เมื่อคลื่นลมสีครามของมหาสมุทรแปซิฟิกซัดสาดเข้าสู่แนวหินผาอันขรุขระของชายฝั่งนิจินันในจังหวัดมิยาซากิ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับไม่ใช่เพียงทัศนียภาพอันเวิ้งว้างของท้องทะเลคิวชูใต้ หากแต่เป็นเงาสلักหินอันทรงพลังของรูปปั้นโมไอเจ็ดองค์ยืนตระหง่านท้าทายขอบฟ้า ราวกับถูกยกย้ายมาจากดินแดนอันไกลโพ้นอย่างเกาะอีสเตอร์ (Easter Island) ความมหัศจรรย์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ หากแต่เป็นผลลัพธ์แห่งสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งและมิตรภาพข้ามมหาสมุทรระหว่างวิศวกรชาวญี่ปุ่นผู้ยื่นมือเข้าช่วยกอบกู้มรดกโลกอันบอบช้ำ กับสภาชนเผ่า Rapa Nui ผู้มอบสิทธิ์อันชอบธรรมให้ Sun Messe Nichinan เป็นสถานที่แห่งเดียวในโลกนอกเหนือจากเกาะอีสเตอร์ ที่ได้รับอนุญาตให้สร้างและประดิษฐานรูปปั้นโมไอขนาดเท่าของจริงได้อย่างถูกต้องตามประเพณีดั้งเดิม
การเดินทางมาเยือนสถานที่แห่งนี้จึงก้าวข้ามผ่านพ้นความหมายของการท่องเที่ยวแบบผิวเผิน เพราะทุกย่างก้าวบนเนินเขาสีเขียวชอุ่มที่ลาดต่ำลงสู่ผืนน้ำกว้างใหญ่ คือการสัมผัสร่องรอยแห่งศรัทธา ความเคารพต่อวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมกลางแจ้งที่ผสานกลมกลืนไปกับธรรมชาติอย่างไร้ที่ติ ที่นี่… สายลมแห่งซีกโลกใต้ดูราวกับจะพัดพาเรื่องเล่าขานโบราณมาทักทายผู้มาเยือนจากแดนไกล ให้หยุดนิ่งและพิจารณาความงามของโลกใบนี้ผ่านมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
มิตรภาพข้ามมหาสมุทร: รากเหง้าแห่งโมไอลิขสิทธิ์แท้แห่งเดียวในโลก
เรื่องราวของ ซันเมสเซ นิจินัน เริ่มต้นขึ้นจากความทุ่มเทของทีมผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นที่มีส่วนร่วมสำคัญในการบูรณะและฟื้นฟูรูปปั้นโมไอ Ahu Tongariki บนเกาะอีสเตอร์ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์สึนามิและความยากลำบากกาลเวลา ด้วยความเคารพอย่างสูงสุดต่อวัฒนธรรมดั้งเดิมและความแม่นยำทางโบราณคดี สภาชนเผ่า Rapa Nui จึงมีมติเป็นเอกฉันท์มอบลิขสิทธิ์และอนุญาตให้สร้างรูปปั้นโมไอจำลองขนาดเท่าของจริงขึ้นที่นี่เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันเป็นนิรันดร์ รูปปั้นทั้งเจ็ดถูกแกะสลักด้วยหินภูเขาไฟตามกรรมวิธีโบราณโดยช่างฝีมือชาว Rapa Nui ก่อนจะถูกอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ 1 ริมฝั่งทะเลมิยาซากิ เพื่อเชื่อมโยงจิตวิญญาณแห่งอารยธรรมโบราณเข้ากับผืนแผ่นดินเอเชียอย่างน่าอัศจรรย์
ถอดรหัสศรัทธา: พรวิเศษจากโมไอทั้ง 7 องค์ริมผา
การเดินทอดน่องขึ้นสู่เนินลาดของ ซันเมสเซ นิจินัน ไม่เพียงแต่มอบมุมมองอันกว้างไกลของท้องทะเล แต่ยังเป็นการเดินทางผ่านพรประทานทั้งเจ็ดประการที่ชาว Rapa Nui เชื่อถือ รูปปั้นโมไอแต่ละองค์ในกลุ่มนี้มีความหมายมงคลเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป ไล่เรียงตั้งแต่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน โชคลาภเงินทอง สุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง ความปลอดภัยในการเดินทาง ความรักที่ยั่งยืน ไปจนถึงความเจริญรุ่งเรืองด้านการศึกษา การได้ยืนอยู่เบื้องหน้าโมไอเหล่านี้ท่ามกลางเสียงคลื่นและสายลม จึงให้ความรู้สึกสงบและเปี่ยมด้วยพลังใจอย่างประหลาด ราวกับพลังงานอันเก่าแก่จากซีกโลกใต้กำลังสื่อสารกับผู้มาเยือนผ่านดวงตาที่ไร้เบ้าแต่เปี่ยมด้วยความหมาย
ศิลปะ ธรรมชาติ และสุนทรียภาพแห่งการมองโลก
นอกเหนือจากรูปปั้นโมไออันโด่งดังแล้ว ภายในอาณาบริเวณกว้างขวางของ Sun Messe Nichinan ยังได้รับการออกแบบให้เป็นอุทยานศิลปะกลางแจ้งที่ผสมผสานธรรมชาติเข้ากับจินตนาการได้อย่างลงตัว งานประติมากรรมโลหะสีสันสดใสชุด ‘The Sun is Calling’ หรือรูปปั้นมนุษย์เงาเหล็กที่สะท้อนแสงอาทิตย์ ช่วยแต่งแต้มให้ภูมิทัศน์สีเขียวดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างมาก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ชิงช้าลอยฟ้าที่ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเนินเขาคือหมุดหมายสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เหินAเอיילออกไปสู่เวิ้งฟ้าและทะเลกว้างใหญ่ เสมือนว่าตัวเรากำลังลอยอยู่เหนือผืนน้ำของมหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงผีเสื้อและแมลงจากทั่วโลก รวมถึงพื้นที่จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเกาะอีสเตอร์ให้ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้ง
