เมื่อหมอกยามเช้าเริ่มจางหายและแสงอัสดงทาบทับยอดเขาโกไดซัง (Godaisan) ในจังหวัดโคจิ เสียงสวดมนต์แผ่วเบาเคล้าเสียงลมพัดผ่านพงไผ่และเรือนแมกไม้โบราณได้นำพาเราก้าวเข้าสู่อีกมิติหนึ่งของกาลเวลา ที่นี่คือ วัดจิคุรินจิ (Chikurin-ji Temple) สถานศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่ 31 บนเส้นทางแสวงบุญชิโกกุ 88 วัด (Shikoku 88 Temple Pilgrimage) ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นหมุดหมายอันทรงคุณค่าทางความศรัทธา แต่ยังเป็นดั่งแกลเลอรีธรรมชาติที่หลอมรวมสถาปัตยกรรมไม้โบราณ สวนญี่ปุ่นระดับมาสเตอร์พีซ และความเงียบสงบอันล้ำลึกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน
การเดินทางมาเยือนวัดจิคุรินจิเปรียบเสมือนการหลีกเร้นจากโลกอันวุ่นวายสู่ความรื่นรมย์ทางปัญญา ท่ามกลางร่มเงาของป่าสนและใบเมเปิลที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล ความงดงามของเจดีย์ไม้ฮิโนกิ 5 ชั้นสีแดงชาดที่ตั้งตระหง่านตัดกับสีเขียวขจีของผืนป่า คือภาพจำอันตราตรึงที่สะท้อนถึงความประณีตบรรจงของช่างฝีมือโบราณ และจิตวิญญาณแห่งเซนที่ยังคงหายใจอยู่ทุกอณูพื้นที่บนยอดเขาสูงแห่งนี้
รอยต่อแห่งกาลเวลา: ประวัติศาสตร์และปัญญาญาณบนยอดเขาโกไดซัง
วัดจิคุรินจิได้รับการสถาปนาขึ้นในราวต้นศตวรรษที่ 8 โดยพระภิกษุกิอง (Gyoki) ตามพระราชกระแสรับสั่งของจักรพรรดิโชมุ พระองค์ทรงโปรดให้สร้างอารามแห่งนี้ขึ้นบนยอดเขาโกไดซัง ซึ่งถูกขนานนามตามภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ‘วะไถ่ซาน’ (Mt. Wutai) ในประเทศจีน เนื่องด้วยภูมิประเทศที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ความพิเศษที่ทำให้วัดจิคุรินจิโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ท่ามกลางวัดนับร้อยบนเกาะชิโกกุ คือการเป็นสถานที่ประดิษฐานหลักของ ‘พระมัญชุศรีโพธิสัตว์’ (Monju Bosatsu) หรือเทพแห่งปัญญาและความรู้ ตามคติความเชื่อทางพุทธศาสนานิกายมหายาน ทำให้นอกจากเหล่าผู้แสวงบุญ (Ohenro) ที่สวมชุดขาวจะเดินทางมากราบไหว้เพื่อความหลุดพ้นแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดหมายของเหล่านักปราชญ์และผู้แสวงหาความสงบทางจิตใจที่มาเพื่อขัดเกลาปัญญาญาณของตนเอง
สถาปัตยกรรมมาสเตอร์พีซ: วิหารหลักและเจดีย์ไม้ฮิโนกิ 5 ชั้น
ก้าวข้ามผ่านประตูซุ้มวิหารเข้ามา ผู้อ่านจะได้พบกับความอัศจรรย์ของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นยุคโบราณ วิหารหลัก (Hondo) ของวัดจิคุรินจิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ (Important Cultural Property) โดดเด่นด้วยโครงสร้างไม้ที่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคมุโรมาจิ หลังคามุงด้วยกระเบื้องและไม้ทรงโค้งที่แสดงถึงฝีมือช่างหลวงชั้นครู ถัดไปไม่ไกลคือ ‘เจดีย์ไม้ 5 ชั้น’ สีแดงชาดอันเจิดจ้า สูงตระหง่าน 31.2 เมตร สร้างขึ้นด้วยไม้ฮิโนกิ (Cypress) ชั้นดีจากท้องถิ่น การประกอบโครงสร้างไม้โดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียวสะท้อนถึงภูมิปัญญาอันลึกซึ้งในการรับมือกับแรงแผ่นดินไหว ขณะเดียวกันก็ขับเน้นความงามสง่าตัดกับฉากหลังที่เป็นผืนป่าทึบของยอดเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สุนทรียภาพแห่งสวนญี่ปุ่น: งานศิลป์จากหิน น้ำ และป่ามอส
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของวัดจิคุรินจิคือ ‘สวนวัดจิคุรินจิ’ สวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสถานที่งดงามทางธรรมชาติระดับชาติ (National Scenic Beauty) สวนแห่งนี้ได้รับการออกแบบภูมิทัศน์โดยอิงหลักการจัดสวนแบบเซน เน้นการใช้แนวหินธรรมชาติที่จำลองมาจากภูเขาและลำธาร ผสมผสานกับพรมสีเขียวขจีของป่ามอสหลากหลายสายพันธุ์ที่ปกคลุมผืนดิน ท่ามกลางแมกไม้ใหญ่และต้นเมเปิลโบราณ ในยามที่แสงแดดสาดส่องผ่านร่มไม้ลงมาตกกระทบหยาดน้ำค้างบนใบมอส พื้นที่แห่งนี้จะเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดินแดนในความฝัน มอบความรู้สึกสงบ นิ่ง และเยียวยาจิตใจผู้มาเยือนให้หลุดพ้นจากความเร่งรีบของโลกภายนอกได้อย่างน่าอัศจรรย์
