พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู (Kyushu National Museum) ประเทศญี่ปุ่น
ข้อมูลการเดินทางlocation_onพิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู (Kyushu National Museum)

เจาะลึก 'พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู' ดาไซฟุ: ถอดรหัสอารยธรรมเอเชียสู่ญี่ปุ่น ในสถาปัตยกรรมระดับมาสเตอร์พีซ

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อสายลมแห่งประวัติศาสตร์พัดผ่านผืนป่าโบราณของเมืองดาไซฟุ เสียงกระซิบคานไม้และเงาสะท้อนจากผนังกระจกโค้งระฟ้าได้บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางอันยาวนานนับพันปี ที่ซึ่งเกาะคิวชูเคยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่แห่งเอเชียเข้ากับหัวใจของเกาะญี่ปุ่น ที่นี่คือ ‘พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู’ (Kyushu National Museum) พิพิธภัณฑ์ระดับชาติแห่งที่ 4 ของประเทศ ที่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ หากแต่เป็นพื้นที่ทางปัญญาอันทรงพลัง ซึ่งผสานอดีต ปัจจุบัน และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบเนียน

การก้าวเท้าเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้เปรียบเสมือนการเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหญ่ ผ่านอุโมงค์แสงสายรุ้ง (Rainbow Tunnel) ที่เชื่อมต่อความศักดิ์สิทธิ์จากศาลเจ้าดาไซฟุ เท็มมังกู ทะยานข้ามกาลเวลาสู่สถาปัตยกรรมร่วมสมัยอันล้ำเลิศ โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งมนที่โอบรับทิวเขาเขียวขจี ชวนให้นักเดินทางระดับพรีเมียมผู้หลงใหลในศิลปวัฒนธรรมได้หยุดนิ่งและพิจารณาถึงรากเหง้าแห่งอารยธรรมเอเชียในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม

ประตูสู่อารยธรรมเอเชีย: ทำไมต้องเป็น ‘ดาไซฟุ’

ในอดีตกาล เมืองดาไซฟุคือที่ตั้งของ ‘Dazaifu Dazaifu-fu’ หรือสำนักงานรัฐบาลโบราณที่ทำหน้าที่ปกป้องและบริหารจัดการดินแดนทางตะวันตกของญี่ปุ่น เปรียบเสมือนด่านหน้าและหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับอารยธรรม วิทยาการ ศาสนา และศิลปวัฒนธรรมจากคาบสมุทรเกาหลีและจีนแผ่นดินใหญ่ การที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชูถูกเลือกให้มาปักหมุด ณ ดินแดนแห่งนี้ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการคารวะต่อหน้าประวัติศาสตร์ที่คิวชูเคยเป็นจุดบรรจบของเส้นทางสายไหมทางทะเล ที่นี่จึงสะท้อนภาพความสัมพันธ์อันซับซ้อนและงดงามระหว่างญี่ปุ่นกับเพื่อนบ้านในเอเชีย ผ่านร่องรอยอารยธรรมที่ถูกถักทอผ่านกาลเวลา

สถาปัตยกรรมแห่งคลื่นลมและขุนเขา โดย Kiyonori Kikutake

ตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชูถือเป็นงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ออกแบบโดย Kiyonori Kikutake หนึ่งในผู้ริเริ่มกลุ่มสถาปัตยกรรม Metabolism โครงสร้างภายนอกถูกห่อหุ้มด้วยหลังคารูปทรงโค้งมนคล้ายคลื่นทะเล ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภูภูมิประเทศโดยรอบ ผนังกระจกขนาดมหึมาทำหน้าที่สะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงของผืนป่าและท้องฟ้าตามฤดูกาลได้อย่างไร้รอยต่อ ภายในอาคารใช้วัสดุไม้ซีดาร์ท้องถิ่นและโครงสร้างเหล็กล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดวางพื้นที่ภายในเน้นความโปร่งโล่ง แสงธรรมชาติที่สาดส่องเข้ามาช่วยขับเน้นมิติของโบราณวัตถุให้ทรงพลังและมีชีวิตชีวา

Cultural Exchange Exhibition: หัวใจแห่งการเรียนรู้บนชั้น 4

พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการถาวร หรือ Cultural Exchange Exhibition บนชั้น 4 คือจุดหมายปลายทางหลักของผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ พื้นที่นี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘ประวัติศาสตร์แห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในเอเชีย’ โดยมีการหมุนเวียนโบราณวัตถุล้ำค่า สมบัติของชาติ และศิลปวัตถุโบราณจากทั่วทุกมุมโลกมาจัดแสดงอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวถูกร้อยเรียงตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคโคфуกุน จนถึงยุคเอโดะ ผ่านเครื่องปั้นดินเผา งานโลหะ สิ่งทอ และเอกสารโบราณที่แสดงถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาระหว่างกัน ทำให้ผู้เข้าชมได้เห็นภาพกว้างของประวัติศาสตร์เอเชียที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างน่าทึ่ง

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเดินทางมายังพิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชูสามารถนั่งรถไฟสาย Nishitetsu Dazaifu Line มาลงที่สถานี Dazaifu จากนั้นเดินต่อผ่านถนนคนเดินและเข้าสู่ศาลเจ้า Dazaifu Tenmangu เพื่อเชื่อมต่อไปยังอุโมงค์เลื่อนอัตโนมัติ 'Rainbow Tunnel' ที่จะนำท่านสู่ตัวพิพิธภัณฑ์โดยตรง พิพิธภัณฑ์ปิดให้บริการทุกวันจันทร์ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงสำหรับการซึมซับนิทรรศการถาวรและการเดินชมสถาปัตยกรรมโดยรอบ การแต่งกายควรสุภาพและสวมรองเท้าที่เดินสบายเนื่องจากพื้นที่ภายในกว้างขวาง
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชูตั้งอยู่ที่ไหนและเดินทางอย่างไร?expand_more
ตั้งอยู่ที่เมืองดาไซฟุ จังหวัดฟุกุโอกะ สามารถเดินทางด้วยรถไฟสาย Nishitetsu ลงที่สถานี Dazaifu แล้วเดินต่อผ่านอุโมงค์ Rainbow Tunnel เชื่อมจากศาลเจ้า Dazaifu Tenmangu เข้าสู่ตัวพิพิธภัณฑ์ได้โดยตรง
ไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาดชมภายในพิพิธภัณฑ์คืออะไร?expand_more
ไฮไลท์หลักคือโซน Cultural Exchange Exhibition บนชั้น 4 ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุ สมบัติชาติ และงานศิลปะที่สะท้อนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนชิ้นงานตลอดทั้งปี
สถาปัตยกรรมของพิพิธภัณฑ์มีความโดดเด่นอย่างไร?expand_more
ออกแบบโดย Kiyonori Kikutake สถาปนิกชื่อดัง โดดเด่นด้วยหลังคาโค้งรับทิวเขาและผนังกระจกขนาดใหญ่ที่สะท้อนภูมิทัศน์ธรรมชาติ พร้อมโครงสร้างภายในที่ใช้ไม้ซีดาร์ผสมผสานนظاتความปลอดภัยและสุนทรียภาพทางศิลปะ