ประเทศญี่ปุ่น
ข้อมูลการเดินทาง

เจาะลึก 5 มรดกโลกทางธรรมชาติของญี่ปุ่น (UNESCO World Natural Heritage): ถอดรหัสระบบนิเวศตั้งแต่ป่าโบราณ Shirakami ถึงเกาะปิด Ogasawara

โดย BRR Travel Curators | 3 นาทีในการอ่าน

เมื่อพูดถึงเกาะญี่ปุ่น ภาพแรกที่มักปรากฏในห้วงคำนึงคือแสงสีของมหานคร คาเฟ่สไตล์มินิมอล หรือวัดวาอารามโบราณ ทว่าเบื้องหลังความเจริญล้ำยุคนั้น ธรรมชาติของญี่ปุ่นกลับซ่อนความอัศจรรย์ระดับบรรพกาลไว้ในฐานะพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ (UNESCO World Natural Heritage) 5 แห่ง ที่กระจัดกระจายตัวตั้งแต่เหนือสุดจรดใต้

จากผืนป่าดึกดำบรรพ์ที่ถูกโอบล้อมด้วยหมอกหนาบนเกาะทางใต้ ไปจนถึงแผ่นน้ำแข็งลอยตัวแห่งคาบสมุทรฮอกไกโด พื้นที่อนุรักษ์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวเชิงภูมิศาสตร์ หากแต่เป็นห้องทดลองทางชีววิทยาอันมีชีวิต ที่ซึ่งวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตดำเนินไปอย่างไร้กาลเวลา การทำความเข้าใจระบบนิเวศของทั้ง 5 พื้นที่นี้ จึงเป็นการเดินทางทางความคิดที่พาเราดำดิ่งสู่แกแท้แห่งวัฏจักรธรรมชาติอันบริสุทธิ์

1. ยาคุชิมะ (Yakushima) และ ชิราคามิ-ซันจิ (Shirakami-Sanchi): ส องขั้วป่าโบราณแห่งฮอนชูและคิวชู

จารึกแรกแห่งมรดกโลกทางธรรมชาติของญี่ปุ่นเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1993 โดยแบ่งออกเป็นความงามสองรูปแบบที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ยาคุชิมะ เกาะทางตอนใต้ในจังหวัดคาโกชิมะ คือวิหารกลางพงไพรที่ต้นสนโบราณ ‘ยากูซูงิ’ (Yaku sugi) ซึ่งมีอายุยืนยาวนับพันปีหยั่งรากลึกท่ามกลางหยาดฝนอันชุ่มฉ่ำ บรรยากาศของผืนป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยความลึกลับซับซ้อน จนเคยเป็นแรงบันดาลใจให้ฉากอันขลังในภาพยนตร์อนิเมะชื่อดัง ในขณะที่ ชิราคามิ-ซันจิ บริเวณรอยต่อจังหวัดอาโอโมริและอากิตะ คือผืนป่าบีช (Beech Forest) ดั้งเดิมผืนใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก ที่รอดพ้นจากการรุกล้ำของมนุษย์ ป่าบีชที่นี่ทำหน้าที่เป็นฟองน้ำธรรมชาติหล่อเลี้ยงความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนดินเบื้องล่าง สะท้อนความเงียบสงบอันทรงพลังของธรรมชาติที่ไร้การแต่งแต้ม

2. ชิเรโตโกะ (Shiretoko): ปลายขอบแผ่นดินและลมหายใจแห่งทะเลน้ำแข็ง

ข้ามขึ้นมาสู่ดินแดนเหนือสุด ณ คาบสมุทรชิเรโตโกะ ในเกาะฮอกไกโด คำว่า ‘ชิเรโตโกะ’ ในภาษาไอนุแปลว่า ‘จุดสิ้นสุดของแผ่นดิน’ ที่นี่คือเขตบรรจบระหว่างกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็น ซึ่งพัดพาแพลงก์ตอนอันอุดมสมบูรณ์มาสู่ชายฝั่ง ส่งผลให้ชิเรโตโกะกลายเป็นพื้นที่ต่ำที่สุดในซีกโลกเหนือที่ปรากฏการณ์ ‘แผ่นน้ำแข็งลอย’ (Drift Ice) เคลื่อนตัวมาบรรจบถึงฝั่ง ระบบนิเวศน์ทางทะเลและบนบกของที่นี่มีความเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น ตั้งแต่วาฬเพชรฆาต ปลาแซลมอน ไปจนถึงหมีสีน้ำตาลที่หากินตามชายฝั่ง แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติแบบองค์รวม

3. เกาะโองาซาวาระ (Ogasawara) และ อะมามิ-โอกินาวะ (Amami-Okinawa): Galapagos แห่งเอเชียตะวันออก

หากเปรียบเทียบความโดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์ เกาะโองาซาวาระ (ห่างจากโตเกียวราว 1,000 กิโลเมตร) และกลุ่มเกาะอะมามิ-โอกินาวะ-อิริโอโมเตะ คือดินแดนมหัศจรรย์ที่วิวัฒนาการดำเนินไปอย่างเป็นอิสระ โองาซาวาระไม่เคยเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่เลยแม้แต่ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ธรณีวิทยา ทำให้พืชพรรณและแมลงจำนวนมากเกิดการกลายพันธุ์และพัฒนาเป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่น (Endemic Species) เช่นเดียวกับกลุ่มเกาะทางใต้ที่เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนในปี ค.ศ. 2021 ซึ่งเป็นบ้านของแมวป่าอิริโอโมเตะและกบอิชิคาวะ สัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ที่พบได้เพียงไม่กี่แห่งบนโลกใบนี้

travel_explore
Field Advisory

คำแนะนำสำหรับการเดินทางหน้างาน (Practical Travel Guide)

การวางแผนท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติของญี่ปุ่น 1. ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ยาคุชิมะและอะมามิ-โอกินาวะเหมาะกับการเยือนในช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงเพื่อหลีกเลี่ยงมรสุม ชิราคามิ-ซันจิสวยงามที่สุดในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (ตุลาคม) ส่วนชิเรโตโกะแนะนำช่วงฤดูร้อนสำหรับการเดินป่า หรือฤดูหนาวเพื่อชมแผ่นน้ำแข็งลอย 2. กฎระเบียบและข้อปฏิบัติ (Eco-Rules): ต้องปฏิบัติตามหลัก Leave No Trace อย่างเคร่งครัด ห้ามนำพืชหรือสัตว์ออกจากพื้นที่ ห้ามให้อาหารสัตว์ป่า และในบางพื้นที่ต้องใช้บริการไกด์ท้องถิ่นที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น 3. การเตรียมตัว: สภาพอากาศในเขตป่าดิบชื้นและป่าดึกดำบรรพ์มีความแปรปรวนสูง ควรเตรียมอุปกรณ์กันฝน รองเท้าเดินป่าที่มีดอกยางเกาะพื้นผิวดี และศึกษาระเบียบการขออนุญาตเข้าพื้นที่ล่วงหน้าเสมอ
help_outline
Traveler Q&A

คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Questions)

มรดกโลกทางธรรมชาติทั้ง 5 แห่งของญี่ปุ่นมีที่ไหนบ้าง?expand_more
ประกอบด้วย 1. เกาะยาคุชิมะ (Kagoshima) 2. ภูเขาชิราคามิ-ซันจิ (Aomori/Akita) 3. คาบสมุทรชิเรโตโกะ (Hokkaido) 4. หมู่เกาะโองาซาวาระ (Tokyo) และ 5. กลุ่มเกาะอะมามิ-โอกินาวะ (Amami-Oshima, Tokunoshima, Okinawa Northern Part และ Iriomote)
การเดินทางไปเกาะโองาซาวาระ (Ogasawara Islands) ต้องทำอย่างไร?expand_more
เนื่องจากเกาะโองาซาวาระไม่มีสนามบิน วิธีการเดินทางเดียวคือการโดยสารเรือสำราญเฟอร์รี่ 'Ogasawara Maru' จากท่าเรือโตเกียว (Takeshiba Pier) ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 24 ชั่วโมงต่อเที่ยว และเรือจะมีรอบออกเดินทางจำกัด (โดยเฉลี่ยประมาณ 5-6 วันต่อเที่ยว) จึงต้องวางแผนจองล่วงหน้าเป็นเวลานาน
ทำไมพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติบางแห่งของญี่ปุ่นจึงต้องมีระบบโควต้านักท่องเที่ยว?expand_more
เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบนิเวศอันเปราะบาง การเหยียบย่ำทำลายหน้าดิน การรบกวนถิ่นPที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ และการควบคุมปริมาณขยะ ตามแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) ของกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น