ประเทศญี่ปุ่น
ข้อมูลการเดินทาง

เจาะลึก 3 มหาเทศกาลแห่งเกียวโต (Aoi, Gion, Jidai Matsuri): ถอดรหัสประวัติศาสตร์ ขบวนพยุหยาตรา และพิกัดชมที่ดีที่สุด

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อสายลมแห่งกาลเวลาพัดผ่านเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโต ร่องรอยอดีตอันรุ่งโรจน์มิได้ถูกเก็บรักษาไว้เพียงแค่ในตัวอักษรของตำราประวัติศาสตร์ หากแต่ยังมีชีวิตชีวาและเปล่งประกายผ่าน ‘ซันได มัตสึริ’ (Sandai Matsuri) หรือ 3 มหาเทศกาลยิ่งใหญ่ประจำเมือง ได้แก่ เทศกาลอาโออิในฤดูใบไม้ผลิ เทศกาลกิองในฤดูร้อน และเทศกาลจิไดในฤดูใบไม้ร่วง มหกรรมทางวัฒนธรรมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานเฉลิมฉลองรื่นเริงทั่วไป หากแต่เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมมิติเวลา พาผู้มาเยือนย้อนกลับไปสัมผัสจิตวิญญาณ ความศรัทธา และความประณีตบรรจงระดับมาสเตอร์พีซที่สืบทอดกันมากว่าพันปี

การทำความเข้าใจเทศกาลทั้งสามนี้ จึงเทียบเท่ากับการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นทีละบท ตั้งแต่พิธีกรรมปัดเป่าภัยพิบัติอันศักดิ์สิทธิ์ ขบวนรถแห่ไม้ยักษ์ที่สะท้อนภูมิปัญญาช่างฝีมือ ไปจนถึงขบวนพยุหยาตราแต่งกายย้อนยุคที่ยาวเหยียดราคม้วนคัมภีร์ภาพโบราณ และนี่คือการเดินทางผ่านกาลเวลาที่จะพาทุกท่านไปถอดรหัสความงาม พร้อมเปิดลายแทงจุดชมขบวนพาเหรดที่จะช่วยให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศอันขลังนี้ได้อย่างเต็มอิ่มโดยไม่ต้องเบียดเสียดกับฝูงชนจำนวนมาก

Aoi Matsuri: ภาพวาดราชสำนักเฮอันและศรัทธาแห่งคามิ

จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ 15 พฤษภาคมของทุกปี อาโออิ มัตสึริ (Aoi Matsuri) หรือที่รู้จักกันในนามเทศกาลคาโมะ ถือเป็นเทศกาลที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาสามมหาเทศกาล มีรากย้อนกลับไปไกลถึงศตวรรษที่ 6 ในรัชสมัยจักรพรรดิคินเมย์ ซึ่งทรงจัดพิธีบวงสรวงเพื่อระงับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทำลายพืชผล ไฮไลต์อันทรงคุณค่าคือ ขบวนพาเหรดของผู้คนกว่า 500 ชีวิตที่สวมใส่ชุดขุนนางชั้นสูงตามแบบฉบับยุคเฮอัน (794-1185) อย่างพิถีพิถัน

ตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนจากพระราชวังหลวงเกียวโต (Gosho) มุ่งหน้าสู่ศาลเจ้าชิโมงาโมะและคามิงาโมะ ผู้ร่วมขบวนทุกคนรวมถึงม้าและวัว จะประดับประดาด้วยใบ ‘อาโออิ’ (Hollyhock) และกิ่งไม้คัตสึระ ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ในการขับไล่สิ่งชั่วร้ายและภัยพิบัติ จุดศูนย์กลางสายตาทุกคู่มักพุ่งเป้าไปที่ ‘ไซโอได’ (Saio-dai) หญิงสาวผู้ทำหน้าที่เป็นข้ารับใช้ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งคัดเลือกจากหญิงโสดชาวเกียวโต นั่งอยู่บนคานหามด้วยชุดกิโมโนหลายชั้นน้ำหนักรวมกว่า 30 กิโลกรัม สะท้อนความเงียบสงบ ความสูงส่ง และความงามอันเป็นอมตะของราชสำนักโบราณ

Gion Matsuri: มหกรรมรถแห่ยามาโบโกะและจิตวิญญาณแห่งฤดูร้อน

เมื่อย่างเข้าสู่เดือนกรกฎาคม เกียวโตทั้งเมืองราวกับถูกปลุกให้มีชีวิตชีวาด้วยพลังแห่ง กิอง มัตสึริ (Gion Matsuri) มหกรรมอันยาวนานตลอดทั้งเดือนซึ่งมีต้นกำเนิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 869 เพื่อประกอบพิธีชำระล้างปัดเป่าโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนในยุคนั้น หัวใจสำคัญของงานคือขบวนแห่รถ ‘ยามาโบโกะ’ (Yamaboko) สองรอบหลัก ได้แก่ ขบวนซากิมัตสึริ (Saki-matsuri) และอัตสึกิมัตสึริ (Ato-matsuri) ในวันที่ 17 และ 24 กรกฎาคม

รถแห่เหล่านี้แบ่งออกเป็น ‘ฮะโกะ’ (Hoko - รถแห่ติดหอกขนาดยักษ์สูงหลายเมตรมีล้อไม้ซุงใหญ่) และ ‘ยามะ’ (Yama - รถแห่ขนาดเล็กกว่าที่มีรูปปั้นเทพเจ้าหรือบุคคลสำคัญประดิษฐานอยู่) สิ่งที่ทำให้งานนี้ทรงคุณค่าระดับโลกคือการที่รถแห่แต่ละคันเปรียบเสมือน ‘พิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่’ ตกแต่งด้วยพรมทอมือโบราณจากเปอร์เซียหรือจีน รวมถึงงานไม้อันวิจิตรตระการตา เสียงดนตรีบรรเลงจากขลุ่ยและกลอง ‘กิองบายاشی’ ที่ก้องกังวานไปทั่วตรอกซอกซอยย่านกิองและชิโจ ช่วยสร้างบรรยากาศขลังและทรงพลัง ชวนให้หวนระลึกถึงความมั่งคั่งของพ่อค้าชาวเมืองในอดีต

Jidai Matsuri: ม้วนภาพประวัติศาสตร์มีชีวิตแห่งใบไม้เปลี่ยนสี

เมื่อฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมาเยือนและอากาศเริ่มเย็นลง ในวันที่ 22 ตุลาคม เกียวโตจะจัดงาน จิได มัตสึริ (Jidai Matsuri) หรือ ‘เทศกาลแห่งยุคสมัย’ เพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบการสถาปนาเมืองหลวงเก่า ความโดดเด่นที่ไม่มีใครเหมือนคือโครงสร้างของขบวนพาเหรดที่เดินสวนทางกับกาลเวลา โดยเริ่มต้นจากยุคปัจจุบัน (ยุคเมจิ) แล้วค่อยๆ ย้อนถอยหลังลึกลงไปสู่อดีตทีละยุค จนถึงจุดสิ้นสุดที่ยุคเฮอัน รวมระยะเวลากว่า 1,100 ปี

ขบวนพาเหรดความยาวกว่า 2 กิโลเมตรนี้ประกอบด้วยผู้ร่วมเดินราว 2,000 คน พร้อมเครื่องแต่งกาย เครื่องมือเครื่องใช้ และอาวุธยุทโธปกรณ์กว่า 12,000 ชิ้น ซึ่งได้รับการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งและสร้างสรรค์ขึ้นด้วยสุดยอดฝีมือช่างท้องถิ่นนิชิจิน (Nishijin-ori) การได้เห็นเหล่านักรบซามูไรชุดเกราะเต็มยศจากยุคเซ็งโงกุ ขุนนางชั้นสูง นักบวช และสตรีทรงอิทธิพลในประวัติศาสตร์ เช่น มุราซากิ ชิกิบุ หรือ โทโมะเอะ โกเซ็น ก้าวเดินผ่านฉากหลังที่เป็นใบไม้เปลี่ยนสีของศาลเจ้าเฮอัน (Heian Jingu) ภายใต้เสียงเพลงกากะกุ (Gagaku) คือประสบการณ์ทางสุนทรียศาสตร์ที่หาไม่ได้อีกแล้วในโลก

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การเตรียมตัวเดินทางท่องเที่ยวเพื่อชมเทศกาลทั้งสามของเกียวโตต้องอาศัยการวางแผนล่วงหน้าเนื่องจากที่พักมักถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว - ฤดูกาลและช่วงเวลา: Aoi Matsuri จัดวันที่ 15 พฤษภาคม (ช่วงฤดูใบไม้ผลิอากาศดี อุณหภูมิประมาณ 15-22°C), Gion Matsuri ตลอดเดือนกรกฎาคมโดยมีไฮไลต์วันที่ 17 และ 24 (อากาศร้อนชื้น ควรเตรียมพกพัด น้ำดื่ม และร่มกันแดด), และ Jidai Matsuri จัดวันที่ 22 ตุลาคม (ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อุณหภูมิเริ่มเย็นลง สวมเสื้อแจ็คเก็ตเบาๆ ได้) - มารยาทในการชม: หลีกเลี่ยงการใช้แฟลชถ่ายภาพใส่หน้าม้าหรือผู้ร่วมขบวนที่แต่งกายโบราณ เนื่องจากอาจทำให้สัตว์ตื่นหรือเป็นการไม่ให้เกียรติผู้แสดงพิธีกรรม รักษาระยะห่าง ไม่ล้ำเส้นกั้นของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และควรทิ้งขยะในจุดที่จัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยเพื่อรักษาความสะอาดของเมืองมรดกโลก
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

เทศกาลไหนใน 3 มหาเทศกาลเกียวโตที่เก่าแก่ที่สุด?expand_more
เทศกาลอาโออิ (Aoi Matsuri) เป็นเทศกาลที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาสามมหาเทศกาล โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนกลับไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ในยุคของจักรพรรดิคินเมย์ ก่อนที่เกียวโตจะถูกสถาปนาเป็นเมืองหลวงเสียอีก
สามารถชมขบวนพาเหรดของทั้ง 3 เทศกาลได้ฟรีหรือไม่?expand_more
สามารถยืนชมตามริมถนนสองฝั่งตามเส้นทางเดินขบวนได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เว้นแต่ท่านต้องการความสะดวกสบายในการมองเห็นที่ชัดเจน ทางการจะมีบริการจำหน่ายที่นั่งอัฒจันทร์พิเศษ (Paid Viewing Seats) ในบางจุดสำคัญของเส้นทาง เช่น บริเวณถนนโออิเกะหรือหน้าศาลเจ้า
กิอง มัตสึริ จัดขึ้นวันไหนและมีไฮไลต์สำคัญคืออะไร?expand_more
แม้กิจกรรมจะจัดขึ้นตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม แต่ไฮไลต์สำคัญที่สุดคือขบวนแห่รถยามาโบโกะ (Yamaboko Junko) รอบแรกในวันที่ 17 กรกฎาคม และรอบที่สองในวันที่ 24 กรกฎาคม ซึ่งมีการชักลากรถแห่ไม้ยักษ์ประดับประดาศิลปะโบราณไปตามถนนสายหลักของเกียวโต