เมื่อพูดถึงเกาะมิยาจิมะ ภาพจำแรกมักลอยเด่นขึ้นมาเป็นเสาโทริอิสีแดงชาดที่ลอยเคว้งอยู่เหนือผืนน้ำของศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ ทว่าเมื่อก้าวล่วงผ่านความคึกคักเบื้องล่าง ลึกขึ้นไปตามลาดเชิงเขาเซเซ็น (Mount Misen) อันร่มครึ้มด้วยแมกไม้โบราณ กลับมีอีกหนึ่งมิติทางจิตวิญญาณที่เงียบสงบและทรงพลังซ่อนอยู่ นั่นคือ ‘วัดไดโชอิน’ (Daisho-in Temple) วัดพุทธนิกายชิงงอนอันเก่าแก่ที่สุดบนเกาะแห่งนี้ สถานที่ซึ่งกาลเวลาดูราวกับจะเดินช้าลง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับศรัทธาอันลึกซึ้งที่สืบทอดมายาวนานกว่า 1,200 ปี
การเดินทางขึ้นสู่ไดโชอินเปรียบเสมือนการหลุดพ้นจากโลกภายนอก สองข้างทางต้อนรับด้วยเสียงกระซิบของสายลมผ่านราวป่าและเสียงน้ำใสจากลำธารภูเขา บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นอายของธูปหอมและควันจางๆ ที่ลอยอ้อยอิ่งเคล้าคลียอดเขา ท่ามกลางสถาปัตยกรรมไม้โบราณที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติอย่างไร้รอยต่อ ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน แต่คือหอจดหมายเหตุแห่งความทรงจำอันศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวมทั้งศิลปะ นวัตกรรมทางจิตวิญญาณ และเรื่องเล่าขานอันน่าหลงใหลของดินแดนอาทิตย์อุทัยไว้อย่างครบถ้วน
รากเหง้าแห่งศรัทธา: 1,200 ปีแห่งพุทธนิกายชิงงอนบนขุนเขาศักดิ์สิทธิ์
วัดไดโชอินมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 806 เมื่อ ‘พระกุไก’ (Kobo Daishi) พระโพธิสัตตาจารย์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดรูปหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ได้เดินทางมาปฏิบัติธรรมและก่อตั้งสถานที่แห่งนี้ขึ้นบนยอดเขาเซเซ็น นับแต่นั้นมา ไดโชอินจึงกลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาและปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนานิกายชิงงอน (Esoteric Buddhism) นิกายลับแห่งมนตราและสมาธิอันลึกซึ้ง
ความสำคัญของวัดได้รับการยกย่องจากราชสำนักและเหล่าโชгунในอดีตมาช้านาน สถาปัตยกรรมภายในวัดจึงสะท้อนถึงความประณีตบรรจงในทุกรายละเอียด ทั้งห้องโถงบูชา หอระฆังโบราณ และงานไม้แกะสลักที่ผสานความศรัทธาเข้ากับงานศิลป์ชั้นสูงได้อย่างลงตัว การได้เดินย่างก้าวไปตามระเบียงไม้เก่าแก่ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ยิ่งขับเน้นความรู้สึกของการเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่อดีตอันเรืองรอง
มนต์เสน่ห์แห่งรายละเอียด: พระจิโซสวมไหมพรมและวงล้อพระสูตรทองคำ
เอกลักษณ์อันน่าประทับใจเมื่อแรกย่างเข้าสู่บริเวณวัดคือ แนวบันไดหินที่เรียงรายไปด้วยรูปสลักพระจิโซ (Jizo Bodhisattva) นับร้อยรูป ทุกองค์สวมหมวกไหมพรมถักสีสันสดใสและผ้ากันเปื้อนตัวจิ๋ว ซึ่งเป็นเครื่องแสดงความรัก ความอาทร และศรัทธาของชาวบ้านและผู้แสวงบุญที่มีต่อดวงวิญญาณของเด็กๆ และผู้ล่วงลับ ภาพความอ่อนโยนนี้ตัดกับความเข้มขลังของขุนเขาได้อย่างงดงาม
ไม่ไกลกันนัก บริเวณราวบันไดหินยังมี ‘วงล้อพระสูตรทองคำ’ (Mani-guruma) ติดตั้งไว้ตลอดแนว ความเชื่อโบราณกล่าวไว้ว่า หากผู้ใดได้เดินหมุนวงล้อเหล่านี้พร้อมตั้งจิตอธิษฐานขณะก้าวเดินขึ้นเขา จะได้รับอานิสงส์บุญเทียบเท่ากับการได้อ่านพระไตรปิฎกหรือสวดมนต์ครบทุกบท เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ระหว่างการหมุนวงล้อกลายเป็นดนตรีแห่งสรวงสวรรค์ที่ขับกล่อมจิตใจให้สงบนิ่ง
ขุมพลังลับใต้ภูเขา: ถ้ำ Henjokutsu และอุโมงค์มืด Kaidan Meguri
หัวใจสำคัญที่ดึงดูดให้นักเดินทางสายจิตวิญญาณต้องมาเยือนไดโชอินคือ ‘ถ้ำ Henjokutsu’ ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปองค์สำคัญครบชุดจากเส้นทางแสวงบุญ 88 วัดแห่งเกาะชิโกกุ ความพิเศษที่หาชมที่อื่นไม่ได้คือ ใต้ฐานพระพุทธรูปแต่ละองค์มีการบรรจุผงดินศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวมมาจากวัดจริงบนเกาะชิโกกุ ทำให้การกราบไหว้ ณ ถ้ำแห่งนี้เสมือนกับการได้เดินทางไปแสวงบุญครบทั้ง 88 วัดทั่วเกาะในคราวเดียว
นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี ‘Kaidan Meguri’ อุโมงค์ใต้ดินจำลองความมืดมิดสนิท ผู้มาเยือนจะต้องใช้มือคลำผนังทางเดินไปตามความมืดเพื่อหา ‘กุญแจแห่งความหลุดพ้น’ ที่ซ่อนอยู่ปลายอุโมงค์ การตัดขาดจากโลกแห่งการมองเห็นชั่วขณะนี้คืออุบายธรรมชั้นครูที่ช่วยดึงสติให้หันกลับมาสำรวจภายในจิตใจ ลบเลือนความวุ่นวายภายนอก และพบกับความสว่างไสวทางปัญญาอย่างแท้จริง
