เมื่อสายลมหนาวพัดผ่านคาบสมุทรแห่งภูมิภาคโฮคุริคุ เสียงกระซิบจากอดีตกว่า 1,300 ปีก็ลอยมาตามอากาศ ณ เมืองท่าสึรุงะ (Tsuruga) จังหวัดฟุกุอิ ประตูบานใหญ่สู่ความงามอันลี้ลับของญี่ปุ่นได้เปิดออก เมื่อรถไฟชินคันเซ็นสาย Hokuriku Shinkansen พาเราทะยานลัดเลาะผ่านภูเขาและท้องทะเลอันเวิ้งว้าง สู่ดินแดนที่กาลเวลาดูราวกับเดินช้าลง ที่นี่คือที่ตั้งของ ศาลเจ้าเคฮิ (Kehi Jingu Shrine) มหาศาลเจ้าโบราณผู้ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณและ ‘เอจิเซ็น อิจิโนะมิยะ’ หรือศาลเจ้าอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเอจิเซ็นมาแต่โบราณ
การก้าวเท้าผ่านพ้นซุ้มประตูสีชาดอันสง่างามเข้ามาในเขตศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ไม่เพียงแต่นำพาเราสัมผัสกับความเงียบสงบอันทรงพลัง แต่ยังเป็นการเดินทางย้อนกลับไปสู่รากเหง้าแห่งความศรัทธาที่ผูกร้อยผู้คน เทพเจ้า และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น ที่ซึ่งความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมไม้ผสานกลมกลืนไปกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวรรณกรรมระดับตำนานของญี่ปุ่นอย่างน่าอัศจรรย์
มหาโทริอิแห่งโฮคุริคุ: สถาปัตยกรรมไม้และความศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลา
ทันทีที่เดินทางมาถึงเบื้องหน้าของ ศาลเจ้าเคฮิ สิ่งแรกที่จะหยุดสายตาทุกคู่ไว้คือความยิ่งใหญ่อลังการของประตูโทริอิไม้สีชาดขนาดมหึมา สูงถึง 11 เมตร ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 3 เสาโทริอิไม้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เทียบชั้นกับความงามของศาลเจ้าคาสุกะไทฉะในนาราและศาลเจ้าอิตสึคุชิมะในฮิโรชิมา โครงสร้างไม้อันกำยำที่ผ่านแดด ลม และหิมะมานานนับศตวรรษนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงภูมิปัญญาช่างไม้โบราณอันหาญกล้า แต่ยังทำหน้าที่เป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับสรวงสวรรค์
ภายในอาณาบริเวณศาลเจ้าอันร่มครึ้มด้วยแมกไม้โบราณ เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าหลักคือ ‘พระเจ้าเคฮิโนะโอคามิ’ (Kehi no Okami) หรือจักรพรรดิชูไอ (Emperor Chuai) รวมถึงเทพเจ้าองค์สำคัญอื่นๆ อีกหลายพระองค์ บรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความขลัง เสียงก้านธูปควันเทียน และความเงียบสงบที่ช่วยชำระล้างจิตใจของผู้มาเยือนให้หลุดพ้นจากความวุ่นวายของโลกภายนอก
โจเมซุยและรอยเท้ากวี: ค้นหาความหมายแห่งชีวิตผ่านสายน้ำและบทกลอน
ลึกลงไปในรายละเอียดทางจิตวิญญาณ ศาลเจ้าเคฮิซ่อนสมบัติล้ำค่าไว้ในทุกมุมมอง หนึ่งในนั้นคือ ‘โจเมซุย’ (Chomeisui) หรือบ่อน้ำพุธรรมชาติศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลรินไม่เคยขาดสายมานานกว่า 1,300 ปี ตำนานเล่าขานว่าน้ำใสบริสุทธิ์นี้คือน้ำทิพย์ที่ช่วยประทานความสมบูรณ์แข็งแรงและอายุวัฒนะแก่ผู้ได้ดื่มกิน การได้โน้มตัวลงสัมผัสความเย็นฉ่ำของสายน้ำแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนพิธีกรรมทางใจในการต่ออายุขัยและรับพลังชีวิตจากธรรมชาติ
ไม่ไกลกันนัก พื้นที่แห่งนี้ยังเคยต้อนรับ มัตสึโอะ บาโช (Matsuo Basho) กวีไฮกุผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ระหว่างการเดินทางจาริกแสวงบุญอันโด่งดังที่ถูกบันทึกไว้ในวรรณกรรมชิ้นเอก ‘Oku no Hosomichi’ (เส้นทางสู่ اคูโระ) บาโชได้พำนักและรจนาบทกวีอันลึกซึ้งพรรณนาถึงความงามของศาลเจ้าเคฮิและเมืองสึรุงะ รูปปั้นและแผ่นจารึกบทกวีของเขาที่ตั้งอยู่ภายในศาลเจ้า จึงทำหน้าที่เป็นหมุดหมายทางวัฒนธรรมที่เชิญชวนให้นักเดินทางยุคปัจจุบันได้หยุดยืนพินิจพิเคราะห์ความงามของถ้อยคำและความหมายของการเดินทาง
สึรุงะ: เมืองท่าประวัติศาสตร์และประตูบานใหม่สู่การเดินทางระดับพรีเมียม
การเดินทางมาเยือนศาลเจ้าเคฮินั้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเมื่อเชื่อมโยงกับบริบทของเมืองสึรุงะ เมืองท่าสำคัญบนชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นที่เคยรุ่งเรืองในฐานะจุดแวะพักของเรือสำเภา คิตะมาเอะบุเนะ (Kitamaebune) และสะพานเชื่อมการค้าระหว่างประเทศในอดีต ปัจจุบัน การเปิดให้บริการของรถไฟ Hokuriku Shinkansen ที่ทอดตัวยาวมาจนถึงสถานี Tsuruga ได้ย่นระยะเวลาการเดินทางจากโตเกียวและเกียวโตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น เปิดประตูต้อนรับนักเดินทางผู้โหยหาความสงบและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำลึก
เมื่อเดินลัดเลาะออกจากศาลเจ้า ย่านเมืองเก่าของสึรุงะยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์เรโทร โกดังอิฐแดงริมน้ำ และกลิ่นอายของวัฒนธรรมอาหารทะเลสดใหม่จากท้องทะเลโฮคุริคุ โดยเฉพาะปูเอจิเซ็นอันเลื่องชื่อ ทำให้ทริปการเยือนศาลเจ้าเคฮิไม่ใช่เพียงแค่การท่องเที่ยวเชิงศาสนา แต่เป็นการดื่มด่ำกับสุนทรียภาพแห่งชีวิตในทุกประสาทสัมผัส
