เมื่อสายลมแห่งประวัติศาสตร์พัดผ่านผืนป่าโบราณของเมืองดาไซฟุ เสียงกระซิบคานไม้และเงาสะท้อนจากผนังกระจกโค้งระฟ้าได้บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางอันยาวนานนับพันปี ที่ซึ่งเกาะคิวชูเคยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่แห่งเอเชียเข้ากับหัวใจของเกาะญี่ปุ่น ที่นี่คือ ‘พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู’ (Kyushu National Museum) พิพิธภัณฑ์ระดับชาติแห่งที่ 4 ของประเทศ ที่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ หากแต่เป็นพื้นที่ทางปัญญาอันทรงพลัง ซึ่งผสานอดีต ปัจจุบัน และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบเนียน
การก้าวเท้าเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้เปรียบเสมือนการเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหญ่ ผ่านอุโมงค์แสงสายรุ้ง (Rainbow Tunnel) ที่เชื่อมต่อความศักดิ์สิทธิ์จากศาลเจ้าดาไซฟุ เท็มมังกู ทะยานข้ามกาลเวลาสู่สถาปัตยกรรมร่วมสมัยอันล้ำเลิศ โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งมนที่โอบรับทิวเขาเขียวขจี ชวนให้นักเดินทางระดับพรีเมียมผู้หลงใหลในศิลปวัฒนธรรมได้หยุดนิ่งและพิจารณาถึงรากเหง้าแห่งอารยธรรมเอเชียในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
ประตูสู่อารยธรรมเอเชีย: ทำไมต้องเป็น ‘ดาไซฟุ’
ในอดีตกาล เมืองดาไซฟุคือที่ตั้งของ ‘Dazaifu Dazaifu-fu’ หรือสำนักงานรัฐบาลโบราณที่ทำหน้าที่ปกป้องและบริหารจัดการดินแดนทางตะวันตกของญี่ปุ่น เปรียบเสมือนด่านหน้าและหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับอารยธรรม วิทยาการ ศาสนา และศิลปวัฒนธรรมจากคาบสมุทรเกาหลีและจีนแผ่นดินใหญ่ การที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชูถูกเลือกให้มาปักหมุด ณ ดินแดนแห่งนี้ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการคารวะต่อหน้าประวัติศาสตร์ที่คิวชูเคยเป็นจุดบรรจบของเส้นทางสายไหมทางทะเล ที่นี่จึงสะท้อนภาพความสัมพันธ์อันซับซ้อนและงดงามระหว่างญี่ปุ่นกับเพื่อนบ้านในเอเชีย ผ่านร่องรอยอารยธรรมที่ถูกถักทอผ่านกาลเวลา
สถาปัตยกรรมแห่งคลื่นลมและขุนเขา โดย Kiyonori Kikutake
ตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชูถือเป็นงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ออกแบบโดย Kiyonori Kikutake หนึ่งในผู้ริเริ่มกลุ่มสถาปัตยกรรม Metabolism โครงสร้างภายนอกถูกห่อหุ้มด้วยหลังคารูปทรงโค้งมนคล้ายคลื่นทะเล ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภูภูมิประเทศโดยรอบ ผนังกระจกขนาดมหึมาทำหน้าที่สะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงของผืนป่าและท้องฟ้าตามฤดูกาลได้อย่างไร้รอยต่อ ภายในอาคารใช้วัสดุไม้ซีดาร์ท้องถิ่นและโครงสร้างเหล็กล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดวางพื้นที่ภายในเน้นความโปร่งโล่ง แสงธรรมชาติที่สาดส่องเข้ามาช่วยขับเน้นมิติของโบราณวัตถุให้ทรงพลังและมีชีวิตชีวา
Cultural Exchange Exhibition: หัวใจแห่งการเรียนรู้บนชั้น 4
พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการถาวร หรือ Cultural Exchange Exhibition บนชั้น 4 คือจุดหมายปลายทางหลักของผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ พื้นที่นี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘ประวัติศาสตร์แห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในเอเชีย’ โดยมีการหมุนเวียนโบราณวัตถุล้ำค่า สมบัติของชาติ และศิลปวัตถุโบราณจากทั่วทุกมุมโลกมาจัดแสดงอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวถูกร้อยเรียงตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคโคфуกุน จนถึงยุคเอโดะ ผ่านเครื่องปั้นดินเผา งานโลหะ สิ่งทอ และเอกสารโบราณที่แสดงถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาระหว่างกัน ทำให้ผู้เข้าชมได้เห็นภาพกว้างของประวัติศาสตร์เอเชียที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างน่าทึ่ง
