์และทรงพลังมาจนถึงปัจจุบัน สะท้อนความมุ่งมั่นของช่างฝั้นหินโบราณที่อุทิศชีวิตเนรมิตภูเขาให้กลายเป็นพุทธสถานอันศักดิ์สิทธิ์
ความยิ่งใหญ่ของพุทธศิลป์หน้าผา: ไดบุทสึ และเจ้าแม่กวนอิมฮาคุชะคุ
หัวใจสำคัญที่ดึงดูดให้นักเดินทางผู้แสวงหาความงามเชิงลึกต้องมาเยือนคือ “นิฮอนจิ ไดบุทสึ” พระพุทธรูปยาคุชิ Nyorai (พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต) แกะสลักติดกับผนังหินอ่าวทิศใต้ มีความสูงถึง 31 เมตร สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1783 และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 20 องค์พระประทับนั่งอย่างสงบนิ่ง ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีและหน้าผาหินสูงชัน มอบความรู้สึกสงบและยิ่งใหญ่ในคราวเดียวกัน ไม่ไกลกันนักคือที่ตั้งของ “Hyakushaku Kannon” หรือเจ้าแม่กวนอิมพันมือแกะสลักบนหน้าผาสูง 30 เมตร ซึ่งสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุและการทำเหมืองหินในอดีต หน้าผาสีเทาเข้มตัดกับรอยแกะสลักอันประณีตกลายเป็นอนุสรณ์สถานกลางแจ้งที่ทรงพลังและสะเทือนอารมณ์ผู้พบเห็นอย่างลึกซึ้ง
เส้นทางวิเวกผ่านพระอรหันต์ 1,500 องค์สู่ผาส่องนรก
การเดินสำรวจวัดนิฮอนจินั้นเสมือนการจารיתแสวงบุญขนาดย่อม ตลอดเส้นทางเดินเท้าขึ้นภูเขาผ่านหุบผาและซอกหิน นักเดินทางจะได้พบกับแนวรูปปั้นหิน “Rakan” (พระอรหันต์) กว่า 1,500 องค์ ที่ได้รับการแกะสลักใบหน้าและอิริยาบถแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งรอยยิ้ม ความเศร้า ความครุ่นคิด หรือความสงบ พระอรหันต์เหล่านี้กระจัดกระจายอยู่ตามพงหญ้าและโขดหินราวกับคอยดูแลผู้มาเยือน และเมื่อเดินลัดเลาะขึ้นสู่จุดสูงสุดของเส้นทาง จะพบกับ “ผาส่องนรก” (Jigoku Nozoki) จุดชมวิวอันเลื่องชื่อที่ยื่นออกไปในอากาศเหนือหน้าผาลึก 100 เมตร เมื่อยืนอยู่ ณ จุดนี้ สายลมจากอ่าวโตเกียวจะปะทะร่าง พร้อมกับทัศนียภาพกว้างไกลที่หากสภาพอากาศอำนวย จะมองเห็นเงาสลัวของภูเขาไฟฟูจิตระหง่านอยู่ไกลลิบ
