เมื่อสายหมอกยามเช้าคลอเคลียทิวสนโบราณแห่งภูเขาคุรามะ (Mount Kurama) ทางตอนเหนือของเกียวโต เสียงระฆังวัดกังวานแผ่วเบาตัดกับความเงียบสงบของผืนป่า ที่นี่ไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาธรรมดา แต่คือ ‘Sacred Mountain Sanctuary’ ขุนเขาอันศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกโอบล้อมด้วยพลังงานลี้ลับและประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี
ห่างไกลจากความจอแจของตัวเมืองเกียวโต วัดคุรามะเดระ (Kurama Temple) ตั้งตระหง่านอยู่บนไหล่เขาอันลาดชัน ดินแดนที่ธรรมชาติและจิตวิญญาณหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ตำนานของเทพปิศาจผู้พิทักษ์ขุนเขาอย่าง ‘เท็งงู’ ไปจนถึงการเป็นแหล่งกำเนิดศาสตร์การบำบัดระดับโลกอย่าง ‘เรกิ’ ขุนเขาแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนหมุดหมายปลายทางสำหรับนักเดินทางผู้แสวงหาความสงบภายใน และต้องการสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในมิติที่เหนือกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป
ซนเต็นและลานดาว: ศูนย์กลางพลังงานแห่งจักรวาลบนยอดเขา
ลึกเข้าไปในอาณาเขตของวัดคุรามะเดระ ประดิษฐานพระประธานที่แปลกแยกไปจากวัดพุทธทั่วไป นามว่า ‘ซนเต็น’ (Sonten) ซึ่งมีความหมายว่า ‘ความยิ่งใหญ่แห่งจิตวิญญาณสากล’ ชาวคุรามะเชื่อว่าซนเต็นคือองค์รวมแห่งจักรวาล ประกอบด้วยพลังสามประการ ได้แก่ ดวงอาทิตย์ (ความสว่าง/เทพเจ้าบิชามอนเทน), ดวงจันทร์ (ความรัก/เทพธิดากันจิเท็น) และโลก (พลังชีวิต/มหาพรหมซนเต็น)
เมื่อก้าวขึ้นมาถึงลานกว้างหน้าวิหารหลัก (Hondo) สายตาจะปะทะกับลานหินสลักรูปดาวหกแฉก (Kongo-teki) ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นจุดศูนย์รวมพลังงานจักรวาลที่ทรงพลังที่สุดบนภูเขาแห่งนี้ บรรยากาศรอบด้านอบอวลด้วยไอเย็นของขุนเขาและกลิ่นธูปจางๆ เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้หยุดนิ่ง หลับตา และเชื่อม องค์ประกอบภายในเข้ากับพลังงานธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เบื้องหน้า
รอยเท้าเท็งงูและรากเหง้าแห่งเรกิ: ตำนานที่ยังมีลมหายใจ
ภูเขาคุรามะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ปฏิบัติธรรม หากแต่เป็นดินแดนแห่งตำนานพื้นบ้านอันเลื่องชื่อ ที่นี่คือบ้านของ ‘โซโจโบ’ (Sojobo) ราชาแห่งเท็งงู (Tengu) อสุรกายมีปีกผู้ทรงฤทธิ์ตามความเชื่อโบราณ เล่ากันว่าเท็งงูตนนี้คือผู้ถ่ายทอดวิชาดาบอันไร้เทียมทานให้กับ มินาโมโตะ โนะ โยชิซึเนะ (Minamoto no Yoshitsune) วีรบุรุษผู้เลื่องชื่อในวัยเยาว์ ร่องรอยของตำนานเหล่านี้ยังคงปรากฏอยู่ตามชื่อสถานที่และเรื่องเล่าขานตลอดเส้นทางเดินขึ้นเขา
ยิ่งไปกว่านั้น ในมิติร่วมสมัย คุรามะยังเป็นจุดกำเนิดจิตวิญญาณของการบำบัดด้วยพลังงานสากลที่รู้จักกันในนาม ‘เรกิ’ (Reiki) โดยในปี ค.ศ. 1922 อาจารย์มิคาโอะ อูซูอิ (Mikao Usui) ได้ขึ้นมาปฏิบัติธรรมและอดอาหารเป็นเวลา 21 วัน ณ ภูเขาแห่งนี้ จนกระทั่งเกิดการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณและได้รับพลังเรกิขึ้น ทำให้คุรามะกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ฝึกฝนเรกิจากทั่วทุกมุมโลกต่างปรารถนาจะมาเยือนสักครั้งในชีวิต
เส้นทางรากไม้โบราณ (Ki-no-ne Michi) และการเดินทางสู่วิหารคิบุเนะ
การเดินทางสัมผัสคุรามะจะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลยหากขาดการเดินเท้าผ่าน ‘เส้นทางรากไม้โบราณ’ (Ki-no-ne Michi) เส้นทางเทรคกิ้งที่ทอดตัวยาวจากวิหารหลักลัดเลาะลงสู่หุบเขาด้านหลัง ธรรมชาติได้สรรค์สร้างให้รากสนขนาดยักษ์แผ่ขยายขึ้นมาเหนือผืนดินจนกลายเป็นขั้นบันไดธรรมชาติอันแปลกตา รากไม้เหล่านี้ต้องต่อสู้แย่งชิงสารอาหารในดินภูเขาที่แข็งกระด้าง จนเกิดเป็นรูปทรงอันทรงพลังที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความอดทนของสรรพสิ่งในป่าใหญ่
เมื่อเดินลัดเลาะผ่านผืนป่าอันเงียบสงบลงมาเรื่อยๆ จะพบกับ ‘ศาลเจ้าโอคุโนะอิน’ (Okunoin Mao-den) ก่อนจะสิ้นสุดเส้นทางที่หมู่บ้านคิบุเนะ (Kibune) และเชื่อมต่อไปยังศาลเจ้าคิบุเนะ ศาลเจ้าโบราณริมลำธารที่ขึ้นชื่อเรื่องเทพเจ้าแห่งน้ำและการขอพรความรัก การเดินข้ามสันเขาจากคุรามะสู่คิบุเนะจึงเป็นการเดินทางที่ผสานทั้งการออกกำลังกาย ศิลปะการชมธรรมชาติ และการชำระล้างจิตใจไปพร้อมกัน
