บ่อยครั้งที่นักเดินทางมักมองข้ามพื้นที่ราบลุ่มอันเงียบสงบแห่งนี้ เป็นเพียงสถานีแวะพักระหว่างทางรถไฟสายด่วนระหว่างฮาโกดาเตะและซัปโปโร โดยหารู้ไม่ว่า เบื้องหลังหน้าต่างรถไฟที่เคลื่อนผ่านนั้น คือ ‘ทะเลสาบโอนูมะ’ (Lake Onuma) อัญมณีล้ำค่าแห่งอุทยานกึ่งแห่งชาติโอนูมะ-โคนูมะ (Onuma Quasi-National Park) ดินแดนที่กาลเวลาและธรรมชาติร่วมกันสรรค์สร้างขึ้นจากพลังแห่งการปะทุตระหง่านของภูเขาไฟโคมะงาตาเกะ (Mount Komagatake)
ที่นี่ไม่ใช่เพียงทะเลสาบธรรมดา แต่เปรียบเสมือนภาพวาดพู่กันจีนโบราณที่ตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินฮอกไกโดตอนใต้ ด้วยภูมิศาสตร์อันวิจิตรพิสดารที่ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ถึง 126 เกาะ ลอยตัวสงบนิ่งอยู่บนผืนน้ำสีมรกตใสสะอาด เชื่อมโยงถึงกันด้วยเครือข่ายสะพานคนเดิน 18 แห่ง เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้หลีกเร้นจากความวุ่นวาย สู่ประสบการณ์การเดินทางแบบ Slow & Premium Travel ที่ทุกย่างก้าวคือบทสนทนาระหว่างจิตใจกับธรรมชาติอันบริสุทธิ์
กำเนิดแห่งมัตสึชิมะแห่งเหนือ: รอยประทับของภูเขาไฟโคมะงาตาเกะ
เบื้องหลังความงามอันละเมียดละไมของทะเลสาบโอนูมะ ซ่อนไว้ด้วยประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาอันทรงพลัง ภูเขาไฟโคมะงาตาเกะ (Mount Komagatake) ซึ่งตั้งตระหง่านด้วยยอดเขารูปทรงฟันเลื่อยอันเป็นเอกลักษณ์ ได้เคยระเบิดครั้งใหญ่ในอดีต ส่งผลให้หินลาวาและเศษซากภูเขาไฟไหลทะลักลงมาปิดกั้นทางเดินของแม่น้ำ จนเกิดเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่กลายเป็นทะเลสาบหลัก 3 แห่ง ได้แก่ ทะเลสาบโอนูมะ ทะเลสาบโคนูมะ และทะเลสาบจุนไซนุมะ
ความอัศจรรย์นี้ทำให้ผืนน้ำกระจัดกระจายไปด้วยเกาะแก่งน้อยใหญ่ถึง 126 เกาะ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘มัตสึชิมะแห่งฮอกไกโด’ (เปรียบเทียบกับอ่าวทัศนียภาพชื่อดังในจังหวัดมิยางิ) เงาสะท้อนของยอดเขาโคมะงาตาเกะที่ทาบทับลงบนผิวกระจกของทะเลสาบในยามเช้าตรู่ ถือเป็นภาพทัศนียภาพชั้นครูที่ช่างภาพและจิตรกรทั่วโลกต่างปรารถนาจะได้ยลด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิต
สุนทรียภาพแห่งการเดินเท้า: ข้าม 18 สะพาน สู่หัวใจแห่งเกาะแก่ง
การซึมซับความงามของทะเลสาบโอนูมะที่ดีที่สุด คือการก้าวเท้าเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ทอดตัวผ่านผืนน้ำ ผ่านสะพานไม้ทั้ง 18 แห่งที่เชื่อมโยงเกาะต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน สะพานแต่ละแห่งมีชื่อเรียกและมุมมองเฉพาะตัว พาผู้เดินทางลัดเลาะผ่านป่าสนดึกดำบรรพ์ พุ่มไม้ดอกป่า และชายฝั่งเว้าแหว่งที่เปิดมุมมองรับลมเย็นสบายจากผืนน้ำ
สำหรับผู้ที่รักการเคลื่อนไหวและการผจญภัยแบบส่วนตัว การปั่นจักรยานรอบทะเลสาบระยะทางราว 14 กิโลเมตร หรือการเลือกเช่าเรือแคนูส่วนตัวพายลัดเลาะไปตามซอกซอนของเกาะเล็กเกาะน้อยที่เรือยนต์เข้าไม่ถึง ถือเป็นกิจกรรมระดับไฮเอนด์ที่ช่วยให้เข้าถึงความเงียบสงบอย่างแท้จริง เสียงพายกระทบผืนน้ำเบาๆ พร้อมเสียงนกกระเรียนและหงส์ป่าที่บินผ่าน คือดนตรีบำบัดชั้นดีจากธรรมชาติ
บทเพลงแห่งกาลเวลา: ความงาม 4 ฤดูกาล ณ โอนูมะ
ทะเลสาบโอนูมะไม่ใช่สถานที่ที่มาเยือนเพียงครั้งเดียวแล้วจะเข้าใจได้ครบถ้วน เพราะภูมิทัศน์ที่นี่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงตามวัฏจักรแห่งฤดูกาล ในช่วงฤดูร้อน ผืนน้ำจะถูกแต่งแต้มด้วยดอกบัวสายสีขาวและเหลืองที่บานสะพรั่ง ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายและสดชื่นกว่าเมืองใหญ่
ครั้นเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (ราวกลางถึงปลายเดือนตุลาคม) ผืนป่ารอบทะเลสาบจะลุกโชนไปด้วยเฉดสีแดงเพลิง สีส้มทอง และสีเหลืองอำพันของต้นเมเปิ้ลและโอ๊ก ซึ่งสะท้อนเงางามลงบนผิวน้ำราวกระจกสี และเมื่อฤดูหนาวมาเยือน ทะเลสาบทั้งผืนจะถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนาและหิมะขาวโพลน แปลงสภาพเป็นลานกิจกรรมกลางแจ้งอันเงียบสงบ ที่ซึ่งนักเดินทางนิยมมานั่งเจาะน้ำแข็งตกปลาวากาซากิ (ปลาเงินตัวจิ๋ว) และลิ้มรสชาติความสดใหม่ที่ปรุงร้อนๆ ท่ามกลางลมหนาว
