เมื่อสายหมอกยามเช้าค่อยๆ จางหายไปเหนือน่านน้ำสีครามของทะเลเซโตะ เกาะมิยาจิม่า (Miyajima) มิได้มีเพียงภาพจำของเสาโทริอิสีชาดที่ลอยเด่นอยู่บนผืนน้ำอันศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น หากแต่เบื้องหลังผืนป่าโบราณอันหนาทึบและยอดเขาสูงตระหง่าน คือดินแดนเร้นลับที่ธรรมชาติและจิตวิญญาณร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาไมเซน (Mt. Misen) ผ่านกระเช้าลอยฟ้ามิยาจิม่า (Miyajima Ropeway) จึงไม่ใช่เป็นเพียงกิจกรรมการท่องเที่ยวทั่วไป แต่คือการเดินทางข้ามผ่านมิติแห่งกาลเวลา สัมผัสความงามของผืนป่าดึกดำบรรพ์ที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองในฐานะมรดกโลก พร้อมเปิดมุมมองพาโนรามาอันกว้างไกลที่สะท้อนหัวใจอันบริสุทธิ์ของธรรมชาติญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
สถาปัตยกรรมลอยฟ้า: ท่องผ่านผืนป่าโบราณสองช่วงเวลา
การเดินทางสู่จุดสูงสุดของเกาะมิยาจิม่าเริ่มต้นขึ้นที่สถานีโมมิจิดานิ (Momijidani Station) ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาอันร่มรื่น ที่นี่นักเดินทางจะได้สัมผัสกับกระเช้าลอยฟ้ามิยาจิม่า (Miyajima Ropeway) ซึ่งแบ่งการเดินทางออกเป็นสองช่วงอย่างประณีต ช่วงแรกคือ โมมิจิดานิไลน์ (Momijidani Line) พาไต่ระดับผ่านหุบเขาที่เต็มไปด้วยต้นเมเปิลนับพันต้น หากมาเยือนในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ผืนป่าแห่งนี้จะลุกโชนด้วยเฉดสีแดงส้มระยิบระยับราวกับภาพวาดสีน้ำมันอันวิจิตร จากนั้นจึงเปลี่ยนถ่ายสู่ช่วงที่สอง ชิชิอิวะไลน์ (Shishiiwa Line) ซึ่งเป็นกระเช้าแบบห้องโดยสารขนาดใหญ่กระจกใสรอบด้าน ที่จะพาตัวเราลอยเหนือเรือนยอดไม้หนาแน่นของผืนป่าดึกดำบรรพ์ที่มนุษย์แทบไม่เคยแตะต้อง เผยให้เห็นภูมิประเทศอันสลับซับซ้อนและหน้าผาสินแร่ธรรมชาติที่ทอดตัวยาวสู่เบื้องล่าง ความเงียบสงบภายในห้องโดยสารทำให้เราได้ยินเสียงลมหายใจของขุนเขาอย่างชัดเจน
จุดชมวิวชิชิอิวะและยอดเขาไมเซน: เมื่อทะเลเซโตะบรรจบกับท้องฟ้า
เมื่อกระเช้าเทียบท่าที่สถานีปลายทาง ชิชิอิวะ (Shishiiwa Station) นักเดินทางจะได้พบกับจุดชมวิว Shishiiwa Observatory ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลราว 500 เมตร ทัศนียภาพเบื้องหน้าคือความอลังการของทะเลเซโตะ (Seto Inland Sea) ที่ประดับประดาด้วยเกาะแก่งน้อยใหญ่ลอยเคว้งคว้างท่ามกลางประกายแดดระยิบระยับ ในวันที่อากาศแจ่มใส ทัศนวิสัยสามารถทอดยาวไปไกลถึงหมู่เกาะฮิโรชิม่าและแนวเขาฝั่งแผ่นดินใหญ่ได้อย่างชัดเจน สำหรับผู้ที่หลงใหลการเดินป่า สามารถเดินเท้าต่ออีกประมาณ 20-30 นาทีเพื่อพิชิตยอดเขาไมเซน (Mt. Misen) จุดสูงสุดของเกาะ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของศาสนสถานโบราณและก้อนหินรูปร่างแปลกตาที่เกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาติมานับล้านปี บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความขลังและกลิ่นอายของศาสนาพุทธนิกายชินโกะที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู
เพลิงนิรันดร์ 1,200 ปี และมรดกแห่งจิตวิญญาณที่ไมเซนฮอนโด
ไมเซนไม่ได้เป็นเพียงยอดเขาที่มีความสำคัญทางภูศาสตร์ แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณที่พระสงฆ์โคโบ ไดชิ (Kobo Daishi) ผู้ก่อตั้งนิกายชินงอน ได้เข้ามาบำเพ็ญเพียรภาวนาเมื่อปี ค.ศ. 806 ณ บริเวณ Reikado Hall นักเดินทางจะได้พบกับ ‘Kiesou-zu-no-Hi’ หรือเปลวเพลิงนิรันดร์ที่พระโคโบ ไดชิ จุดขึ้นครั้งแรกเมื่อกว่า 1,200 ปีมาแล้ว และยังคงลุกโชนไม่เคยดับมอดลงเลยจนถึงปัจจุบัน เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์นี้นอกจากจะถูกใช้ต้มน้ำศักดิ์สิทธิ์สำหรับรักษาโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ยังเป็นต้นเพลิงสำคัญที่ถูกนำไปจุดต่อยังคบเพลิงสันติภาพ (Peace Flame) ณ อนุสรณ์สถานสันติภาพแห่งเมืองฮิโรชิม่าอีกด้วย การได้ยืนสงบนิ่งเบื้องหน้าเปลวไฟนี้ท่ามกลางควันธูปและเสียงสวดมนต์แผ่วเบา คือช่วงเวลาแห่งการตระหนักรู้ถึงความต่อเนื่องของประวัติศาสตร์และพลังแห่งศรัทธาที่ไร้กาลเวลา
